อนันดาฯ ปรับโมเดลรับมือความท้าทาย เพื่อธุรกิจเดินหน้าได้ไม่สะดุด

อนันดาฯ ปรับโมเดลรับมือความท้าทาย เพื่อธุรกิจเดินหน้าได้ไม่สะดุด

หลังจากที่สถานการณ์ โควิด-19 มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้นโยบายการเปิดประเทศ ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและผู้บริโภค ไม่เว้นแม้แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์พี่ก็เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวแล้วเช่นกัน

หลังจากเมื่อเดือนที่แล้ว หลายคนคงได้เห็นภาพโครงการคอนโดและบ้านที่กำลังจะเปิดตัวใหม่ของอนันดาในปี 2022 กันไปบ้างแล้ว มาวันนี้ก็ถึงคิวของโครงการเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของอนันดากันบ้าง ลองมาดูกันว่าจะมีความพิเศษอย่างไร แล้วทำไมอนันดาถึงเลือกที่จะทำเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์

ตลาด “เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์” น่าสนใจอย่างไร

สำหรับตลาด “เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์” นั้นถือเป็นตลาดที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจากจะมีอัตราการเข้าพักที่สูงกว่าโรงแรมแล้ว เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ยังมีบริการที่สะดวกสบาย ครบครันและได้มาตรฐานในรูปแบบโรงแรมแต่จ่ายน้อยกว่า แถมขนาดห้องที่ใหญ่กว่า ทำให้สามารถรองรับจำนวนคนในการเข้าพักอาศัยได้มากกว่าโรงแรม อาจเป็นกลุ่มคณะขนาดเล็ก หรือครอบครัวที่มีความต้องการที่หลากหลายมากกว่าการเข้าพักในโรงแรมทั่วไป

ทำไมอนันดาถึงเลือกโมเดล “เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์”

หากมองในภาพรวมของตลาดเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นั้น จะเห็นได้ว่ามี Occupancy Rate หรืออัตราการเข้าพักภาพรวมอยู่ที่ 50-55% เปรียบเทียบกับโรงแรมที่มีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 27% เท่านั้น ในขณะที่ช่วงก่อนเกิดโควิดประมาณปี 2561-2562 เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์มี Occupancy Rate ที่ 80% ซึ่งใกล้เคียงกับโรงแรมที่มีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 70%

สาเหตุที่ทำให้อัตราการเข้าพักของเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์สูงกว่าโรงแรม ก็มาจาก Demand การเข้าพักทั้ง 2 ทางคือทั้งแบบ Long stay ของกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ และ Short stay จากกลุ่มนักท่องเที่ยว ซึ่งแตกต่างจากโรงแรมที่เน้นการเข้าพักแบบ Short stay จากกลุ่มนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว จึงทำให้วิกฤตการณ์โควิด-19 ในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์มากนักเมื่อเทียบกับธุรกิจโรงแรม

นอกจากนี้ทางอนันดายังมองว่าธุรกิจประเภทนี้เป็นรูปแบบธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ในระยะยาว เพราะไม่ว่าอย่างไรประเทศไทยก็ยังคงเป็นศูนย์กลางทางการค้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีทรัพยากรทางธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมที่สวยงามเป็นที่ดึงดูดแก่นักท่องเที่ยวมากขึ้นทุกปี ทำให้ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สร้างจุดแข็งด้านมาตรฐานที่พักด้วยการจับมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลก 

สำหรับธุรกิจ “เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์”  (Serviced Apartments) ของอนันดานั้นมีความพิเศษตรงที่ได้มีการจับมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลกอย่าง ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด  (“The Ascott Limited” หรือ “Ascott”) ซึ่งถือว่าเป็นเบอร์หนึ่งในด้านเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ระดับลักชัวรี่ชั้นนำของโลกที่มีระบบ CRM ให้บริการลูกค้ามีฐานลูกค้ากว่า 1.2 แสนยูนิต ที่แอสคอทท์บริหารอยู่กว่า 200 เมือง ใน 35 ประเทศทั่วโลก

เช่นเดียวกับเป็นการร่วมลงทุนพัฒนากับพันธมิตรหลักของอนันดาอย่าง บริษัท Mitsui Fudosan Residential เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงาน (expatriates)  รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายระดับโรงแรม หรือระดับมาตรฐานชั้นนำ 

เดินหน้าเปิดตัวเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ 5 โครงการ

เมื่อเล็งเห็นทั้งตัวข้อมูลและโอกาสที่ซ่อนอยู่ในวิกฤติอย่างนี้ อนันดาก็เลยวางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อให้สอดรับกับความต้องการพักอาศัยของชาวต่างชาติที่จะกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย (Expatriates) รวมถึงนักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว ด้วยการเปิดโครงการเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์แบบรวดเดียว 5 โครงการ รวม 1,809 ยูนิต รวมมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท ซึ่งเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์นี้นั้นเป็นธุรกิจใหม่ของอนันดาที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างรายได้ประจำมากขึ้นนั่นเอง

ซึ่งแต่ละโครงการก็มีความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ตามมาดูไปพร้อมกันเลย

Somerset Rama 9 

โครงการนี้เป็นเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์โครงการแรกที่อนันดาสร้างเสร็จ เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงระดับโลก โดยมีรูปแบบโครงการเป็นอาคาร High-Rise 1 อาคาร สูง 35 ชั้น จำนวน 445 ห้องพัก พร้อมการตกแต่งที่ครบครัน ตั้งแต่ห้องพักโรงแรมขนาดเริ่มต้นที่ 33 ตร.ม. ไปจนถึงห้องพักอาศัย 3 ห้องนอนขนาดที่ 123 ตร.ม.

  • ความสะดวกสบาย:

ภายในโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทั้งโซนพักผ่อนแบบบูรณาการตั้งแต่ห้องซาวน่า ห้องอบไอน้ำ ฟิตเนส โยคะสตูดิโอ เลานจ์เรสซิเดนซ์ สระว่ายน้ำลอยฟ้า และห้องเล่นสำหรับเด็ก รวมถึงห้องประชุม และห้อสำหรับการจัดงานสัมมนาขนาดกลางด้วย

  • การเดินทาง: 

ตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่และไม่ไกลจากรถไฟฟ้าใต้ดินมากนัก โดยห่างจาก MRT พระราม 9 และ MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพียง 450 เมตร* และเพียง 1 สถานีไปยัง Airport Rail Link สถานีมักกะสัน ที่สามารถเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิได้

  • สถานที่สำคัญ:

โครงการตั้งอยู่ไม่ไกลจากแยกพระรามเก้า ซึ่งเป็นย่านธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) รายล้อมไปด้วยแหล่งอาคารสำนักงาน เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย,  AIA capital center, G Tower, Fortune Town, และ The 9th tower พร้อมห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น Central Rama9, Esplanade Cineplex, The Street Ratchada, และรพ.พระราม 9 , รพ.ปิยะเวท เป็นต้น

Ascott Embassy Sathorn Bangkok

Ascott Embassy Sathorn Bangkok เป็นอาคาร High Rise สูง 37 ชั้น ริมถนนใหญ่สาทร โดยมีห้องพักทั้งสิ้น 393 ห้องพัก ตั้งแต่ห้องพักโรงแรมขนาดเริ่มต้นที่ 35 ตร.ม. ไปจนถึงห้องพักอาศัย 3 ห้องนอนขนาดที่ 150 ตร.ม. เพื่อรองรับกลุ่มนักธุรกิจ และผู้บริหารต่างชาติในระดับ Middle Management ที่มองหาที่พักในระยะยาวในย่านสาทร 

  • ความสะดวกสบาย: 

ในส่วนของ Facilities ก็มีให้ครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ ห้องรับรองพิเศษ และห้องฟิตเนสที่มองเห็นเส้นขอบฟ้าของเมือง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการประชุมและการจัดงานกิจกรรม ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม ก็มีร้านอาหารตลอดทั้งวัน บาร์ริมสระ สกายเลานจ์ และบาร์บนชั้นดาดฟ้าที่นับว่าเป็นอีกหนึ่งจุด Hang Out บรรยากาศดีในยามค่ำคืน

  • การเดินทาง: 

การเดินทางก็สะดวกมาก เพราะโครงการนี้อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าทั้ง BTS ช่องนนทรี และ BTS ศาลาแดง รวมไปถึง MRT ลุมพินี ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้โครงการยังสามารถเชื่อมต่อไปยังย่าน CBD ใกล้เคียงกันอย่างสีลมได้อย่างง่ายดาย

  • สถานที่สำคัญ:

ความโดดเด่นของที่ตั้งโครงการนั้นเรียกได้ว่ามีจุดเด่นตรงที่รายล้อมไปด้วยสถานฑูตชั้นนำต่างๆ จนถูกนำมาตั้งเป็นชื่อโครงการ ไม่ว่าจะเป็น Singapore Embassy ที่ใกล้มากๆเพียงแค่ 250 เมตร*, Malaysia Embassy, Germany Embassy, Japan Embassy, US Embassy, Netherlands Embassy และ Australia Embassy 

Ascott Thonglor Bangkok

โครงการเป็นเซอร์วิสเรสซิเดนซ์และโรงแรมหรูระดับแนวหน้าย่านทองหล่อ ที่พกพาเอาจุดเด่นในแง่ของแบรนด์และการบริการที่เหนือกว่าโครงการเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ทั่วไปที่อยู่รายล้อมย่านทองหล่อ นอกจากนี้ยังเป็นโครงการมีความสูงมากที่สุดในบรรดาเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์เปิดใหม่ทั้ง 5 แห่งของอนันดาด้วย ซึ่งเท่าที่ดูเลย์เอ้าท์ห้อง เฟอร์นิเจอร์ที่มีให้ รวมถึงบริการที่เทียบเท่ามาตรฐานโรงแรม 5 ดาว จึงมั่นใจได้ว่าการเช่าห้องพักที่นี่ไม่ว่าจะในระยะสั้นหรือระยะยาวก็คุ้มค่า น่าอยู่ สะดวกสบาย กว่าการเช่าคอนโดในย่านนี้อย่างแน่นอน 

  • ความสะดวกสบาย:

พื้นที่ส่วนกลางที่นี่ก็ยังคงจัดเต็มไม่แพ้ที่อื่นๆ ทั้งบาร์ริมสระและห้องอาหารสุดหรูที่เปิดให้บริการตลอดทั้งวัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสุขภาพ ห้องซาวน่า ห้องอบไอน้ำ ฟิตเนส โยคะสตูดิโอ เลานจ์ สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ และห้องเล่นสำหรับเด็ก โดยที่มีการแยกชั้นสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการประชุมและจัดงานโดยเฉพาะ

  • การเดินทาง:

โครงการตั้งอยู่ริมถนนใหญ่สุขุมวิทบริเวณปากซอยสุขุมวิท 59 ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อเพียงแค่ 200 เมตร หรือถ้าอยากจะเดินไปย่านเอกมัยก็ง่ายมากๆ เพราะเพียงระยะทางแค่ 650 เมตร* ก็ถึงปากซอยเอกมัยแล้ว

  • สถานที่สำคัญ:

ตัวโครงการอยู่ตรงข้ามกับอาคาร T-ONE ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานเปิดใหม่ที่ทันสมัยที่สุดในย่านทองหล่อ หรือทำงานเหนื่อยๆ เพลียๆ อยากจะเข้าไปแฮงค์เอ้าท์ในทองหล่อ หรือนั่งรถไฟฟ้าไปช้อปปิ้งเพลินๆที่ The EmQuartier ก็ทำได้สบายมาก

Lyf Sukhumvit 8 Bangkok

โครงการนี้เป็นเซอร์วิสเรสซิเด้นซ์ที่มาในคอนเซ็ปต์ Co-living หรือการแบ่งปันพื้นที่ส่วนกลาง ที่ตอบโจทย์เทรนด์ของคนกลุ่ม Millennials ดังนั้นคอนเซปต์และรูปแบบของการเข้าพักจะค่อนข้างมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากโครงการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของ การเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลาง หรือขนาดของห้องพัก ที่มีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้งานเพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสประสบการณ์ดิจิทัลผ่านการใช้งานแอป Lyf ซึ่งสามารถจองห้องพัก ชำระเงิน และผ่านเข้าที่พักแบบครบ จบบนจอ (มือถือ)

  • ความสะดวกสบาย:

โครงการนับว่าเป็นโครงการที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดา 5 โครงการ แต่ถึงแม้จะดูเล็กแต่ก็มีดีไซน์ภายในห้องที่ไม่ธรรมดา รวมถึงผู้เข้าพักยังได้มีโอกาสแบ่งปันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กันได้ผ่านทาง co-working space ห้องครัวส่วนกลาง ห้องซักรีด ฟิตเนส และพื้นที่สีเขียวบนชั้นดาดฟ้าด้วย

  • การเดินทาง:

โครงการนี้ตั้งอยู่ใจกลางย่านไลฟ์สไตล์กรุงเทพฯ เพียง 50 เมตร* จากสถานีรถไฟฟ้านานา จึงค่อนข้างมีความสะดวกในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในย่าน Mid Sukhumvit อื่นๆ อย่าง อโศก – พร้อมพงษ์ – ทองหล่อ ซึ่งเป็นแหล่งรวมของร้านค้า ร้านอาหาร ศูนย์การค้า และที่พบปะสังสรรค์ยามค่ำคืนที่น่าสนใจ เหมาะกับผู้พักอาศัย ไม่ว่าจะพักแบบระยะสั้นหรือระยะยาว 

  • สถานที่สำคัญ:

สุขุมวิทซอย 8 หรือย่านนานา เป็นย่านที่กำลังจะถูกเปลี่ยนถ่ายจากย่าน Nightlife ไปสู่ย่าน CBD ด้วยโครงการอาคารสำนักงานใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นทั้ง 2 ฝั่งถนนของย่านนี้

Somerset Pattaya

ในบรรดาย่าน EEC ทั้งหมดเมืองพัทยาดูจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีความครบเครื่องทั้งในแง่ของการท่องเที่ยว ทำงาน หรืออยู่อาศัย สำหรับโครงการ Somerset Pattaya นั้น เป็นเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ สไตล์รีสอร์ทระดับพรีเมียมใจกลางพัทยา ที่พกพาจุดเด่นทั้งในเรื่องของทำเลที่อยู่ใจกลางย่านไลฟ์สไตล์ที่คึกคักที่สุดของพัทยากลาง 

  • ความสะดวกสบาย:

โครงการนี้นั้นมาพร้อมกับบรรยากาศการผ่อนคลายในสไตล์รีสอร์ท ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบายในแบบมาตรฐานโรงแรม แต่ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้พร้อมทั้งสวนน้ำบนดาดฟ้า และสระว่ายน้ำอินฟินิตี้สำหรับผู้ใหญ่บาร์ริมสระน้ำและห้องอาหาร นอกจากนี้ยังมีเอ็กเซ็กคูทีฟคลับเลานจ์ ห้องรับรอง ห้องฟิตเนส และห้องเล่นสำหรับเด็กด้วย

  • การเดินทาง:

โครงการ Somerset Pattaya เป็นเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ที่พกพาจุดเด่นทั้งในเรื่องของทำเลที่อยู่ใจกลางย่านไลฟ์สไตล์ที่คึกคักที่สุดของพัทยากลาง สามารถเดินไปยังหาดพัทยา เล่นกีฬาทางน้ำ นั่งชิลล์ที่ร้านอาหาร ผับ บาร์ แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และแหล่งช้อปปิ้ง โดยที่ยังได้รับวิวทะเลแบบพาโนรามาในแบบที่หาไม่ได้จากเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์อื่น

  • สถานที่สำคัญ:

ทำเลพัทยากลางเป็นย่านที่มีผู้คนพลุกพล่าน คึกคักไปด้วยสถานบันเทิงและแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืน โดยมี Landmark ที่สำคัญในย่านนี้คือ Central Festival Pattaya อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อคือ Pattaya Walking Street และ Pattaya Night Bazaar

จะเห็นได้ว่าทั้ง 5 โครงการล้วนแล้วแต่มีทำเลที่มีความโดดเด่น อยู่ในย่าน Super Prime Area ที่เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติทั้งนั้น

โครงการที่พร้อมให้เข้าพักแล้วตอนนี้ คือ Somerset Rama 9 ส่วนอีก 4 โครงการจะพร้อมให้เข้าพักในช่วงไตรมาสแรกของปี 2022 ได้แก่ Ascott Embassy Sathorn June 2022, Ascott Thonglor May 2022, Lyf Suhkumvit 8 Q3 2022 และ Somerset Pattaya July 2022 เรียกได้ว่าไม่ต้องรอนาน แต่เค้ามีของจริงให้ดู สัมผัสบรรยากาศการเข้าพักได้จริงในแบบที่ Fully Operated 100% แล้วนั่นเอง 

เพราะฉะนั้นในปี 2565 อนันดาจะมีโครงการเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์หลากเซ็กเมนต์ หลายทำเล เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวที่กำลัง Rebound กลับมา และได้ตั้งเป้ามีรายได้จาก Recurring Income Business เป็น 20% ของรายได้ทั้งหมด ภายใน 5 ปี

สำหรับใครที่สนใจอยากลองใช้บริการเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ของอนันดาก็สามารถติดตามข่าวสาร อัปเดตข้อมูล และโปรโมชันโครงการ  จากทาง อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ได้ที่ https://www.ananda.co.th/

Bambinun*

Bambinun*

Content Creator แห่งการตลาดวันละตอน ที่หลงรักการเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือ พอๆ กับการกินของอร่อย และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเป็นทาสแมว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *