Duplicate Content ส่งผลเสียต่อการทำ SEO จริงหรือไม่? และแก้ไขได้อย่างไร?

Duplicate Content ส่งผลเสียต่อการทำ SEO จริงหรือไม่? และแก้ไขได้อย่างไร?

สำหรับการทำเว็บไซต์นั้นการมีเนื้อหา หรือบทความที่เหมือนหรือคล้ายกับเว็บไซต์อื่นมากๆ นั้นย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่

ในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้ไปพร้อมกันครับว่า Duplicate Content หรือเนื้อหาที่ซ้ำกันนั้นมีลักษณะแบบไหน? และจะส่งผลเสียต่อการทำ SEO ขอบคุณอย่างไรบ้าง?

กำลังมองหาการเรียนรู้ว่าเนื้อหาที่ซ้ำกันคืออะไร และมันอาจส่งผลเสียต่อ SEO ของคุณอย่างไร? 

Duplicate Content คืออะไร?

Duplicate Content คือเนื้อหาที่ซ้ำกันหรือใกล้เคียงกันเกือบทั้งหมด ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้อาจมีอยู่ในเว็บไซต์อื่นๆ โดยอาจจะเหมือนทั้งในแง่ของรูปประโยค สำนวนการเขียน ความและการอธิบายความ

แต่ถ้าเป็นการแปลจากเว็บไซต์ต่างประเทศแล้วเขียนเป็นสำนวนของตัวเอง แบบนี้ไม่ถือว่าเป็น Duplicate Content ครับ

ดังนั้นถ้าเว็บไซต์ไหน Copy บทความมาจากที่อื่น หรือนำมาแก้ไขเพียงเล็กน้อยแล้วคิดว่าจะรอดสายตา Algorithm ของ Google บอกเลยครับว่าไม่รอด!

สาเหตุของเนื้อหาที่ซ้ำกันเกิดจากอะไร

สาเหตุหลักๆ ของเนื้อหาที่ซำ้กันในเว็บไซต์มักเกิดจากกรณีดังต่อไปนี้ คือ

  • การนำบทความหรือเนื้อหาเดียวกันไปเผยแพร่บทแพลตฟอร์มอื่นๆ แบบ Copy Paste
  • มี URL ของ Post มากกว่า 1 ชุด ในเว็บไซต์แบบไม่ได้ตั้งใจ
  • มีเว็บไซต์อื่นคัดลอกเนื้อหาของคุณไปเผยแพร่ต่อ

ทำไม Duplicate Content จึงไม่ดีสำหรับ SEO?

การที่เนื้อหาในเว็บไซต์ของเรานั้นไปซ้ำกันกับเว็บไซต์อื่นๆ นั้นอาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพ SEO ของเราได้ เนื่องจากเหตุผลดังต่อไปนี้

1. ทำให้เกิด URL ที่ไม่พึงประสงค์หรือไม่เป็นมิตรในผลการค้นหา

ลองนึกภาพดูนะครับว่าหน้าเดียวกันมีอยู่ใน URL ที่แตกต่างกันสาม URL:

  • domain.com/page/
  • domain.com/page/?utm_content=buffer&utm_medium=social
  • domain.com/category/page/

ซึ่ง URL แรกนั้นควรเป็น URL ที่ปรากฏในผลการค้นหา แต่ถ้ามี Duplicate Content เกิดขึ้น Google ก็อาจเข้าใจผิดได้ 

แล้วถ้าหากเป็นเช่นนั้น URL ที่ไม่ต้องการก็อาจเข้ามาแทนที่ ทำให้คนคลิกเข้าไปเยี่ยมชมในหน้า URL ที่คุณต้องการจริงๆ น้อยลงนั่นเอง

2. เสียเวลาในการรวบรวมข้อมูล

เมื่อ Google เจอเนื้อหาใหม่บนเว็บไซต์ของเราผ่านการรวบรวมข้อมูล ซึ่งหมายความว่า Google นั้นจะติดตามลิงก์จากหน้าที่มีอยู่ไปยังหน้าใหม่ นอกจากนี้ยังมีการแวะเข้าไปรวบรวมข้อมูลหน้าที่เดิมที่เคยเก็บข้อมูลไปแล้วเป็นครั้งคราวเพื่อดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่

ดังนั้นการมีเนื้อหาที่ซ้ำกัน ก็ไม่ต่างอะไรจากการสร้างงานเพิ่มสำหรับ Google เท่านั้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความเร็วและความถี่ในการรวบรวมข้อมูลหน้าเว็บใหม่หรือลิงก์ที่อัปเดตของเรา

3. เนื้อหาที่คัดลอกมามีอันดับเหนือกว่าคุณ

ในบางครั้ง เราอาจมีดารอนุญาตให้เว็บไซต์อื่นเผยแพร่เนื้อหาซ้ำจากเว็บไซต์ของเราได้ หรือบางครั้งก็อาจจะมีเว็บไซต์อื่นมาคัดลอกเนื้อหาของคุณและเผยแพร่ซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต

ซึ่งทั้ง 2 สถานการณ์จะทำให้เกิดนี้เนื้อหาที่ซ้ำกันขึ้นในหลายโดเมน จนอาจทำให้เกิดปัญหาที่ว่า เนื้อหาที่คัดลอกมาหรือเผยแพร่ซ้ำเริ่มมีอันดับสูงกว่าต้นฉบับ

จะรู้ได้อย่าไรว่าเว็บไซต์เรามี Duplicate Content 

อย่างที่ผมได้บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าการจะเขียนบทความหรือเนื้อหาต่างๆ ลงในเว็บไซต์นั้นนอกจากคุณสมบัติในแง่ของงานเขียนที่มีคุณภาพและมีประโยชน์ ตอบโจทย์ผู้เข้ามาเยี่ยมชมแล้ว คอนเทนต์ของเราควรจะเป็นคอนเทนต์ออริจินอล ที่ไม่ลอกเลียนจากเว็บไซต์อื่นๆ 

ในกรณีที่เขียนเองผมไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ แต่สำหรับบางเว็บไซต์ที่จ้างบุคคลภายนอกมาเขียนให้นั้นสามารถตรวจสอบว่าเนื้อหาของเราซ้ำกับเว็บไซต์อื่นๆ หรือไม่ด้วยการเอาข้อความบางส่วนไปตรวจสอบในโปรแกรม plagiarism-checker เพื่อดูว่าค่าที่ตรวจสอบได้นั้นมีเปอร์เซ็นต์การ Duplicate อยู่กี่เปอร์เซ็นต์นั่นเอง

สำหรับการตรวจสอบเนื้อหาที่ซ้ำกันภายในเว็บไซต์ของเราก็สามารถเข้าไปใน Google Search Console เพื่อเข้าไปตรวจสอบ URL รวมถึง คุณยังสามารถตรวจสอบแท็กชื่อที่ซ้ำกันคำอธิบายเมตาและ H1 ได้ในรายงานแท็ก HTML อีกด้วยครับ

การตรวจสอบ URL

โดยคลิกที่แถบสีเหลืองเพื่อดูหน้าที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเมื่อคลิกเข้าไปแล้วจะเห็นว่าเนื้อหาที่มีปัญหานั้นมักจะมีหน้าที่มีชื่อซ้ำ คำอธิบายเมตา หรือ H1 ที่คล้ายกันมาก

ตัวอย่างเช่น ทั้งสองมีแท็กชื่อเหมือนกัน และเนื้อหาเกือบจะเหมือนกันเนื่องจากผลิตภัณฑ์เหมือนกัน เป็นต้น

การตรวจสอบไซต์แท็ก html ที่ซ้ำกันไม่ถูกต้อง

Duplicate Content แก้ไขได้อย่างไรบ้าง

หลังจากตรวจสอบเนื้อหาแล้วถ้าพบว่าในเว็บไซต์ของเรามีเนื้อหาที่ซ้ำซ้อนกันอยู่หลาย URL ก็สามารถให้เขียนโปรแกรมเพื่อใส่ Canonical Tag ลงในหน้าที่เราต้องการชี้เพื่อให้ Google เข้ามาเก็บ Index ได้ครับ

หรือถ้าใครติดตั้ง Plugin Yoast ไว้ ก็สามารถใส่ Canonical URLs ที่เราต้องการเข้าไปได้เลยเช่นกัน

ส่วนในกรณีที่มีคนคัดลอกบทความเราไป ผมแนะนำว่าเบื้องต้นควรแจ้งไปที่เว็บไซต์เหล่านั้นให้เขาลบเนื้อหาที่คัดลอกออก หรือสามารถแจ้งไปทาง Google ให้ดำเนินการได้เช่นกันครับ

และเนื่องจาก Google มองว่าเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาซ้ำกันนั้นเป็นเนื้อหาที่คุณภาพต่ำ ดังนั้นเราจึงควรตรวจเช็ก Duplicate Content อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงต้องระวัง

ความผิดพลาดทางเทคนิค SEO ที่นำไปสู่การสร้างเนื้อหาที่ซ้ำกันในหน้าเว็บไซต์ของคุณเองด้วย

คอร์สเรียนออนไลน์ SEO Practice รุ่นที่ 1

ใครที่อยากเรียนรู้การทำ SEO แบบจัดเต็ม คอร์สนี้จะเริ่มสอนตั้งแต่การใช้เครื่องมือ MarTech เพื่อทำ Research Keywords หาคำที่ใช่ก่อนเริ่มทำคอนเทนต์

สอนการวาง Website Structure เพื่อทำให้เว็บไซต์เรามีประสิทธิภาพสูงสุด

สอนแนวทางการเขียนคอนเทนต์ให้ Google Algorithm ชอบ เพื่อเพิ่มโอกาสติดหน้าแรกมากที่สุด

และบอกเคล็ดลับการทำเว็บให้ดีกว่าเดิม เพื่อลดการยิงแอดที่แพงขึ้นทุกวัน หันมาเพิ่มการทำ SEO Content ที่ดี เพื่อให้ลูกค้าหาเราเจอด้วยตัวเองครับ

SEO Practice รุ่นที่ 1
digital composite of business graphics with office background

เรียนแบบออนไลน์ รุ่นที่ 1 วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 9:00-00-16:00 ค่าเล่าเรียนคนละ 9,900 บาท

รับจำนวนจำกัด 20 คน เพราะต้องการเน้นคุณภาพในการตอบคำถามคนเรียนให้ทั่วถึงครับ

อ่านรายละเอียดและสมัครก่อนเต็มตามลิงก์นี้ได้เลย >> https://bit.ly/seopractice1

ใครที่อยากติดตามบทความเกี่ยวกับการทำ SEO ผมแนะนำให้ไปอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ครับ

ในบทความหน้าผมจะมีอะไรมาอัปเดตอีกบ้าง สามารถติดตามได้ผ่านเพจการตลาดวันละตอน รวมถึง Twitter และ Blockdit ของการตลาดวันละตอน

Phiphat Sotthivilaipong

Phiphat Sotthivilaipong

Digital Marketer ผู้สนใจใน SEO I Data Research I Marketing Automation I

Leave a Reply

Your email address will not be published.