เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Influencer Marketing

เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Influencer Marketing

หนึ่งใน Tactics หรือลูกเล่นการตลาดที่เรามักใช้เมื่อต้องการเพิ่ม Awareness หรือเพิ่มการรับรู้ให้กับแบรนด์หรือสินค้าของเราก็คือ Influencer Marketing เพราะมันคือการเข้าถึงฐานแฟนคลับของกลุ่มคนดังเหล่านั้นให้หันมาสนใจแบรนด์ของเราบ้าง แต่ถึงแม้ว่าการทำ Influencer Marketing จะกลายเป็นพื้นฐานการตลาดง่ายๆ ในวันนี้ไปแล้ว แต่ก็ยังมี “เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Influencer Marketing อยู่” ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น เพลินสรุปมาให้แล้วค่ะ

บอกก่อนว่าที่เพลินเลือกหยิบเรื่องนี้จากทีม Brandface มาสรุปไม่ใช่ว่าเพราะต้องการหาลูกค้าเพิ่มหรอกนะคะ แต่เพราะไม่อยากให้เจ้าของแบรนด์และนักการตลาดหลายๆ ท่านปัดการจ้างงานอินฟลูเหล่านี้ตกไป หรือไม่กล้าที่จะลงทุนกับการใช้อินฟลูในการโปรโมตสินค้าเลย เพราะหากเราเข้าใจการตลาดนี้จริงๆ กอปรกับกลยุทธ์การทำ Influencer Marketing ดีๆ เพลินจะบอกว่าคนดังเหล่านั้นสามารถยกระดับแบรนด์ของเราขึ้นมาได้เลยจริงๆ ค่ะ

ทั้งนี้อยากให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า แกนไอเดียหลักของการทำงานกับอินฟลูเลยก็คือ การใช้ความสัมพันธ์ระหว่างอินฟลูคนนั้นกับแฟนๆ ของเค้าให้เป็นประโยชน์ต่อสินค้าของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอินฟลูที่เป็น Tier ล่างลงมา พวกเค้าก็จะมีความสัมพันธ์กับผู้ติดตามหรือแฟนๆ ของพวกเค้าที่แข็งแรงกว่า เพราะเข้าถึงได้ง่ายมากกว่า พูดคุยได้สะดวกกว่าอินฟลูเบอร์ใหญ่ คนตามหลักล้านแล้วมีคน Comment หาโพสต์ละเป็นหมื่นๆ แสนๆ นั่นเองค่ะ

และยิ่งกับสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้น ทำให้การใช้งาน Influencer Marketing บูมขึ้นกว่าเดิม เพราะใครๆ ก็หันมาขายของออนไลน์กันทั้งนั้น ดังนั้นอย่าปล่อยให้ 5 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Influencer Marketing หยุดคุณไม่ให้ลงทุนกับเหล่าเน็ตไอดอล อินฟลูเหล่านี้กันเลยนะคะ

1. จ้างอินฟลูเสียเงินแพง

ข้อแรกที่แสนคลาสสิกและเชื่อว่านักการตลาดหลายคนรวมไปถึงเจ้าของแบรนด์เองก็ต้องเคยคิดกันมาแล้ว แต่หากเราคิดถึงการตลาดแบบเดิมๆ ที่เรามาตลอดละ พวก Traditional Marketing ลงทีวีหรือป้ายบิลบอร์ดข้างนอก แบบนั้นเราเสียเงินไปเท่าไร แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้าง?

อย่างที่บอกว่าการใช้งานอินฟลูก็เหมือนกับเราขอยืมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างอินฟลู-แฟนคลับของเค้าให้มาสนใจแบรนด์เรา แล้วกว่าที่อินฟลูเหล่านั้นจะมีแฟนคลับมาติดตามได้ พวกเค้าก็ลงทุนไปเยอะในการสร้าง Character ต่างๆ นาๆ ดังนั้นเราไม่ควรดูถูกสิ่งที่พวกเค้าทำเลย ยิ่งเป็นการที่มีเรื่องของ Production เข้ามาเกี่ยวข้องยิ่งแล้วใหญ่ เหมือนที่เราในฐานะคนทำการตลาดรู้ว่า เปิดกองทีมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง มีขั้นตอนยุ่งยากแค่ไหน อินฟลูเหล่านั้นก็ต้องทำเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ไฟ แสง เสียง งานแต่งหน้า อุปกรณ์ พร้อพ และอื่นๆ อีกมากมายค่ะ

อย่างไรก็ตามเรทของแต่ละ Tier ของเหล่าอินฟลูก็ไม่เท่ากันอีก ดังนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับแบรนด์แล้วค่ะว่า อยากจะจ้างอินฟลูระดับตัวท็อปแล้วจ่ายแบบเจ็บๆ 1 ครั้ง หรืออยากจะหั่นงบแล้วจ้างตัวเล็กเป็น 100 คนแทนดี

2. จ้างกลุ่ม Nano influencers ที่มีคนติดตามน้อยไม่ค่อยเวิร์ค

แน่นอนว่าถัดจากเรื่องของราคาแล้ว เรื่องต่อมาที่นักการตลาดทุกคนจะคิดถึงก็คือเรื่องของผลลัพธ์หรือความ Effectiveness ในการจ้างว่า จ้างแล้วคุ้มไหม? ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องคำนึงถึงถูกแล้วค่ะ แต่เพราะคนเอาแต่คิดว่าจ้างอินฟลูที่มีคนติดตามยิ่งเยอะเท่าไรยิ่งดี จนลืมไปว่ายิ่งตัวใหญ่ คนติดตามเยอะเนี่ยแหละ ที่ Interaction ระหว่างอินฟลู-แฟนคลับเริ่มน้อยลงตามไปด้วย

ในขณะที่หาคุณอยากได้ Engagement ที่ดูจริงใจ เป็นกันเอง กลุ่มอินฟลูตัวเล็กเนี่ยแหละที่ทำได้ดีกว่าเยอะเลย เพราะอินฟลูตัวเล็กต่อให้คุณไม่จ้าง เค้าก็ยังทั่วถึงกับแฟนคลับของเค้าเสมอๆ จนทำให้คนกล้าเข้าหา พูดคุยได้แบบสนิทใจกว่า ตอบคำถามได้ดีกว่าด้วยค่ะ

3. พวกอินฟลูชอบมี Fake Followers

หากคำนึงถึงเรื่อง Quality ของกลุ่มคนติดตาม ต้องหนีเรื่อง Fake Followers   ไปไม่ได้เลย เพราะในช่วงที่อินสตาแกรมบูมใหม่ๆ ใครๆ ก็อยากดังจนเผลอซื้อ Followers ปลอมๆ ไปซะเยอะ ทำให้ถึงแม้ว่าจะดูมีคนตามเยอะ แต่ Engagement ที่ได้กลับมา กลับไม่ค่อยไปในทิศทางเดียวกันสักเท่าไรนัก ทั้งนี้จึงทำให้เราในฐานะคนจ้าง ก็คิดเสมอมาตลอดว่าต้องระวังอินฟลูที่ซื้อยอดฟอลด้วยนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างมีมานานมาแล้ว แถมอินสตาแกรมหรือแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆ ก็เริ่มมีการกวาดล้างบัญชีที่ไม่ Confirm ตัวตนหรือไม่ Active ออกไปค่อนข้างมาก ทำให้เรื่องของเฟคฟอลหายไปเรื่อยๆ ค่ะ อย่างไรก็ตาม วิธีป้องกันก็ไม่ได้ยาก แค่พยายามมองหาบัญชีอินฟลูที่มียอดฟอลกับยอด Engagement ที่ไหลไปในทางเดียวกับก็พอแล้ว หรือจะมองหาพวก Tools ที่บอก Fake Accounts ได้ก็มีเหมือนกันค่ะ

4. Influencer Marketing มันต่อยอดไม่ได้

หลายคนคิดว่าการทำ Influener Marketing ก็เหมือนกับการจ้างแล้วจบไป ไม่สามารถเอาสิ่งที่จ้างไปมาต่อยอดได้แล้ว แต่จริงๆ แล้วหากมีการวางแผนครบลูปดีจริงๆ เราจะสามารถทำ Tracking บางส่วนได้ทั้งจาก Online > Offline หรือจะเป็นเรื่องของการติด UTM ให้อินฟลูแต่ละคน เป็นต้นค่ะ

นอกจากนี้หากเราทำ Data Strategy ร่วมด้วย ข้อมูลที่เราได้ผ่านการโปรโมตของเหล่าอินฟลูนั้นย่อมเอามาขยี้ทำประโยชน์ต่อได้อยู่แล้ว บอกเลยว่าขึ้นอยู่กับว่าเราวางแผนกลยุทธ์เรามาแบบไหนมากกว่าค่ะ

5. บริษัทใหญ่เท่านั้นถึงจะจ้างอินฟลูได้

ข้อนี้ผิดมากๆ แล้วก็ต้องบอกว่ามันขึ้นอยู่กับ Tier ของอินฟลูที่คุณอยากได้มากกว่า หากคุณยังเข้าใจข้อ 2 ที่บอกว่าอินฟลูตัวเล็กไม่ควรจ้างเพราะไม่คุ้มแบบนั้น งั้นข้อ 5 นี้ก็จะไม่มีทางแก้ได้เลยค่ะ เพราะใจคุณมันไปกับตัวใหญ่ไป หมดแล้ว ทั้งๆ ที่ตัวเล็กๆหลายๆ คนในงบก้อนเดียวกัน อาจทำ ROI ให้คุณได้มากกว่าด้วยซ้ำ 

อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งเทคนิคที่เพลินอยากย้ำมากๆ เลยก็คือ พยายามเน้นหาอินฟลูที่มี Passion กับสินค้าหรือแบรนด์ของเรา เพราะหลายครั้งที่อินฟลูเหล่านี้สามารถเล่าเรื่องที่เค้ามี Passion ได้ดีกว่าพนักงานขายด้วย ดังนั้นอย่าเพิ่งดูแคลนอินฟลูตัวเล็กนะคะ พวกเค้า Budget-Friendly ไม่พอยังสามารถถ่ายทอดถึงสินค้าคุณได้ดีกว่า มี Bonding กับคนที่ติดตามพวกเค้าที่ดีกว่าด้วยค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็คือ 5 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Influencer Marketing ที่เพลินอยากให้ลองปรับมุมมองกับการตลาดนี้ดู งบก้อนนึงจะหั่นมาลงกับพวกเค้าเท่าไร จะให้พวกเค้าทำอะไร ต่อยอดได้อย่างไร วัดผลอย่างไร คิดวางแผนให้ครบลูปก่อน ถ้าทำได้ผลลัพธ์มันดีไปด้วยแน่นอนค่ะ อะ ไหนๆ ก็เขียนมาขนาดนี้แล้ว การตลาดวันละตอนก็รับงาน Advertorial อยู่ตลอดนะคะ จะโทรหรือ Email เข้ามาคุยกันก่อนก็ได้น้า หรือหากกำลังมองหา Tools ในการ Manage อินฟลูตามแพลตฟอร์มโซเชียลอยู่ ลองอ่านบทความนี้ต่อได้เลยค่ะ 

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *