Dream Crazier หนังโฆษณา Attitude จาก Nike เพื่อให้โลกเข้าใจผู้หญิงมากขึ้น

Dream Crazier หนังโฆษณา Attitude จาก Nike เพื่อให้โลกเข้าใจผู้หญิงมากขึ้น

เพราะพวกเธอไม่ได้บ้าอย่างที่ใครหลายคนคิด แต่พวกเธอนั้นกล้าที่จะแสดงออกถึงความรู้สึกข้างใน มีคนเคยบอกผมว่า “ผู้หญิงนั้นแกร่งกว่าผู้ชาย ตรงที่พวกเธอกล้าร้องให้ แต่ผู้ชายนั้นอ่อนแอเกินกว่าจะแสดงความอ่อนแอนั้นออกมา”

ทำไมผู้หญิงเราร้องให้ต้องถูกหาว่าดราม่า ทำไมถ้าเราจะแข่งกับผู้ชายต้องถูกหาว่าบ้า และทำไมการที่ฝันถึงวันที่เท่าเทียมต้องถูกมองว่าฝันเฟื่อง

ทำไมการที่เรายืนหยัดเพื่ออะไรบางอย่างต้องถูกมองว่าก้าวร้าว แล้วเวลาที่เราทำอะไรได้ดีเกินหน้าเกินตาต้องถูกมองว่าผิดแปลกจากปกติ โดยเฉพาะเวลาที่เราโกรธเค้ามักจะมองว่าเราประสาท บ้า หรือไร้เหตุผล

ครั้งนึงผู้หญิงที่ลงแข่งมาราธอนถูกห้ามปรามอย่างไร้เหตุผล ยิ่งตอนที่เราชกมวยยิ่งถูกมองว่าบ้าไปกันใหญ่ เวลาผู้หญิงดังก์ถูกมองว่าตลก และถ้ายิ่งเป็นโค้ชทีมกีฬาของผู้ชายยิ่งถูกมองว่าหลุดโลกกันไปใหญ่

โลกรู้มั้ยว่าผู้หญิงนั้นสามารถทำอะไรได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเล่นสโนว์บอร์ดแล้วตีลังกา 3 รอบก่อนจะลงมาอย่างสวยงาม หรือชนะ 23 แกรนด์สแลม จากนั้นก็มีลูกแล้วก็กลับมาทำผลงานได้ดียิ่งกว่าเดิม บ้าไปแล้วผู้หญิง

ดังนั้นถ้าใครจะบอกว่าพวกเธอบ้า พวกเธอประสาท พวกเธอแปลกประหลาด ไม่เป็นไร แสดงให้โลกรู้ว่าเธอบ้าได้ขนาดไหน

It’s only crazy until you do it.
Just do it.

ถ้ามีคนถามว่าผู้หญิงนั้นบ้าได้แค่ไหน ผมอยากให้คุณได้ดูหนังโฆษณาชุดนี้

Nike – Dream Crazier

หนังโฆษณาที่มีความยาว 90 วินาทีแต่กลับทำให้รู้สึกจับใจได้ดีกว่าหนังยาว 90 นาทีหลายเรื่อง

หนังโฆษณาที่เล่าอีกมุมของผู้หญิงที่มักถูกปรามาสเป็นประจำว่าพวกเธอนั้นช่างเจ้าอารมณ์ เจ้าน้ำตา เจ้าแม่แห่งดราม่า แท้จริงแล้วพวกเธอนั้นแกร่งขนาดไหน

เป็นหนังโฆษณาอีกเรื่องที่แบรนด์ตั้งใจให้สังคมเข้าถึงอีกมุม มุมใหม่ในเรื่องเดิมเรื่องอารมณ์และความสามารถที่บางครั้งผู้ชายก็ยากจะยอมรับ

ปัญหาเดิมจากภาพจำที่เคยปลูกฝังกันมาว่าผู้หญิงต้องอย่างนั้น หรือผู้หญิงไม่ควรทำอย่างนี้ หรือแม้กระทั่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงควรทำ

หนังโฆษณา 90 วิเรื่องนี้ของ Nike คงจะทำให้ผู้ชายหลายคนเกลียด หรือแม้แต่ผู้หญิงด้วยกันชัง แต่เชื่อว่าน่าจะได้ทั้งหัวใจของผู้หญิงไม่น้อยที่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้

วันนี้แบรนด์ต้องยืนหยัดเพื่ออะไรบางอย่างที่ชัดเจน หมดยุคสมัยของการประนีประนอม ฟังดูเหมือนเรื่องใหม่ แต่แท้จริงแล้วมันคือเรื่องเก่า

เก่าที่ว่าก็คือการกลับไปที่แก่นของแบรนด์ หรือ Strategy ที่เป็นตัวบอกเราว่าอะไรที่เราจะทำ และอะไรที่เราจะไม่ทำ เหมือน Nike ที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆว่าตัวเองยืนหยัดเพื่ออะไร ยอมให้คนเกลียด เพื่อให้เกิดคนรัก

สุดท้ายนี้ผมพบว่าโฆษณาเรื่องนี้ มีเสียงวิจารณ์ที่ไม่ดีมากมาย เหมือนของ Gillette ก่อนหน้า แต่เช่นกัน ล้านคนเกลียดก็ได้ล้านคนรัก และรักมากเป็นบ้าเมื่อได้ดูหนังโฆษณานี้ครับ

อีกหนึ่งหนังโฆษณาดีๆที่อยากให้คุณได้ดูครับ #Nike #DreamCrazier

Source:
https://news.nike.com/featured_video/dream-crazier
https://tubularinsights.com/nike-dream-crazier-ad/
https://www.wk.com/work/nike-dream-crazy/
https://www.vox.com/2019/2/24/18239151/serena-williams-nike-ad-dream-crazier-oscars

Nattapon Muangtum

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication / ผู้เขียนหนังสือการตลาดแบบรู้ใจ Personalized Marketing, การตลาดแบบฉลาดใช้ดาต้า Data-Driven Marketing และ Data Thinking / เป็นที่ปรึกษาด้าน Marketing และ Data-Driven ให้กับบริษัทบางแห่งและหน่วยงานบางที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *