การใช้กลยุทธ์ Tie-in ที่สามารถสร้างการรับรู้ได้แบบเนียนๆ

การใช้กลยุทธ์ Tie-in ที่สามารถสร้างการรับรู้ได้แบบเนียนๆ

ต้องบอกว่า กลยุทธ์ Tie-in ในปัจจุบันนี้ มีช่องทางมากมายให้เลือกโปรโมตสินค้า ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าว สามารถสร้างการรับรู้ แถมยังดึงดูดความสนใจได้แบบเนียนๆ จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันค่ะ

สำหรับการ Tie-in จะคล้ายๆ การตลาดแบบกองโจร เน้นสร้างให้เกิดการจดจำ เห็นจนติดตา และทำให้พวกเขาจำได้ในที่สุด ไม่ว่าจะเป็น การใช้ Influencer มาถือสินค้าให้  หรือเป็นสปอนเซอร์ในรายการทีวีที่เราเห็นกันบ่อยๆ ก็ถือว่าเป็นการใช้ กลยุทธ์ Tie-in เหมือนกันค่ะ

วันนี้ปลื้มจะมาเล่าไอเดียดีๆ ที่มีความน่าสนใจ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง

สื่อแฝงในภาพยนตร์

หลายๆ คนคงเจอบ่อยๆกับสื่อแฝงในภาพยนต์ ซึ่งการโปรโมตสินค้าหรือแบรนด์มักใช้กับพวกหนังค่อนข้างเยอะมาก แต่จะจะทำอย่างไรให้หนังหรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำว่าเป็นแบรนด์เรา เพราะส่วนใหญ่แบรนด์ใช้งบจ่ายเพียงเพื่อจะมีฉากที่สินค้าของเราออกมาแค่แวบๆ เท่านั้น ซึ่งคนอาจจะไม่ทันได้จดจำได้เท่าที่ควร 

การใช้กลยุทธ์ Tie-In ที่สามารถสร้างการรับรู้ได้แบบเนียนๆ

ดังนั้น การที่จะ Tie-in ให้จดจำได้ ปลื้มก็มีตัวอย่างภาพยนต์ไทย อย่างเรื่องอ้าย..คนหล่อลวง ที่ค่อนข้างจะโด่งดัง ซึ่งสปอนเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มีเยอะ ถ้าใครดูแล้ว จะเห็นแบรนด์ ศรีสวัสดิ์ มีการ Tie-in ตลอดทั้งเรื่อง เพราะนางเอกทำงานอยู่บริษัทดังกล่าว และเป็นไปได้ว่าแบรนด์ที่ออกมาแค่ฉากหรือสองหรืออาจไม่ใช่สิ่งที่คนจดจำได้เท่าแบรนด์นี้นั่นเองค่ะ

การใช้กลยุทธ์ Tie-In ที่สามารถสร้างการรับรู้ได้แบบเนียนๆ

อีกหนึ่งตัวอย่าง ขอยกซีรี่ย์เกาหลีเรื่อง she would never know เพราะเรื่องนี้เกี่ยวบริษัทที่นางเอกทำงานเป็นการตลาดแบรนด์เครื่องสำอาง Klar ซึ่งไม่ได้แต่งขึ้นมาเอง แต่มันมีขายอยู่จริงๆ ซึ่ง Tie-in ตลอดทั้งเรื่องเช่นกัน ในเรื่องจะเล่าให้เห็นถึงการผลิต การทดลอง ที่วางแผนต่างๆ กว่าจะออกขายจริง ซึ่งทำเอาคนอยากซื้อใช้ตาม และด้วยความที่เป็นซีรี่ย์จึงมี episodes กว่า 16 ตอน ทำให้สร้างการรับรู้ได้ยาวๆไปเลยค่ะ

การ Tie-in ในลักษณะนี้สำหรับปลื้มคิดว่าคุ้มมาก เพราะไม่ใช่โฆษณาที่คนจะกดข้ามได้ อีกทั้งยังแนบเนียนไปกับเนื้อเรื่อง แบบไม่รู้สึกว่าขายของ ทำให้คนดูไม่อึดอัดว่าเวลาชม และนอกจากนี้ สามารถดูย้อนหลังได้ตลอดเวลาตามแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งดูหนังและซีรีส์ที่ถูกลงไว้แบบถูกกฎหมาย แต่ข้อเสียก็คือ ต้องใช้งบจำนวนมาก ถ้าบริษัทไหนมีงบพอก็ลุยได้เลยค่ะ

โปรโมตใน Live Streaming ต่างๆ  

ใน Live ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่คนชอบเข้าชมและใช้เวลาอยู่ในนั้นนานเหมือนกัน ซึ่ง  Live สด ที่ปลื้มหมายถึงไม่ใช่ไลฟ์ขายของแต่อย่างใดค่ะ เป็นสตรีมมิ่งที่รวมคนคนจำนวนมากไว้ในนั้น เช่น ไลฟ์สตรีมเกม ไลฟ์แข่งกีฬา E-sports ไลฟ์รายการออนไลน์ เช่น รายการอย่าหาว่าน้าสอน เป็นต้น เพราะ ที่กล่าวมาส่วนใหญ่จะไลฟ์นานกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้ผู้ชมจำแบรนด์เราได้อย่างแน่นอน 

โดยแต่ละ Live กลุ่มเป้าหมายก็จะต่างกัน ดังนั้นนักการตลาดต้องเลือกทาเก็จที่ต้องการสร้างการรับรู้ให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องหว่านแหให้เสียเวลาค่ะ แล้วสินค้าแบบไหนที่ Tie-in แล้วสร้างการรับรู้ และสามารถกระตุ้นให้เกิดการซื้อตามแบบ เรียลไทม์ จะเป็นพวกขนมและเครื่องดื่มค่ะ เพราะเวลาเราชมไลฟ์นานๆ ปลื้มคิดว่าเราจะรู้สึกหิวตาม แต่จริงๆ พออยู่กับอะไรนานก็คงจะรู้สึกคอแห้ง หิวนั่นหิวนี่เป็นธรรมดา อย่างเราไปดูหนังในโรงยังต้องซื้อป๊อปคอร์น กับ น้ำอัดลมเข้าไปด้วยเลย ดังนั้นยิ่ง Tie-in ให้เห็นแบบนี้ เป็นปลื้มก็อยากไปซื้อมากินด้วยค่ะ

วิดีโอ Tie-in การทำเมนูสุดฮิต

สำหรับการ Tie-in แบบนี้ และในช่วงที่คนอยู่บ้านกันแบบนี้ ปลื้มคิดว่าหลายๆ บ้านคงค้นหาเมนูที่จะทำในแต่วันกันค่อนข้างเยอะค่ะ แล้วแม่บ้านยุคใหม่แน่นอนค่ะ ว่าต้องพึ่งสูตรจาก Youtube / Google และ Facebook เป็นต้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับสินค้าประเภทของกิน รวมถึงของใช้ในห้องครัวด้วย 

การใช้กลยุทธ์ Tie-In ที่สามารถสร้างการรับรู้ได้แบบเนียนๆ

จากตัวอย่างของโอวัลติน เป็นการ DIY ของกินให้รู้สึกว่า สินค้าของเขาไม่ใช้มีไว้แค่ชงดื่มเท่านั้น แต่สามารถเป็นส่วนผสมในการทำขนม เค้กไอศกรีม ของหวาน ของคาว  และที่สำคัญทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าควรซื้อติดบ้านไว้เพราะทำได้หลายเมนู 

นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้ Influencer ร่วมเพื่อเพิ่มการมองเห็น หรืออาจจะให้กลุ่มผู้บริโภคคนที่ชอบแชร์ ชอบลงคอนเทนต์ของตัวเอง อยากลองทำตาม ซึ่งปัจจุบันคนเหล่านี้มีค่อนข้างเยอะ เพราะมีช่องทางที่ทุกคนสามารถเป็นครีเอเตอร์ในพื้นที่ตัวเองกันหมดแล้ว ทำให้สินค้าของเราถูกสร้างการรับรู้ไปด้วย 

ที่เห็นว่ามีแต่วิดีโอ ก็เพราะว่าเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคใช้เวลานานที่สุด ทำให้แบรนด์สร้างการรับรู้ได้เป็นอย่างดี เป็นอย่างไรบ้างกับ ไอเดียดีๆ ที่มีความน่าสนใจ สำหรับ กลยุทธ์ Tie-in แบบนี้ นักการตลาดสามารถนำเคสเหล่านี้ไปปรับใช้กันได้นะคะ โอกาสหน้าถ้าหากไอเดียใหม่ๆ จะมาเล่าให้ฟังอีกค่ะ สำหรับวันนี้ฝากติดตาม การตลาดวันละตอนทุกช่องทางด้วยนะคะ

Yoswimol

Yoswimol

🎡PLEUM | Data Research Executive ในเครือการตลาดวันละตอน | เป็นสาวกผู้หลงไหลในรสชาติของหมูกระทะ 🥓 ชอบชีวิตแบบ Slow Life ใช้เวลาว่างกับการช้อป 🛍 และ เที่ยวคาเฟ่ 📷 เท่านั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *