การตลาด Gen-Z ในช่วง COVID19 พร้อมแฉ! ถ้าฉวยโอกาส

การตลาด Gen-Z ในช่วง COVID19 พร้อมแฉ! ถ้าฉวยโอกาส

อย่างที่นักการตลาดหลายๆ คนรู้ดีอยู่แล้วว่า Gen-Z กำลังจะกลายเป็นกลุ่ม Demographics สำคัญในอีกไม่กี่ปีที่จะถึงนี้ เพราะพวกเค้าจะเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่แบรนด์ควรทำ ถ้าอยากได้ใจ Gen-Z ในวันหน้า ก็คือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขาในวันนี้ ผ่าน ‘การตลาด Gen-Z’ ในช่วงวิกฤต COVID19 ค่ะ

Key highlights:

  • อย่าฉวยโอกาส: ไม่ว่าจะกับลูกค้าหรือพนักงาน จริงๆ อันนี้อาจจะเป็นกับคนทุกคน แต่สำหรับ Gen-Z หรือคนรุ่นใหม่ที่รักการค้นหา ใช้เน็ตนั้น ถ้าคุณโป๊ะขึ้นมาละก็ อาจจะโดนสาวไส้ออกมาเลยแหละ
  • อย่าให้พวกเขาเอ้าท์: จัดแคมเปญหรือกิจกรรมที่ให้พวกเขาไม่หลุดจากกระแส Social หรือเทรนด์อีเว้นท์ต่างๆ
  • อย่าลืมว่าพวกเขาเป็น Creator ที่ดี: เพราะว่าพวกเค้าโตมากับ Content แบรนด์ควรพยายามหาทางทำงานร่วมกับกลุ่ม Gen Z เพื่อสร้างอะไรใหม่ๆ

Insight Gen Z ช่วง COVID19 – เสียใจพลาดสิ่งดีๆ

กลุ่มผู้บริโภค Gen Z หรือกลุ่มคนที่เกิดในช่วงปี 1997-2012 เมื่อถามว่าสำคัญขนาดไหน ทำไมนักการตลาดหรือนักธุรกิจต้องแคร์? ให้มาดูที่จำนวนประชากรที่เกิดในปีเหล่านี้ค่ะ จะเห็นได้ว่ากลุ่ม Gen Z นั้น ครองโลกไปแล้วเกือบครึ่งหรือเท่ากับ 40% ของประชากรทั่วโลก ซึ่งก็มีการคาดคะเนไว้ว่า เด็กรุ่นนี้จะกลายเป็นผู้บริโภคสินค้า Luxury กว่า 40% เช่นกันในปี 2035 ค่ะ เรียกได้ว่า จำนวนเยอะและยังมีกำลังซื้อเยอะเช่นกันนั่นเอง

ขยับมาที่ Insight คนกลุ่มนี้ที่เกิดขึ้นในช่วง COVID19 กันบ้าง เพราะนอกจากความกลัวที่จะเสี่ยงติดเชื้อไวรัสแล้ว ยังมีเรื่องของความเสียใจที่ตัวพวกเค้าต้องพลาดโอกาสต่างๆ ในชีวิตไปเพราะวิกฤตครั้งนี้ด้วย โอกาสที่ว่านั้นก็คือ โอกาสที่ไม่ได้มีบ่อยๆ ค่ะ อย่างรับปริญญา งานพรอม ช่วงเวลาของการหางานใหม่ ฝึกงาน รวมไปถึงความทรงจำที่บอกว่าปีจบของพวกเค้า คือปีที่เป็น Lost Year หรือปีแห่งความศูนย์เสีย ที่ทำให้ไฟในตัวมันเฉาลงๆ จากความมั่นใจหลังเรียนจบ กลายเป็นการกักตัวอยู่บ้าน เศรษฐกิจไม่ดีซะงั้น 

เด็กกลุ่มที่เป็นรุ่นพี่ปีสุดท้าย ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘มันเป็นปีสุดท้าย ที่ต้องมีแต่อะไรทิ้งท้ายดีๆ แต่ทุกอย่างกลับถูกโยนทิ้งไปเพราะต้องกักตัวอยู่บ้านเฉยๆ’

ซึ่งศูนย์ที่ปรึกษาวัยรุ่นของต่างประเทศก็ทำ survey กับเหล่า Gen Z ในเครือทั้งหมด 5 ล้านคนจาก 131 ประเทศ แล้วพบว่า ในช่วง 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา เด็ก Gen Z เหล่านี้รู้สึกขาดการติดต่อ เศร้าเสียใจ และหงุดหงิดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากๆ แถมอารมณ์ก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเหตุการณ์ที่ยืดเยื้อค่ะ

เพราะฉะนั้น นี่จะเป็นอีกหนึ่งโอกาสของแบรนด์ที่จะ Step ขึ้นมาเพื่อช่วยให้พวกเค้ารู้สึก Connected สนุกสนาน และมีส่วนร่วมกับแบรนด์ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกันผ่าน Social media หรือแคมเปญต่างๆ แต่สิ่งสำคัญที่แบรนด์ต้องคำนึงก่อนลงมือก็คือ ความจริงใจที่จะให้กลับไปหาผู้บริโภค Gen Z เหล่านี้นั่นเองค่ะ

รักษาจุดของยืนของ Brand ให้มั่นคงในช่วง ​COVID19

จาก Survey ก็พบอีกว่า กลุ่ม Gen Zจะเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อย Shopping ช่วงโควิดค่ะ เพราะฉะนั้นแบรนด์อย่าเพิ่งรีบขายของ แต่สิ่งที่ควรทำก็คือ นำ Insight พวกเค้ามาต่อยอดความสัมพันธ์ให้แข็งแรง สร้าง Community หรือสร้าง Brand love โดยการทำให้พวกเค้าประทับใจจะดีกว่า

เคสข่าวบริษัทใบหยก ที่ให้พนักงาน Work From Home แต่ห้ามกลับบ้านต่างจังหวัดเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

โดยผลจาก Survey ชี้ว่า action อันดับต้นๆ ที่กลุ่ม Gen Z – 75% อยากเห็นจากแบรนด์ก็คือ มาตรการการดูแลพนักงานในบริษัท ทั้งเรื่องสวัสดิการไปจนถึงเงินเดือน นอกเหนือจากนั้น ยังรวมไปถึงวิธีการช่วยเหลือสังคมของแบรนด์ในวิธีต่างๆ ด้วย ซึ่งมาตรการเหล่านี้หากแบรนด์ทำได้ดี พวกเข้าก็พร้อมที่จะหลงรักคุณ แถมยังพร้อมที่จะยืนข้างคุณในวันที่สถานการณ์กลับมาเป็นปกติด้วยค่ะ

และถ้าหากแบรนด์ไหนคิดเพียงแค่ว่า การพูดคำสวยๆ หรูๆ บน Social ก็พอ ที่เหลือจะตัดเงินพนักงานยังไงก็ได้ ต้องบอกเลยว่า จุดนี้คิดผิดมาก เพราะกลุ่ม Gen Z นั้น จะสามารถขุดประเด็นเหล่านี้ออกมาในที่สว่าง เพราะวัยนี้เค้าพร้อมจะจับผิดเอาอะไรที่ไม่แฟร์ ฉวยโอกาสมาประจาน ให้แบรนด์หรือบุคคลถึงกับต้องยกธงขาวเลยละค่ะ 

บทเรียนจากดราม่า แกงเขียวหวาน 250 บาท ที่ทำเอาคนแห่ Unfollow
เคสแกงเขียวหวาน 250 บาทในช่วง COVID19 จากบล็อกเกอร์นัทนิสา

ถ้าคิดภาพไม่ออก ว่าพลังของคนกลุ่มนี้เยอะขนาดไหน อาจจะลองคิดถึงเคสกรณีการขึ้นค่า GP ของ Grab หรือล่าสุดกับเคสแกงเขียวหวาน 250 บาทจากบล็อกเกอร์ #นัทนิสา ในบ้านเราก็ได้นะคะ เรียกได้ว่า Followers ของบล็อกเกอร์ดราม่า #แกง250 หายไปเกือบ 50,000 คนภายใน 1 คืน พร้อมกับการสาวประเด็นเก่าๆ ออกมาอีกเพียบ แถมเทรนด์ยังขึ้นอันดับต้นๆ ของ Twitter ติดกัน 2 คืนเลย

เพราะฉะนั้นหากแบรนด์จะทำอะไรในช่วง COVID19 แบบนี้ ต้องห้ามฉวยโอกาสและคิดถึงสังคมให้มากๆ มามัวแต่แสวงหาผลกำไร แบบน้ำขึ้นให้รีบตัก ยิ่งแบรนด์ไหนที่มีแนวโน้มทำกำไรได้มากๆ ในช่วงวิกฤตแล้วละก็ ยิ่งต้องรักษาจุดยืนและโปร่งใสให้มากๆ ก่อนที่ Gen Z จะเข้ามาเปิดโปงค่ะ

รับฟังเสียงจาก Community ว่าต้องการอะไร 

ช่วงโควิด19 ผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z นั้นเป็นกลุ่มที่มองหา Connection ผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้นเรื่อยๆ โดยจาก Survey พบว่า 60% ใช้เวลากับการติดต่อคนอื่นๆ ผ่าน Social media นานขึ้น (อ่านรายงาน Digital Report 3 เดือนแรกของปี 2020) เพราะฉะนั้นสิ่งที่แบรนด์จะ step ขึ้นมาช่วยได้ก็คือ การทำให้พวกเขามีส่วนร่วมกับการช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็นการ ซื้อ 1 บริจาค 1 หรือจะเป็นการบอกต่อวิธีการล้างมือก็ยังได้

ซึ่งในสถานการณ์ที่มาแบบกะทันหันอย่างโควิด นี้ survey พบว่า 41% ของคน Gen Z ยอมรับว่า พวกเค้าไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรค หรือการป้องกันเท่าไรนัก ในขณะที่กลุ่ม Gen M นั้นมีกลุ่มที่ไม่แน่ใจกับโรคไวรัสนี้แค่ 31% และ Gen X มีเพียง 23% ดังนั้นแบรนด์ที่รับฟังปัญหาก่อน ว่าคนใน comminity ต้องการอะไร ขาดอะไร ก็จะสามารถ act ได้เร็วกว่า ได้ใจผู้บริโภคไปก่อนใครค่ะ

กระตุ้นให้เหล่า Gen Z มีส่วนร่วมกับแบรนด์

ตัวอย่างดีๆ ที่เห็นได้คือ เคสกรณีของ Nike The Living Room Cup Challenge ที่การตลาดวันละตอนเคยเขียนถึงไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเป็นตัวอย่างดีๆ ของการรักษาการมีส่วนร่วมของกลุ่มแฟนๆ ได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากนี้ Nike ยังได้บริจาคเงิน พร้อมเปลี่ยนโรงงานรองเท้า ให้เป็นโรงงานผลิต Face shield แบบชั่วคราว และอื่นๆ อีกมากมาย ทำเอาได้ใจคนกลุ่ม Gen Z  ไปเต็มๆ

Nike ทำ การตลาด Gen-Z ในแคมเปญ The Living Room Cup Challenge

เพราะการสร้าง Challenge ทำให้เด็กกลุ่ม Gen Z เหล่านี้ สามารถกลับมาเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ อีกครั้งผ่านโซเชียล โดยผลจาก Survey ทำให้เราเห็นได้ว่ากลุ่ม Gen Z เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะ upload วิดิโอช่วงกักตัวสูงขึ้นกว่า 10 เท่าหรือมากกว่า โดยเฉพาะใน platform อย่าง TikTok ที่ตอนนี้ในไทยเองก็ไม่ใช่เล่นๆ เลยค่ะ

อย่าลืมว่า Gen Z เป็นนักคิดสร้างสรรค์

ต้องบอกว่าจุดเด่นของกลุ่ม Gen Z ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือเรื่องความคิดสร้างสรรค์ค่ะ เพราะพวกเขาเป็นกลุ่มรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นมาพร้อมContent มากมายเพื่อลง social แถมยังเป็นกลุ่มแรกๆ สำหรับกิจกรรมหลายๆ อย่างบนออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น esports หรือ live streaming และ TikTok เพราะฉะนั้นแบรนด์สามารถเข้าไปสนับสนุนให้กลุ่มรุ่นใหม่นี้ ได้ปล่อยไอเดียของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ค่ะ

โดยเฉพาะช่วงโควิด ที่กลุ่ม Gen Z เริ่มรู้ตัวแล้วว่าพวกเขาจะต้องอยู่บ้านอีกพักใหญ่ พวกเค้าก็จะพยายามหาจุดมุ่งหมายที่จะเปลี่ยนการกักตัวให้เป็นประโยชน์มากขึ้น ตัวอย่างแบรนด์ Hollister ที่เข้าใจ Gen Z สุดๆ เพราะหลังจากที่งาน Prom และงาน Summer ต่างๆ ถูกยกเลิก แบรนด์เองที่จะออกกองไปถ่ายทำคลิปโปรโมตสินค้าก็ทำไม่ได้เช่นกัน สิ่งที่พวกเค้าทำก็คือ การหันเข้าหา Community Gen Z ของตัวเอง เพื่อให้ช่วยสร้าง Brand Content จากบ้าน โดยให้เด็กกลุ่ม Gen Z ทั่วโลกสามารถส่ง Content ของตัวเองเป็น Models เข้ามาได้ ไม่ว่าจะผ่าน Email Social media หรือเว็บไซต์ก็ตามค่ะ

เพราะสิ่งหนึ่งที่แบรนด์เชื่อเสมอๆ ก็คือ กลุ่ม Gen Z เนี่ยแหละที่เป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ Content ของจริง เพราะพวกเค้าคิดทำ Content มาตั้งแต่อายุ 12 แล้ว เรียกได้ว่าทำจนเป็น Expert แล้วค่ะ ยิ่งการทำ Content แบบไม่มีอุปกรณ์น้อยๆ นี่ยิ่งแล้วใหญ่ ช่างสรรหามา Create จนมักกลายเป็น Talk about อยู่บ่อยๆ ค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็คือ ‘การตลาด Gen-Z’ ในโลกของคนรุ่นใหม่ ที่ถึงแม้ว่า บางคนยังไม่ได้มองถึงกลุ่มนี้มากนัก แล้วรู้สึก Off ไปบ้าง แต่จริงๆ แล้วเราอยู่กับโลกของพวกเค้าแล้วค่ะ โลกที่มีประชากรรุ่นนี้กว่า 40% ทั่วโลกแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าลืม consider กลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ในวันนี้ เพื่อสร้างรากฐานที่ดีในอนาคตนะคะ

กลยุทธ์การตลาดอื่นๆ ในช่วงวิกฤต COVID19 >> อ่านได้ที่นี้เลยค่ะ มีเพียบ

ที่มา: https://www.voguebusiness.com/consumers/marketing-to-gen-z-during-covid-19

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *