อะไรก็เป็น Marketing Tools ได้ วิธีคิดที่จะช่วยให้คุณไปต่อได้ ในวันที่คิดไม่ออก แม้จะใช้ Marketing Tools ต่างๆช่วยแล้ว

อะไรก็เป็น Marketing Tools ได้ วิธีคิดที่จะช่วยให้คุณไปต่อได้ ในวันที่คิดไม่ออก แม้จะใช้ Marketing Tools ต่างๆช่วยแล้ว
สมัยเป็นครีเอทีฟตัวอ่อน คำว่า ช่างซ่อม/สร้าง แบรนด์ ยังติดหัวมาจนถึงทุกวันนี้

เราจะใช้ Marketing Tools อะไรมาช่วย ในยุคสมัยที่การแข็งขันทั้งหนักและรวดเร็ว แล้วถ้าไม่เจอ หรือเจอแล้วไม่ใช่ล่ะ จะทำยังไง อย่าหยุดครับ หาทางเดินต่อไปยังมีโอกาสเจอได้มากกว่าหยุดอยู่เฉยๆ

อาวุธธุรกิจ ผลิตขึ้นทุกวัน

ปัจจุบันศัพท์ใหม่ๆ เครื่องมือ ทฤษฎีใหม่เกิดขึ้นทุกวัน นอกเหนือจากทฤษฎีหมวก บันได
ปิรามิด 4P SWOT แค่นี้ก็เวียนหัวแล้วใช่มั้ยครับ ยังมีอีกมากมายที่ทยอยๆเกิดขึ้น
จุดประสงค์ก็เพื่อ ทำยังไงให้ขายของได้นั่นเอง เพราะรูปแบบการรบมีหลากหลายขึ้น
เพื่อให้เหมาะกับสมรภูมิที่ต่างกัน บางคนอาจจะประสบความสำเร็จแบบไร้รูปแบบ หรือที่เรียกว่ามวยวัด บางคนรวมวิธีคิดต่างๆ แล้วเอามายำ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่จนสำเร็จ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้น ก็กลายเป็นคนที่มาถ่ายทอดวิธีทำ วิธีคิด ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ เพื่อให้คนที่สนใจลองเอาไปใช้ดูบ้าง

Marketing Tools มีมากมายนับไม่ถ้วน
อยู่ที่เราจะเลือกใช้ให้ตรงกับโจทย์อย่างไร ซึ่งบางครั้งการเข้าใจแบรนด์ ตลาด และกลุ่มเป้าหมายที่ดีพอ ก็อาจจะเจอเครื่องมือที่ช่วยขายของใหม่ๆด้วยตัวเอง
ภาพจากหนังเรื่อง The matrix ทำให้ภาพชัดว่า โลกธุกิจ กับโลกของนีโอ ก็เหมือนกัน
ภาพจาก https://giphy.com/

คุณไม่มีวันรู้หมด

ยิ่งลองไปที่ Google search หาคำว่า Marketing Tools ดู คุณไม่มีวันเรียนรู้หมด แต่ก็ไม่ต้องท้อใจ ผมนึกถึง ฉากที่คีนู รีฟ แสดงในเรื่อง the Matrix ฉากที่ชั้นวางอาวุธปืน ไหลเข้ามาหาพระเอก แต่เขาเลือกไปไม่กี่กระบอก นี่เป็นภาพที่อธิบายปรากฎการณ์การตลาดได้ดีว่า คุณจะเลือกอาวุธไหนไปใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกโจทย์

บางคนอาจจะบอกว่า ก็พระเอก ตัวแค่นี้ เขาแบกไปได้ไม่หมดต่างหาก…นั่นล่ะครับธรรมชาติกำลังจะบอกว่าการเอาไปทั้งหมด ไม่ได้แปลว่าคุณจะชนะ แถมเป็นภาระเปล่าๆ

วิธีคิดเดียวกันเลยครับเครื่องมือมีให้เราเรียนรู้เยอะจนรู้ไม่ทันก็อย่าเพิ่งใจเสีย เพราะการเรียนรู้ให้ครบมันไม่ใช่ประเด็น แต่คนที่

  1. คุณเรียนรู้ธุรกิจตัวเองตลอดเวลา
  2. เข้าใจตลาดที่คุณอยู่ รวมถึงคู่แข่ง
  3. รู้ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

นี่ล่ะประเด็นสำคัญ

Marketing tools ต้องช่วยขายของ

สมมติว่าคุณรู้ 3 ข้อนี้อย่างดีแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้จักเครื่องมือ อะไรเลย แล้วยังไงต่อ มีวิธีคิดอย่างหนึ่งที่น่าสนใจครับ ที่จะช่วยธุรกิจหลายๆธุรกิจสำเร็จได้นั่นคือ มองทุกอย่างให้เป็น Marketing tools

เมื่อเกือบสิบปีมาแล้ว เทรนด์การถ่ายรูปแล้วอัปโหลด หรือแชร์ มีไม่มากขนาดนี้ และก็มีห้างๆหนึ่งที่เห็นความสำคัญก่อนใคร นั่นคือ Terminal 21 การทำให้ห้างสวย และเป็นห้างที่ ตรงประตูทางเข้า ไม่ติดป้ายว่า ห้ามถ่ายรูป ไม่มีรปภ. มาคอยห้าม นี่คือการโปรโมทที่ได้ผลมากในสมัยนั้น เป็นแบรนด์แรกๆของยุคที่ใช้คำว่า Free Media Free PR อย่างได้ผล พวกเขาสร้างบรรยากาศของห้างให้น่าถ่ายรูป แม้แต่ในห้องน้ำแต่ละชั้นก็ไม่เหมือนกัน นี่เป็นตัวอย่างง่ายๆ คุณมองออกมั้ยว่า เขาใช้อะไรเป็นเครื่องมือ?

ใช้นักดนตรีเปิดหมวกเป็น Marketing tools

วงดนตรีหนึ่งใช้วิธีโปรโมตซิงเกิ้ลใหม่ได้ฉลาดมาก ปกติการปล่อยซิงเกิ้ลใหม่จะเก็บเป็นความลับจนถึงวันเปิดตัว แต่เขาเลือกที่จะโปรโมตเลย โดยให้นักดนตรีเปิดหมวกที่เล่นข้างถนนหลายๆคน ร้องเพลงของเขาทั่วเมือง ไม่ว่าจะไปที่ไหนเราจะเห็นคนเล่นดนตรีเปิดหมวก ตามข้างถนน สถานีรถไฟ เล่นดนตรีนี้เหมือนกันๆ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เมื่อถึงวันเปิดตัว และการแสดงดนตรีที่ผับ ทุกคนร้องเพลงนี้ได้อย่างอัตโนมัติ และติดหูอย่างรวดเร็ว

ใช้คนเป็น Marketing tools

แม้จะรู้ว่า การถอดเสื้อเมื่อทำประตู คือโทษแรงถึงขั้นใบเหลืองตามกฎของ FIFA แต่ทีมงานที่คิดแคมเปญนี้และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็กล้าจะเสี่ยง ด้วยการสักชื่อคนไว้ทั่วตัวของเขา และเมื่อเขาทำประตูได้ เพราะทุกคนรู้ดีว่า กล้องต้องจับไปที่เขาแน่นอน และเขาจะถอดเสื้อเพื่อให้คนทั้งโลกได้เห็น ให้ทุกคนตระหนักว่าทุกวันนี้ มีคนกว่า 805 ล้านคนบนโลก ยังเผชิญกับสภาวะขาดแคลนอาหาร

ถือว่าคุ้มค่ามากกับการยอมโดนใบเหลือง เพราะคนที่เห็นไม่ใช่แค่ในสนามและดูถ่ายทอดสดเท่านั้น แต่มันกลายเป็นข่าวใหญ่ที่กระจายไปทั่วโลก

งานทรงพลัง จากเอเจนซี่ชื่อดัง Forsman & Bodenfors กับคราฟท์ขั้นเทพของไอเดีย รอยสัก และนักเตะระดับพระเจ้า ไม่แปลกที่จะได้รางวัลระดับโลกมากมาย
Whenever you see me, you see them แค่นี้ก็ขนลุกแล้ว

ใช้ Network ให้เป็น Marketing tools

หลายธุรกิจ มักจะมีสาขาทั่วโลก การแชร์ข้อมูลกันเป็นเรื่องปกติ แต่ เคสนี้น่าสนใจ เพราะใช้เวลาที่สูญเปล่าให้เกิดประโยชน์นั่นคือ Time Zone

เพื่อนผมอยู่เอเจนซี่หนึ่งครับ ผมจำได้ว่า ตอนนั้นประมาณ 2 ทุ่มเวลาไทย เพื่อน inbox มาถาม Insight คนไทยแบบเจาะลึก จริงจัง ไม่ใช่ถามแบบนักท่องเที่ยวที่วางแผนว่าจะมาไทยว่า ผัดไทยร้านไหนอร่อย ต้มยำกุ้งที่ไหนดี ผมก็งงว่าจะถามทำไม ในเมื่อ เขาเป็นคนโคลอมเบีย ทำงานที่อาร์เจนติน่า

สิ่งที่เขาเล่าคือ เขามีลูกค้าในเมืองไทย ออฟฟิศอยู่ที่กรุงเทพนี่ล่ะ ซึ่งลูกค้าไทย ดีลกับบริษัทที่เพื่อนผมทำงานอยู่ แต่เป็นสาขาที่สิงคโปร์ ผมอ่านแล้วอึ้งไปเลย เพราะถ้าเขาได้รับอีเมล์ เมื่อเพื่อนของผมเข้าออฟฟิศเช็คอีเมล์ เขามีเวลา 1 วันเต็มๆที่จะทำงานส่งมาสิงคโปร์ ต่อให้ทำงานลากยาวถึง 6 โมงเย็น ก็ยังเช้าเกินที่ลูกค้าไทยจะตื่น

กรณีของ Time zone หรือเคสอื่นที่ยกมามันเวิร์คกับบางธุรกิจ ซึ่งไม่ใช่สูตรสำเร็จ ไม่มีสูตรสำเร็จ หรือทางไหนที่เป็นทางลัดแบบถาวร แต่การยกตัวอย่างทำให้ภาพของคำว่า Disruption มันชัดเจนมาก มองทุกอย่างให้เป็น tools มันเป็นวิธีคิดหนึ่งที่ช่วย Spark

ให้คุณลองตั้งคำถามหรือหาแหล่งไอเดียใหม่ๆ เท่านั้น ส่วนธุรกิจจะไปต่อได้ดีมั้ย อยู่ที่ว่าคุณเอามันไปใช้ยังไง เหมือนกรณี Terminal 21 ที่ทุกวันนี้มีร้านกาแฟต่างเน้นทำร้านให้มีคนมาถ่ายรูปสวยๆมากมายเพื่อ Free PR, Free Media ซึ่งสุดท้ายมีทั้งไปรอด และไม่รอด ด้วยปัจจัยที่ต่างกัน เช่นเหตุผลที่เคยเล่าให้ในบทความเรื่อง Customer journey

วิธีคิดของบทความนี้ ผมมักจะได้รับการสอนเมื่อนานมาแล้วจากครีเอทีฟรุ่นพี่หลายๆ คน จากหลายเอเจนซี่ ที่บังเอิญเล่าเรื่องนี้คล้ายๆกัน คือ บางครั้ง เราสามารถมองสิ่งรอบตัว มาช่วยแก้ปัญหาของเราได้ เช่น การอ่านข่าวเกษตร การเมือง ดูหนังฟังเพลง แล้วคิดต่อว่า ถ้าเป็นเรา เราจะทำยังไง เราเอาวิธีการแก้ปัญหาของรปภ.คนนึงจากการที่เราอ่านข่าวของเขา มาปรับใช้กับธุรกิจของเรายังไง เราเห็นการกระจายความเสี่ยงของเกษตรกรคนหนึ่งที่แหวกแนวมาก แล้วเราจะกระจายความเสี่ยงของธุรกิจเรายังไง และอีกประโยคที่เป็นเคล็ดลับครับ

หากยังคิดไม่ออก ให้ลืมทุกสิ่ง แล้วออกไปพัก ดูหนัง เที่ยว นอน ทำอะไรก็ได้โดยห้ามคิดงาน ไม่คาดหวังใดๆ บางครั้งมันจะโพล่งขึ้นมาเอง หรือบางครั้ง เมื่อเรากลับมาโฟกัสที่งานอีกครั้ง มันจะคิดออก แต่อย่าทำบ่อยนะครับเที่ยวบ่อยๆนี่ นอกจากไม่ได้งาน เดี๋ยวจะตกงาน 🙂

สุดท้ายความเชี่ยวชาญธุรกิจของคุณ และความเข้าใจทั้งตลาด และกลุ่มเป้าหมาย คือสิ่งสำคัญที่สุด Tools ไม่ใช่สูตรสำเร็จ ถ้าคุณยังไม่เข้าใจธุรกิจที่คุณทำ Tools ก็อาจจะช่วยได้ แต่ไม่เต็มประสิทธิภาพ ผมนึกถึงประโยคๆนึงในนิยายจีนกำลังภายใน

“กระบี่อยู่ที่ใจ หากเยี่ยมยุทธแล้วไซร้ แม้กิ่งไผ่ก็ยังไร้เทียมทาน”
ใครจำประโยคนี้ได้ แสดงว่าอายุของเรามาไกลเหมือนกันแล้วครับ

ข้อมูลอ้างอิง > https://cdn.wfp.org/2015/805millionnames/

BX24

BX24

BX24 เกิดจากการรวมตัวกันของนักออกแบบหลายแขนง ทั้ง Interior Designer, Architect, Product Designer, Graphic Designer, Creative ที่เชื่อว่า นอกจากโฆษณาแล้ว งานออกแบบ สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับ Brand ได้ (Brand Experience) ถ้าออกแบบให้ถูกที่ ถูกเวลา ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ทั้งสายงานออกแบบของแต่ละคน การเป็นวิทยากร อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัย จึงชวนกัน ผลัดกันแชร์เรื่องราวดีดี เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *