Psychology of Shapes – จิตวิทยารูปทรงและรูปร่าง ดีไซน์สื่อนัยยะ

Psychology of Shapes – จิตวิทยารูปทรงและรูปร่าง ดีไซน์สื่อนัยยะ

นอกจากจิตวิทยาสีหรือ Psychology of Colors แล้ว เรื่องของดีไซน์หรือพวก Symbols สัญญะอะไรพวกนี้ก็มีเรื่องของ จิตวิทยารูปทรงและรูปร่าง หรือ Psychology of Shapes ให้นักการตลาดโดยเฉพาะสาย UX/UI หรือ Creative Designers และช่างภาพทั้งหลายให้ต้องคำนึงถึงด้วยเช่นกัน เพราะแน่นอนว่ามันส่งผลต่อความหมายหรือการสื่อ Perception บางอย่างระหว่างผู้ส่งสารอย่างเราและผู้รับสารอย่างลูกค้าด้วยค่ะ

แน่นอนว่าของแข็งทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ย่อมต้องมีรูปทรงและรูปร่างของตัวมันเองที่คนเราสามารถระบุได้ว่า ขวดน้ำเป็นทรงไหน ถุงกระดาษที่เป็นรูปอะไร เป็นต้น และถึงแม้ว่ารูปร่างพวกนี้อาจจะไม่ได้ส่งผลต่อการนึกคิดของคนโดยตรงแต่มันส่งผลต่อ Emotional Feelings ข้างในได้ ซึ่งท้ายที่สุดก็จะส่งผลต่อพฤติกรรมที่แสดงออกมาได้ด้วยโดยที่คนเราไม่รู้สึกตัวนั่นเองค่ะ

ซึ่งที่ผ่านมาในต่างประเทศเค้าก็เคยมี Studies ออกมาแล้วว่ารูปทรงและรูปร่างเหล่านี้บ่งบอกนิสัยคนได้ โดยการทำการทดลองทางจิตวิทยาให้คนเลือกรูปทรงและรูปร่างที่ตัวเองชอบมากที่สุด ก็จะสามารถบอกได้ว่าคนนี้ เป็นคนแบบไหน มี Character ยังไง เป็นต้น ดังนั้นหากอยากรู้ว่าเรื่อง Psychology of Shapes หรือ จิตวิทยารูปทรงและรูปร่างนั้นตรงจริงไหม ลองเลือก Shape ที่ชอบไว้ในใจแล้วไปลองดูความหมายของมันกันเลยค่ะ

1. รูปทรงสามเหลี่ยม (Triangles)

ลองคิดถึงรูปทรงสามเหลี่ยมดูนะคะ ด้วยโครงสร้างที่เป็นทรงมุมแหลมขึ้นข้างบนกับมุมฐาน 2 ข้างนั้นทำให้รูปทรงสามเหลี่ยมถูกจัดให้เป็นตัวแทนของความสำเร็จและความพยายามค่ะ ทั้งนี้สามเหลี่ยมยังมักถูกใช้เป็นลูกศรที่ชี้ Direction ด้วย ทำให้คนรู้สึกว่ามันคือตัวแทนสู่ความสำเร็จนั่นเอง ตรงนี้ถ้าหากเราลองไปดูภาพหรือ Search จำพวกภาพหรือ Images ใน Google ดูถึงคำว่า ‘ความสำเร็จ’ หรือ ‘Success’ เราก็จะเห็นภาพที่มีรูปทรงสามเหลี่ยมเสียเยอะ ไม่ว่าจะเป็นรูปอย่างภูเขา จุดสูงสุดอะไรทำนองนี้ค่ะ

นอกจากนี้มุมฐานทั้ง 2 ข้างยังให้ความหมายถึงฐานที่มั่นคงด้วย แต่ถ้าหากให้กรณีที่สามเหลี่ยมบูดเบี้ยว ที่ดูเหมือนฐานไม่แข็งแรง จุดมุมสูงสุดไม่อยู่ตรงกลาง ก็อาจจะพาลให้ได้ความหมายตรงกันข้ามได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงหรืออันตราย ดังนั้นโดยรวมๆ แล้วสามเหลี่ยมสามารถสื่อได้ถึง

  • ความบาลานซ์ มั่นคง ความสำเร็จ
  • ความน่าตื่นเต้น Challenge
  • ความเสี่ยง ความอันตราย
ความหมายของรูปทรงสามเหลี่ยม
Photo by Sebastian Unrau

ยังไม่พอสำหรับการเลือกถ่ายภาพเพื่อใช้ในงานต่างๆ ยังมีกฎอย่าง Golden Triangle ในการจัดองค์ประกอบของภาพที่ใช้ให้มีจุดนำสายตาและมีความหมายเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งกฎก็คือการจัดวาง Elements ต่างๆ ในรูปให้อยู่ในรูปของสามเหลี่ยม เพื่อให้คนรู้ว่าในรูปนี้ต้องมองอะไรเป็นอันดับแรก หรือควรให้ความสำคัญกับสิ่งไหนมากที่สุด ดังนั้นรู้แบบนี้แล้วการเลือกรูป Stock หรือออกกองครั้งหน้าก็อย่าลืมจัดหามุมให้ได้ตาม Golden Triangle Rule กันนะคะ หรือจะเป็นเรื่องของการจัดภาพโพสต์ต่างๆ ก็นำไปปรับใช้ได้ค่ะ

2. สี่เหลี่ยมหรือ Squares และสี่เหลี่ยมพื้นผ้าหรือ Rectangle

รูปทรงสี่เหลี่ยมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือพื้นผ้านั้นเป็นรูปทรงที่เราเห็นได้บ่อยที่สุด ตั้งแต่หนังสือ คอม มือถือ ไปถึงตึกรามบ้านช่องต่างๆ ด้วยความที่ Structure ของมุมสี่ทั้ง 4 ที่เท่ากันทำให้ช่วยสร้างความรู้สึกถึงความแข็งแรง ปลอดภัย น่าไว้วางใจ รวมไปถึงความสบาย ความเท่าเทียมด้วย ทำให้เรามักจะเห็นการใช้รูปทรงสี่เหลี่ยมในการสร้าง Pattern เรียงต่อกันแบบลงตัว ยิ่งในกรณีที่รูปหรือ Elements ต่างๆ ในภาพของคุณดูสกปรก ยุ่งเหยิงไปหมด เพียงแค่คุณหากรอบสี่เหลี่ยมใส่เข้าไป ก็จะทำให้ภาพหรือ Elements ในภาพเหล่านั้นดูเป็นระเบียบขึ้นมาได้ค่ะ

ความหมายของสี่เหลี่ยม
Photo by Dylan Nolte

นอกเหนือจากนี้สี่เหลี่ยมยังหมายถึงความแกร่งแบบ Masculinity แมนๆ คุยกัน ปกป้องและพึ่งพาได้ ดังนั้นหากแบรนด์ไหนที่มุ่งเน้นขายความแข็งแรง แมนๆ ก็อาจจะคำนึงถึงการใช้รูปทรงสี่เหลี่ยมในสินค้า ภาพ โพสต์หรือ UX/UI เพิ่มทั้งนี้ก็เพื่อใช้ Psychology of Shapes หรือ จิตวิทยารูปทรงและรูปร่าง ในการสื่อความหมายออกไปค่ะ

อย่างไรก็ตามเพราะความแข็งแรงแบบนี้ บางคนก็อาจจะเอาไปตีความในแง่ลบได้ด้วย เช่น แข็งเกินไปจนดื้อ ไม่โอนอ่อนเลย ตรงนี้ก็อาจจะทำให้บางคนรู้สึกขยาดได้ด้วยเช่นกันค่ะ ดังนั้นโดยรวมๆ แล้วสี่เหลี่ยมสามารถสื่อได้ถึง

  • ความมีระเบียบ มีวินัย
  • ความแข็งแรง แมนๆ
  • ความกล้าหาญ
  • ความปลอดภัย พึ่งพาได้ วางใจได้

3. วงกลมหรือ Circles วงรีหรือ Ovals

จุดเด่นของวงกลมอย่างนึงเลยคือการที่มันไม่มีมุมหรือจุดสิ้นสุดค่ะ พอเป็นวงกลมเลยให้ความรู้สึกถึงอะไรที่เป็นตลอดไป ตลอดกาล ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีปลายทาง สี่เหลี่ยมเรามักจะพบในวัตถุที่เป็น Man-made หรือมนุษย์สร้างขึ้นมาเอง ในขณะที่วงกลมนั้นเรามักจะพบเห็นได้จากธรรมชาติอย่างผลไม้หรือแม้กระทั่งดวงจันทร์ ดวงดาวต่างๆ ทำให้เกิดความรู้สึกถึงอะไรที่น่าพิศวง ลึบลับได้เช่นกัน

อีกนัยยะหนึ่งที่เป็นอะไรที่ตรงข้ามกับสี่เหลี่ยมเลยคือ เพราะการที่วงกลมไม่มีมุมแหลม มันเลยดูอ่อนโยน ไม่ดุดัน ทำให้หลายครั้งถูกจับใส่ในความเป็น Feminine จนกลายเป็น Perception ติดตาว่าสินค้าผู้หญิงนั้น ต้องมีวงกลมเพื่อให้ส่งสารว่าสินค้านี้สำหรับผู้หญิงนะ อีกนัยยะนึงคือเรื่องของความลื่นไหล Smooth ไม่ติดขัด ทำให้วงกลมมักปรากฏอยู่ในภาพหรือวัตุที่ให้ความสนุกสนาน แฮปปี้ เด็กๆ แบบไม่มีอะไรให้ต้องคิดเยอะคิดมากนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้วงกลมยังทำหน้าที่คล้ายสีเหลี่ยมได้ด้วย นั่นก็คือการทำหน้าที่เป็นกรอบให้กับรูปภาพ ทำให้ภาพที่ดูยุ่งเหยิงดู Balanced มากขึ้น แถมยังเป็นตัวตัดสายตาได้ดี ช่วยให้คนสามารถรู้ได้ทันทีว่าควรจะมองอะไรในรูป จากเส้นเยอะๆ หรืออะเลอะเทอะหากมีวงกลมเข้ามาขั้น คนก็จะรู้ทันทีว่าต้องมองตรงไหนก่อนแบบไม่ต้องคิดค่ะ อาศัย Subconsciousness หรือจิตใต้สำนึกล้วนๆ เลย ดังนั้นโดยรวมๆ แล้ววงกลมสามารถสื่อได้ถึง

  • ความไม่มีที่สิ้นสุด
  • ความอ่อนโยน ความ Feminine
  • ความลึกลับพิศวง
  • ความไหลลื่น ไม่ติดขัด

4. รูปทรงก้นหอยขดๆ หรือ Spirals

รูปทรงลายก้นหอยขดๆ ส่วนมากจะพบเจอได้ตามธรรมชาติอย่างพวกเปลือกหอยหรือดอกไม้และ Galaxies ต่างๆ ทำให้ถูกใช้เป็นรูปทรงที่แทนถึง Cycle of Life และการเจริญเติบโต นอกจากนี้รูปทรงก้นหอยยังถูกใช้ในอดีตในด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการถ่ายรูปด้วย จนเกิดเป็น Golden Spiral Ratio เอาไว้ไกด็ให้ช่างภาพสามารถคำนวณองค์ประกอบของภาพให้ได้ Composition ที่ลงตัวค่ะ

จิตวิทยารูปทรงและรูปร่าง ของก้นหอยหรือ Spirals
Photo by Ludde Lorentz

อีกทางหนึ่งเพราะรูปทรงการคดตัวแบบก้นหอยนี้ทำให้มันมี Psychology of Shapes หรือ จิตวิทยารูปทรงและรูปร่าง ที่สื่อถึงความน่ากลัว หลอกหลอน อันตรายได้ด้วย โดยเฉพาะในเวลาที่เราไม่รู้เลยว่า อะไรกันแน่ที่อยู่ที่ปลายทางจุดจบตรงนั้น และยิ่งมันขยับได้ ก็จะสามารถสร้างความเวียนหัว มึนศีรษะได้เช่นกัน ดังนั้นในการทำหนังต่างๆ หากต้องการสร้างความรู้สึกเหล่านี้ ก็อย่าลืมใส่ลูกเล่นของรูปทรง Spirals เข้าไปด้วยค่ะ ดังนั้นโดยรวมๆ แล้ว Spirals สามารถสื่อได้ถึง

  • ความเจริญเติบโต
  • ความคิดสร้างสรรค์
  • ความน่ากลัว ความหลอน อันตราย
  • ความฉลาด

5. รูปทรงหลายเหลี่ยมหรือ Polygons

Psychology of Shapes รูปทรง Polygons
Photo by Clem Onojeghuo

รูปทรงหลายเหลี่ยมอย่าง Polygons นั้นล้วนสื่อถึงพลังและความเรียบร้อยไล่เรียงกัน ยิ่งพอวางเรียงต่อๆ กันก็คล้ายกับลักษณะของรังผึ้งที่ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง แต่ด้วยความมีหลายด้านหลายมุม ทำให้ Polygons สื่อถึงอะไรที่ค่อนข้างล้ำสมัยหรืออะไรที่ดูจะอนาคตๆ ด้วย ดังนั้นหากเราต้องการสื่อถึง Technology อะไรที่ล้ำๆ ก็สามารถใช้รูปทรงหลายเหลี่ยมแบบห้าเหลี่ยมในการสื่อสารได้ อย่างหนัง Sci-Fi ต่างๆ ก็มักจะให้รูปทรงนี้เป็น Symbolic เพื่อคุยกับจิตใต้สำนึกของเราด้วยเช่นกันค่ะ ดังนั้นโดยรวมๆ แล้ว Polygons สามารถสื่อได้ถึง

  • พลัง ความแข็งแรง
  • ความล้ำสมัย โลกอนาคต
  • ความแปลกใหม่

6. เส้นโค้งหรือ Curves

ต้องบอกว่ามนุษย์เรามักมีจิตใต้สำนึกที่ค่อนข้าง Positive กับรูปทรงที่ใช้เส้นโค้งมากกว่าเส้นตรง ด้วยความที่เส้นตรงมันดูเป็นไม้แก่ดันยาก ในขณะที่เส้นโค้งดูเป็นไม้อ่อนที่ดัดง่าย ดังนั้นการใช้เส้นโค้งในภาพจึงหมายถึงการสื่อเรื่องของความรู้สึกสงบ ความรู้สึกสบายนั่นเองค่ะ

นอกเหนือจากนั้นเส้นโค้งยังมักถูกใช้กับอะไรที่ต้องการ Sexy เพิ่มด้วย ไม่ชี้เฉพาะแค่ร่างกายมนุษย์ที่เรามักพูดว่าชอบคนที่มีส่วนเว้า ส่วนโค้ง แต่ยังรวมไปถึงวัตถุสิ่งของอย่างอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นตึกอาคารหรือรถยนต์ หากมีการตัดแต่งหรือตกแต่งแบบโค้งเว้า ก็มักจะให้ความรู้สึก Sexy ไปพร้อมๆ กันค่ะ ดังนั้นการใช้เส้นโค้งจึงเหมาะกับอะไรที่ต้องการความหวือหวา ร่วมสมัย ดูต้องตาค่ะ

ยังไม่พอนะคะ เพราะเส้นโค้งก็สามารถทำหน้าที่เหมือนเส้นนำสายตาได้ดีเช่นเดียวกัน เพราะด้วยคุณสมบัติทั้งเป็นเส้นยาวแถมยังโค้งอ่อนช้อย จึงทำให้คนที่มองภาพที่มีเส้นโค้งสามารถมองภาพได้อย่างทั่วถึงตามเส้นไปแบบไม่รู้ตัวได้ด้วยค่ะ ดังนั้นโดยรวมๆ แล้วเส้นโค้งสามารถสื่อได้ถึง

  • ความอ่อนโยน ดัดง่าย
  • ความเซ็กซี่ น่าค้นหา
  • ความหวือหวา ร่วมสมัย

เป็นอย่างไรบางคะ รูปทรงที่คุณชอบกับความหมายที่สื่อถึง Character ของคุณตรงกันไหม? นอกจาก Test เรื่องนี้แล้วก็อย่าลืมนำไปปรับใช้กับงาน Design ของทุกๆ ท่านด้วยนะคะ ซึ่งแน่นอนว่าไม่เกี่ยวกับแค่ Design ส่วนของ Content อย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึง Product Design และอื่นๆ ด้วย เพราะทุกอย่างที่เป็นภาพ เป็นวัตถุนั้นย่อมต้องมีรูปทรงและรูปร่างเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แถมยังเป็น Touchpoint สำคัญในการสื่อสารนัยยะ ความหมาย แม้ไม่ได้สื่อสารออกมาแบบ Verbally หรือโดยการพูดหรืออ่าน แต่มันคือความหมายที่คุยตรงถึงความรู้สึกและจิตใต้สำนึก เพราะฉะนั้นเพลินเลยหวังอย่างยิ่งว่าจะเรื่อง Psychology of Shapes หรือ จิตวิทยารูปทรงและรูปร่าง นี้นั้นจะมีประโยชน์กับนักการตลาดทุกท่านมากๆ ค่ะ

Reference: Canva.com

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *