แคมเปญการตลาด MG กลยุทธ์ DEI Marketing กล้าที่จะเป็นตัวเอง

แคมเปญการตลาด MG กลยุทธ์ DEI Marketing กล้าที่จะเป็นตัวเอง

บนโลกอันกว้างใหญ่ของเรามีประชากรนับล้านคน ซึ่งมีความหลากหลาย ทั้งวัฒนธรรม ภาษา และประเพณี พูดได้ว่า มีความชอบ และรสนิยมที่ไม่เหมือนกัน และความหลากหลายนี้เองที่เปิดโอกาสให้กับนักการตลาดตอบสนองลูกค้าที่มีความต้องการ ความชอบที่แตกต่างกัน ด้วยการนำเสนอและยอมรับความหลากหลายและเท่าเทียมโดยใช้ DEI Marketing จาก แคมเปญการตลาด MG ตัวใหม่ล่าสุด

แคมเปญการตลาด MG

MG ชวนคนรุ่นใหม่ “กล้าที่จะเป็นตัวเอง” กับแคมเปญ #ก็แค่เป็นตัวเอง DareToBeYou

MG Sales (Thailand) ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ MG เปิดตัวแคมเปญ #ก็แค่เป็นตัวเองDareToBeYou สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ “กล้าที่จะเป็นตัวเอง” โดยแคมเปญนี้รวบรวมเหล่า KOL ที่โดดเด่นจากตัวตนที่แตกต่าง ร่วมถ่ายแฟชั่นเซ็ตที่แสดงตัวตนที่แท้จริง และโชว์ผลงานสุดชิคให้โลกโซเชียลได้สัมผัส

แคมเปญการตลาด MG วางแผนนำคอนเซ็ปต์ #ก็แค่เป็นตัวเองDareToBeYou ต่อยอดเป็นกลยุทธ์สื่อสารทางการตลาดของรถยนต์รุ่นใหม่ ที่เจาะกลุ่มวัยรุ่นเมืองไทย โดยนำเสนอความแตกต่าง สร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมถึงแนวทางการทำการตลาดที่จะผลักดันให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้

และได้วางกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น ที่ฉีกจากกรอบเดิม เพื่อเข้าถึงตัวตนของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย” จากแคมเปญนี้ ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ MG ที่ต้องการสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่กล้าที่จะแสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริง โดยไม่ต้องกังวลกับคำตัดสินของคนอื่น เพราะทุกคนมีความพิเศษในแบบของตัวเอง และควรภูมิใจในสิ่งที่เป็น

แคมเปญการตลาด MG

กลยุทธ์การใช้ KOL Gen Y ไปจนถึง Z

จากผลสำรวจความต้องการ พฤติกรรม และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ พบว่า “คนรุ่นใหม่มีความเป็นตัวเองสูง มั่นใจ และกล้าคิดต่างมากขึ้น” แต่การแสดงตัวตนของคนรุ่นใหม่ อาจถูกมองว่า แปลก หรือ แหวกแนวจากค่านิยมของสังคมแบบเดิม ๆ จึงอยากสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้ “เป็นตัวเอง โดยไม่เดือดร้อนใคร” ผ่าน KOL เจนเนอเรชัน Y ไปจนถึง Z จำนวน 45 คน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้

1. กลุ่มคนภูมิใจในรูปร่างของตัวเอง เน้นย้ำว่า รูปร่างแบบไหนก็สวย โดยไม่ต้องพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมือนใคร

2. กลุ่ม LGBTQ+ นำเสนอความหลากหลายทางเพศอย่างเปิดเผย สร้างความเข้าใจและยอมรับในสังคม

แคมเปญการตลาด MG

3. กลุ่มคนที่มีความมั่นใจในผิวพรรณของตัวเอง ส่งเสริมให้รักและภูมิใจในสีผิวของตัวเอง โดยไม่ต้องกังวลกับค่านิยมผิวขาว

4. กลุ่มคนที่หลงรักการสัก (Tattoo) มองการสักในแง่บวก เป็นศิลปะบนร่างกายที่เข้าถึงได้ทุกเพศ

5. กลุ่มที่มีลุคการแต่งตัวที่เป็นตัวเอง และมีไลฟ์สไตล์ที่ชัดเจน แสดงออกถึงสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร โดยไม่ต้องกังวลกับคำตัดสินจากคนอื่น

แคมเปญการตลาด MG

แคมเปญนี้ ต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กล้าที่จะแสดงตัวตนที่แท้จริง โดยไม่ต้องกังวลกับกรอบความคิดแบบเดิม ๆ ซึ่ง MG ก็นำมาใช้เพื่อสร้าง DEI Marketing ส่งผลให้ Brand image ที่ดีต่อองค์กร

พลังแห่งความหลากหลาย เท่าเทียม มีส่วนร่วม DEI Marketing

DEI Marketing คืออะไร?

DEI Marketing ย่อมาจาก Diversity, Equity and Inclusion Marketing เป็นกลยุทธ์การตลาดที่มุ่งเน้นไปที่การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความหลากหลาย โดยคำนึงถึงความแตกต่างทาง เพศ เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ความสามารถ อายุ รสนิยมทางเพศ ฯลฯ

ในเรื่องของความหลากหลาย (Diversity) คือการเข้าใจ และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลาย ก็จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี แสดงให้เห็นว่าแบรนด์เป็นองค์กรที่ใส่ใจ และเคารพความหลากหลาย

ความเท่าเทียม (Equity) ปฏิบัติต่อลูกค้าทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติ จะทำให้เพิ่มความภักดีต่อแบรนด์ ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์ที่เข้าใจเขา สร้างความเท่าเทียมให้กับเขา ทำให้เขารู้สึกมั่นใจ และตอบสนองต่อความต้องการของพวกเขาได้

การมีส่วนร่วม (Inclusion) สร้างสภาพแวดล้อมที่ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับเรา ยินดีต้อนรับ และสามารถแสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริงได้ จะทำให้ขยายฐานลูกค้าได้ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพิ่มยอดขายจากการที่ลูกค้ามีส่วนรวมกับแบรนด์ได้อย่างดี

ทำไม แคมเปญการตลาด MG ถึงต้องใช้ DEI Marketing ?

Deloitte Insights องค์กรที่ปรึกษาด้านธุรกิจชั้นนำ เปิดเผยผลสำรวจผู้บริโภคจำนวน 11,500 คนทั่วโลก พบข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคยุคใหม่ ดังนี้

# โฆษณาที่ “Inclusive Advertising ” ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่

ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ (อายุ 18 – 25 ปี) ให้ความสนใจกับโฆษณาที่มีแนวคิด Inclusive Advertising หรือโฆษณาที่สะท้อนความหลากหลาย เปิดกว้าง และเคารพความแตกต่าง ผลสำรวจพบว่า โฆษณาประเภทนี้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของพวกเขามากขึ้น

# Gen Z ต้องการแบรนด์ที่มีจุดยืนชัดเจน

94% ของ Gen Z คาดหวังให้บริษัทต่าง ๆ มีจุดยืนในประเด็นทางสังคมอย่างชัดเจน พวกเขาต้องการสนับสนุนแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้อง

# สินค้าที่ “ดีต่อสังคม” ดึงดูดผู้บริโภค

90% ของ Gen Z บอกว่าพวกเขายินดีที่จะซื้อสินค้าที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคม สินค้าประเภทนี้ไม่ได้จำกัดแค่สินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่รวมถึงสินค้าที่ส่งเสริมความเท่าเทียม ความหลากหลาย และความยั่งยืน

#แบรนด์ที่ “ใส่ใจ” สร้างฐานลูกค้าที่ภักดี

57% ของผู้บริโภคมีความภักดีต่อแบรนด์ที่มีความมุ่งมั่น สร้างความเสมอภาคให้เกิดขึ้น ในกระบวนการธุรกิจของตนเอง นอกจากแบรนด์ที่สนับสนุน Diversity – Equity – Inclusion (DEI) จะดึงดูดผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีให้กับแบรนด์ด้วยเช่นกัน ลูกค้าเหล่านี้รู้สึกผูกพันกับแบรนด์ และพร้อมที่จะสนับสนุนแบรนด์อย่างต่อเนื่อง

สรุป แคมเปญการตลาด MG เพิ่มภาพลักษณ์ให้ปังกว่าเดิม

MG ได้ประโยชน์จากการทำการตลาด DEI Marketing ผ่านแคมเปญ #ก็แค่เป็นตัวเอง DareToBeYou ทำให้ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับแบรนด์ได้ เพราะ แสดงให้เห็นว่าแบรนด์เป็นองค์กรที่ใส่ใจ เคารพ และให้ความสำคัญกับความหลากหลาย ยังช่วยดึงดูดลูกค้าที่ต้องการสนับสนุนแบรนด์ที่มีจุดยืนในความเท่าเทียม และความรับผิดชอบต่อสังคม

และเพิ่มยอดขายจากการเข้าใจความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถนำเสนอสินค้า และบริการที่ตรงใจได้ แถมยังได้ความภักดีต่อแบรนด์ เพราะลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์ และยังช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่เท่าเทียม เปิดรับ และเคารพความหลากหลาย

ดังนั้นนักการตลาดควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ ให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่มี “ความใส่ใจ” แบรนด์ที่ต้องการประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับเทรนด์นี้นะคะ

อ่านบทความเกี่ยวกับการตลาดเพิ่มเติม หรือข่าวสารการตลาด สามารถติดตามได้จาก เพจการตลาดวันละตอน รวมไปถึงเว็บไซต์ Twitter Instagram YouTube และ Blockdit ของการตลาดวันละตอนด้วยนะคะ

source

Issariya Ittiphumtana

"เฟ'ริน " Junior Marketing Content Creator การตลาดวันละตอน สายออกแบบกราฟฟิก ที่กำลังฝึกเขียนบทความการตลาด ซึ่งมีความชื่นชอบดื่มชาเขียวเป็นชีวิตจิตใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

คุณคิดว่าปัญหา PM 2.5 ที่เชียงใหม่วิกฤตหรือยัง ?

#การตลาดวันละโพล ขอหนึ่งคำถามก่อนอ่านการตลาดวันละตอน แล้วเราจะเอาไปทำเป็น Infographic โชว์หน้าเพจให้รู้ด้วยกัน