สรุป Environment Trend 2019

สรุป Environment Trend 2019

สรุป Environment Trend 2019 จาก TCDC เมื่อความเจริญก้าวหน้า กำลังทำให้ธรรมชาติถดถอย นี่คือส่วนหนึ่งของเทรนด์สิ่งแวดล้อมในปี 2019 จากที่เคยเขียว จะกลายเป็นเขียวที่เข้มยิ่งขึ้น

จีน หนึ่งในชาติที่มีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมรวดเร็วแซงหน้าชาติใดๆในโลก จากผลพวงความขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา จากฟ้าที่เคยฟ้ากลายเป็นฟ้าขุ่นมัวสีดำกระจายไปในหลายเมือง จีนกำลังหาทางทำให้ฟ้ากลับมาใสอีกครั้ง

Descendants in Decay เมื่อความเสื่อมสลายกลายเป็นสินทรัพย์สู่คนรุ่นหลัง

พลาสติกที่หลายคนรังเกียจในสิ่งที่เป็นขยะล้นโลก แต่จะมีซักกี่คนที่รู้ว่าแท้จริงแล้วเราอยู่ไม่ได้ถ้าขาดพลาสติก ลองสังเกตุดูรอบตัวแล้วจะรู้ว่าถ้าพลาสติกหายไปจากโลกเราก็อยู่ยาก

แต่ด้วยปัญหาขยะพลาสติกที่มีอายุสั้นอย่าง ถุงพลาสติก แก้วกาแฟ หรือบรรจุภัณฑ์อาหาร ที่แค่ใช้แปบๆแล้วก็ทิ้ง ทำให้พลาสติกในความคิดเราคือสิ่งที่ต้องขจัดให้หมดไป

แต่พลาสติกประเภทที่มีอายุสั้นนั้น กลับต้องใช้เวลาในการย่อยสลายยาวนานเหลือเกิน จนเกิดการรณรงค์ให้เกิดวัดปลอดพลาสติกไปทั่วโลก เพราะไม่อย่างนั้นภายในปี 2050 พลาสติกจะมีน้ำหนักรวมหนักกว่าปลาทั้งมหาสมุทรในโลก

ไม่ใช่แค่ผู้บริโภค แต่ต้องไปถึงผู้ผลิตด้วย ร้าน Original Unverpackt ในเบอร์ลิน เป็นร้านค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์เป็นศูนย์ ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อนำกล่องหรือภาชนะต่างๆมาใส่สินค้าเองเลย โดยคิดราคาตามน้ำหนัก หรือร้านผู้ผลิตอย่าง Nature & More ใช้วิธีการเลเซอร์อย่างปลอดภัยลงบนผิวของผักและผลไม้แทน จะอ่านวันเดือนปีหมดอายุ หรือจะเอาไปสแกนบาร์โค้ดเพื่อจ่ายเงินก็ง่าย

นอกจากการลดการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันแล้ว ก็ยังเกิดเทรนด์แนวคิดที่นำเอาพลาสติกที่เคยไร้ค่ามาทำให้มีค่าขึ้น

Craft in the Anthropocene หนึ่งโปรเจคของนักเล่าเรื่องวัสดุอย่าง Yesenia Thibault-Picazo ทำนายภาพอนาคตว่าเมื่อวันหนึ่งพลาสติกกลายเป็นของหายาก มันจะมีค่าขนาดไหนขึ้นมาในวันนั้น

แล้วอะไรจะมาแทนพลาสติกได้

เชื้อราและสาหร่าย หนึ่งในวัสดุชีวภาพที่สามารถทดแทนพลาสติกได้ในอนาคต รองเท้าของนักบินอวกาศจากเส้นใยราไมซีเลียม ที่ถูกเลี้ยงให้โตด้วยเหงื่อของผู้สวมใส่ สามารถย่อยสลายได้แม้ถูกทิ้งอยู่บนดาวอังคาร

นี่คือความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ต่อการไม่ทิ้งขยะสารพิษไว้นอกโลก

สาหร่ายเองก็กำลังกลายเป็นวัสดุเปลี่ยนโลกในอนาคต นอกจากจะเป็นอาหาร แต่ยังสามารถกลายเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพได้ด้วย แถมโปรตีนจากสาหร่ายก็ยังดีต่อสุขภาพอย่างมาก

New Wave Food บริษัทที่ทำกุ้งจากสาหร่ายและพืชทะเล โปรตีนทางเลือกสำหรับคนแพ้โปรตีนจากสัตว์

เชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่ายเองก็เริ่มถูกนำมาใช้กับเครื่องบินมากขึ้น อนาคตของสาหร่ายนั้นดูดีต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ไม่แน่ว่าอนาคตของมนุษยชาติ อาจขึ้นอยู่กับพืชโบราณตั้งแค่ครั้งกำเนิดโลกอย่างสาหร่ายก็เป็นได้

Transparent and Sustainable Luxury ตีค่าสินค้าหรูหราจากความเชื่อใจ

ความหรูหราจากเดิมที่เคยถูกนิยามว่าคือเหนือกว่าระดับมาตรฐาน จากคุณสมบัติและคุณค่า จะกลายเป็นความใส่ใจในสังคมและสิ่งแวดล้อม ความหรูหรานี่เหนือกว่าจะกลายเป็นความใส่ใจที่เหนือขั้น ไม่ใช่แค่การจ่ายเพื่อของที่ดีกว่า แต่เป็นการจ่ายเพื่อโลกและสิ่งแวดล้อม

จากรายงานของ PwC ระยุกว่ากลุ่มมิลเลนเนียลกว่าครึ่งชื่นชอบบริโภคสินค้ากลุ่มยั่งยืน หรือ Sustainable Product อะไรก็ตามที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ก็จะได้ใจผู้คนยุคใหม่ได้มากขึ้น

อาหารการกินก็เหมือนกัน จากเดิมที่ต้องกินแต่ของที่สวยงามดูดี เช่น ส้มลูกสวย หรือผักใบสมบูรณ์ จนเกิดปัญหาอาหารที่หน้าตาไม่สวยงามถูกทิ้งมากมายในหลายประเทศ ค่านิยมนี้กำลังจะเปลี่ยนไปเป็นการกินอย่างยั่งยืน ไม่เลือกที่รัก มักที่ชัง แถมยังยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน

แฟชั่นอย่างไรให้ยั่งยืน

ธุรกิจฟาสต์แฟชั่นเองเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างขยะก่อนอายุผลิตภัณฑ์มากมาย ทิ้งการนำสินค้ามาทำลายทิ้งเมื่อหมดฤดูกาล เพื่อรักษาความแพงของแบรนด์ไว้ และผลิตอย่างไม่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ก็เริ่มปรับตัวเพื่อให้ทันกับกระแสความนิยมของผู้บริโภคมากขึ้น

Adidas ออกสินค้ารุ่น DryDye ที่การันตีถึงกระบวนการรีไซเคิลและประหยัดน้ำในการผลิตได้ถึง 25 ลิตรต่อเสื้อ 1 ต่อ

สินค้าแบรนด์หรูเองก็เช่นกัน Stella McCartney ริเริ่มการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเส้นใยรีไซเคิลสู่คอลเล็กชั่นถุงเท้า ซึ่งผลิตมาจากขยะรีไซเคิลที่ใช้น้ำในขั้นตอนผลิตน้อยลง

หรือเสื้อผ้าที่เอาท์จากฤดูการจากเดิมที่เคยถูกทิ้ง ก็ถูกนำมารีไซเคิลตกแต่งใหม่ให้เกิดมูลค่าโดยแบรนด์เดิมไม่เสียอีกครั้ง

ทั้งหมดนี้คือนิยามของความหรูหรา ไม่ใช่การใช้ของที่มีคุณภาพมากกว่า แต่เป็นการใส่ใจสิ่งแวดล้อมกับธรรมชาติที่มากขึ้น

Circular Chain Management System จัดการครบ จบทุกวงจร

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ดิจิทัลทั้งหลาย ถูกอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทำให้ตกรุ่นเร็วขึ้น เพื่อให้เราต้องบริโภคบ่อยขึ้น จากเดิมโทรศัพท์หรือทีวีเครื่องนึงมีอายุการใช้งานได้ถึง 5-10 ปี มาวันนี้แค่ 2 ปีมือถือเครื่องเดิมก็กลายเป็นเต่าอืดแล้ว

เราทุกคนบนโลกช่วยกันสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 50 ล้านตันต่อปี เอเซียคือทวีปที่สร้างขยะประเภทนี้มากที่สุดในทุกวันนี้ แถมขยะพวกนี้ไม่ใช่แค่ทิ้งแล้วจบ แต่ยังกลายเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อซึมเข้าสู่แหล่งน้ำใต้ดิน เพราะเต็มไปด้วยโลหะหนักอย่างตะกั่ว ปรอท ลิเธียม สุดท้ายก็กลับมาทำร้ายประชาชนปลายน้ำมากมาย

การนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกทิ้งในประเทศหนึ่ง ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในอีกประเทศหนึ่ง ในระยะสั้นช่วยโลกได้ แต่ไม่ใช่ในระยะยาว

การช้อปปิ้งออนไลน์ก็เหมือนกัน Amazon Effect ปรากฏการณ์ที่ฟรีค่าส่งถ้ายอมรอสินค้าได้ซักสองวัน ทำให้ผู้คนหันมาซื้อของออนไลน์ตั้งแต่ของใช้ส่วนตัวในชีวิตประจำวันไปยันผักสดอาหารแห้ง

เมื่อสั่งบ่อยขึ้น ก็ยิ่งทำให้ส่งมากขึ้น เมื่อส่งมากขึ้นรถที่ส่งก็สร้างขยะบรรจุภัณฑ์และคาร์บอนฟุตปริ้นท์มากขึ้นตามไปด้วย

เริ่มมีแบรนด์แฟชั่นที่เอาบรรจุภัณฑ์แบบกลับมาใช้ซ้ำได้อย่าง Toad & Co ที่ร่วมมือกับ LimeLoop ให้ผู้คนสามารถส่งกล่องบรรจุภัณฑ์คืนได้ผ่านตู้ไปรษณีย์ เพื่อให้พนักงานส่งของที่ผ่านมาสามารถเก็บเอาไปส่งคนอื่นต่อได้

เทรนด์การใส่ใจเรื่องความยั่งยืนเข้ามาสู่ในแง่มุมที่เราไม่เคยมองเห็น แม้แต่บรรจุภัณฑ์เรื่องเล็ก ที่พอรวมกันแล้วกลายเป็นกองขยะมหึมาก็ตาม

Conscious Cook ไม่นมวัว ไม่น้ำตาล เลือกข้างวีแกน

Vegan Society เมื่อการกินมังกำลังเป็นกระแสหลักมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่คนส่วนน้อยอีกต่อไป ไม่ใช่แค่เพราะความใส่ใจในสุขภาพ แต่ยังเป็นเรื่องการใส่ใจในสิ่งแวดล้อมด้วย

เพราะการจะผลิตเนื้อสัตว์แต่ละกรัมออกมา นั้นต้องใช้ทรัพยากรมากมาย หนึ่งในภาวะโลกร้อนก็มาจากการเร่งบริโภคโปรตีนจากสัตว์ของชนชั้นกลางที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นด้วย

McVegan แม้แต่แบรนด์ฟาสต์ฟู้ดใหญ่ระดับโลกยังลงมาร่วมกระแสด้วย เป็นครั้งแรกที่แมคโดนัลด์ทำเบอร์เกอร์จากผักล้วนไร้เนื้อสัตว์ ให้เห็นถึงความใส่ใจที่มีต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ไปพร้อมกัน

สารคดีก็มีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดกระแส Vegan เหมือนกัน อย่าง Cowspiracy และ What the Health ที่เสนอภาพให้เห็นถึงความโหดร้ายของอุตสาหกรรมอาหาร กับอาหารอย่างเนื้อสัตว์ที่เป็นตัวเร่งให้สุขภาพย่ำแย่

นมวัวเองก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่คนเริ่มใส่ใจกันมากขึ้นว่ามีส่วนทั้งทำร้ายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จนก่อให้เกิดทางเลือกใหม่ๆจากการบริโภคนมจากพืชถั่วหรืออัลมอนด์เพิ่มขึ้น นอกจากไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้แล้ว ยังน้ำตาลน้อย โปรตีนสูง และมีแคลเซียม เรียกได้ว่าดีต่อโลกและดีต่อสุขภาพไปพร้อมกัน

น้ำตาลเองก็เป็นอีกสิ่งที่คนให้ความสนใจ อาหารในวันพรุ่งนี้จะลดสัดส่วนของน้ำตาลลงเรื่อยๆ กระทั่งโค้กเองยังออกมาประกาศว่าจะลดปริมาณน้ำตาลหรือสารให้ความหวานลง 50% แถมยังมีภาษีน้ำตาลที่คิดตามความหวานที่กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลกด้วย

ทั้งหมดนี้บอกให้รู้ว่าผู้บริโภคนอกจากจะใส่ใจในสุขภาพตัวเองแล้ว และก็ยังใส่ใจในสุขภาพของโลกใบนี้ไปพร้อมกัน

GEO Engineering เข้าปะทะกับโลกที่กำลังวิกฤต

รายงานจาก IPCC เผยว่าตั้งแต่ปี 2015 อุณหภูมิทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส นั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า Climate Change ไม่ใช่แค่โลกร้อนขึ้นแต่ยังทำให้ทรัพยากรขาดแคลน แถมภัยพิบัติต่างๆก็เพิ่มขึ้นตามมาอย่างเห็นได้ชัด

นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญทางวิศวกรรมทั่วโลกกำลังหายทางรับมือและแก้ไขกับปัญหานี้ เพราะแม้วันนี้เราจะมีพลังงานทางเลือกมากมาย แต่กว่า 80% ของคาร์บอนไดออกไซด์จากทั่วโลกก็ยังมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง

คาร์บอนไดออกไซด์จะกลายเป็นความท้าทายใหม่ที่จะจัดการในวันข้างหน้า องค์กรไหนที่สามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ก่อน ก็จะก้าวล้ำหน้าไปกว่าใคร

ใครที่อ่านสรุปแล้วอยากอ่านต่อ ดาวน์โหลดไฟล์ฉบับเต็มกว่า 200 หน้าได้ที่ลิงก์นี้เลยครับ http://bit.ly/2vkYoal

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ TCDC หรือ CEA ด้วยที่จัดทำข้อมูลดีๆแบบนี้มาให้อ่านฟรีทุกปีครับ

Nattapon Muangtum

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication / ผู้เขียนหนังสือการตลาดแบบรู้ใจ Personalized Marketing, การตลาดแบบฉลาดใช้ดาต้า Data-Driven Marketing และ Data Thinking / เป็นที่ปรึกษาด้าน Marketing และ Data-Driven ให้กับบริษัทบางแห่งและหน่วยงานบางที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *