เครื่องมือที่ธุรกิจควรเลือกใช้ในวันนี้เพื่อเติบโตไปกับ Metaverseในอนาคต

เครื่องมือที่ธุรกิจควรเลือกใช้ในวันนี้เพื่อเติบโตไปกับ Metaverseในอนาคต

หลังจากที่ Facebook ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น Meta ก็เดินหน้าที่จะพัฒนาเมตาเวิร์สตามวิสัยทัศน์ที่ออกมาบอกไว้ตั้งแต่ตอนแรก ซึ่งนั่นก็ถือเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของธุรกิจในยุคปัจจุบัน นับตั้งแต่การก่อตั้งอินเทอร์เน็ตเป็นต้นมาเลยค่ะ

และสำหรับแนวทางการฟื้นฟูธุรกิจในประเทศไทยด้วยการใช้เครื่องมือการตลาดและกลยุทธ์ใหม่ๆ นั้นก็ถือว่ามีความสำคัญมากๆ ต่อการเตรียมความพร้อมของธุรกิจเหล่านั้นสู่โลกของการซื้อขายในอนาคต

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบสามมิติ

ในขณะที่ Meta ยังคงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างแอปพลิเคชันบนหน้าจอแบบสองมิติ สู่ประสบการณ์เสมือนจริงแบบสามมิติบนโลกออนไลน์ในเมตาเวิร์สอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจต่างๆ จะมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากขึ้น เช่น การผสมผสานเทคโนโลยี AR เข้ากับแพลตฟอร์มที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน รวมถึง Messenger จาก Meta ซึ่งจะยกระดับประสบการณ์ลูกค้าครั้งใหม่อย่างไม่เคยมีมาก่อน ในด้านการปรับปรุงบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคลและการสร้างการมีส่วนร่วม

สร้างประสบการณ์เสมือนจริง เพิ่มโอกาสการซื้อขาย ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย

การสร้างประสบการณ์เสมือนจริงซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยในการซื้อขายผ่านโซเชียลมีเดียมีความสำคัญมากเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้บริโภคยังคงนิยมธุรกิจที่ติดต่อได้ผ่านแพลตฟอร์มการส่งข้อความ โดยผลการ 

ศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ ได้แสดงให้เห็นว่า 48 เปอร์เซ็นต์ของนักช้อปช่วงเทศกาลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าหากสามารถติดต่อธุรกิจผ่านการส่งข้อความโต้ตอบแบบทันทีได้ 

ในขณะที่ประสบการณ์การส่งข้อความได้ถูกพัฒนาให้เติบโตไปพร้อมกับเมตาเวิร์สและเทคโนโลยีใหม่ๆ ผลกระทบในด้านการสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่น และโอกาสการบรรลุเป้าหมายเชิงธุรกิจต่างๆ ก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

ใช้กลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคต

จากการที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นผู้นำด้านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้มาโดยตลอด โดยมีธุรกิจเป็นจำนวนมากที่ใช้เทคโนโลยี AR ทั้งนี้ ข้อมูลที่น่าสนใจจาก Meta ระบุว่าในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีครีเอเตอร์กว่า 600,000 คน ใช้เอฟเฟ็กต์ AR มากกว่า 2,500,000 เอฟเฟ็กต์บนแพลตฟอร์ม 

ฟีเจอร์ Horizon Workrooms และฟีเจอร์ที่นำเสนอประสบการณ์เสมือนจริงอื่นๆ ธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องปรับตัวและใช้กลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคตแห่งเมตาเวิร์ส 

โดยวิธีการที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างความแตกต่างจากธุรกิจอื่นๆ ในตอนนี้ ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งอนาคตที่น่าตื่นเต้น คือการเริ่มต้นใช้ประโยชน์จากเครื่องมือการตลาดที่เป็นนวัตกรรมล่าสุดบนแพลตฟอร์มของ Meta ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถขยายและเติบโตมากยิ่งขึ้น เมื่อเมตาเวิร์สมาถึง

เครื่องมือการตลาด 2 ประเภท ที่ธุรกิจควรนำไปใช้ในวันนี้ เพื่อพัฒนาธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกับเมตาเวิร์สในอนาคต

●         โฆษณาแบบไดนามิกที่คลิกไปยัง Messenger

โฆษณาแบบไดนามิกช่วยให้ธุรกิจปรับแต่งโฆษณาตามความต้องการได้ในปริมาณมากด้วยเทคโนโลยี Machine learning ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องให้กับกลุ่มเป้าหมายโดยอัตโนมัติในโฆษณาที่ใช้ภาพที่สอดคล้องกับความสนใจ ความตั้งใจในการซื้อสินค้า และการกระทำของพวกเขา

เมื่อทำผสานกับวัตถุประสงค์ของโฆษณาเพื่อคลิกไปยัง Messenger ซึ่งจะเชื่อมต่อลูกค้าจากพื้นที่โฆษณาไปสู่การสร้างบทสนทนาผ่าน Messenger ฟีเจอร์นี้จะช่วยธุรกิจในการสร้างเส้นทางการซื้อสินค้าของลูกค้าแบบปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคลโดยสมบูรณ์ ตั้งแต่ขั้นตอนการค้นพบสินค้าไปจนถึงขั้นตอนการขาย 

การใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพของโฆษณาแบบไดนามิกและการซื้อขายผ่านการแชทจะช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างสรรค์บริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นจนจบแบบไร้รอยต่อผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งสามารถเพิ่มปริมาณการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและยอดขาย ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการดำเนินงาน และช่วยจัดการการซื้อขายแบบข้ามพรมแดนในขณะที่ธุรกิจกำลังขยายตัวได้

ตัวอย่าง- แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากการโฆษณาแบบไดนามิกที่คลิกไปยัง Messenger

“มีอา” แบรนด์กระเป๋าเดินทางจากเวียดนาม เป็นหนึ่งในธุรกิจแรกๆ ในโลกที่สร้างโฆษณาไดนามิกแบบคลิกไปยัง Messenger ด้วยเป้าหมายในการมอบการเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างง่ายดายยิ่งขึ้นให้กับลูกค้าและเพิ่มยอดขายบนช่องทางออนไลน์ในช่วงเทศกาลลดราคา Black Friday 

ทางแบรนด์ได้สร้างแคมเปญโฆษณาไดนามิกที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจากแคตตาล็อกของพวกเขาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มที่จะต้องการหรือพิจารณาสินค้าเหล่านั้นมากที่สุด เมื่อกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพในการเป็นลูกค้าได้คลิกไปที่โฆษณา พวกเขาจะถูกนำทางไปยัง Messenger และได้รับการทักทายจากตัวแทนลูกค้า ซึ่งทำหน้าที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มเติม พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการซื้อสินค้าตั้งแต่ต้นจนจบ 

การปรับบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคลที่ได้รับการพัฒนาตลอดทุกขั้นตอน ทำให้แคมเปญโฆษณาดังกล่าวประสบความสำเร็จ ส่งผลให้มียอดรับชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 6.9 เท่า ผลตอบแทนจากค่าโฆษณา (ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์) เพิ่มขึ้น 13.4 เท่า และต้นทุนโฆษณาต่อหนึ่งการกระทำลดลงถึง 81 เปอร์เซ็นต์

วิธีการสร้างโฆษณาไดนามิกแบบคลิกไปยัง Messenger ให้กับธุรกิจของคุณ

1.      เริ่มจากสร้างแคตตาล็อกผลิตภัณฑ์บน Commerce Manager บน Facebook

2.      จากนั้น สร้างแคมเปญโฆษณาผ่าน Ads Manager โดยตั้งค่าวัตถุประสงค์ของแคมเปญเป็น “ข้อความ” (Messages)

3.      เลือกแคตตาล็อก กลุ่มเป้าหมาย งบ ตำแหน่งโฆษณา และช่วงเวลา

4.      สร้างโฆษณาแบบภาพสไลด์ (Carousel ad) และเลือก “เติมภาพสไลด์แบบไดนามิกจากชุดผลิตภัณฑ์” ซึ่งคุณจะสามารถเลือกแคตตาล็อกและชุดผลิตภัณฑ์ พร้อมใส่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของคุณได้

5.      ดูโฆษณาโหมดพรีวิวและกดเผยแพร่

●         โฆษณาแบบ Augmented reality

จากการที่เมตาเวิร์สมีเป้าหมายในการผสมผสานโลกแบบออนไลน์เข้ากับโลกแบบออฟไลน์ โฆษณา Augmented reality สามารถช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สร้างประสบการณ์แบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อดึงดูดการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในจำนวนที่เพิ่มขึ้นและมีความหมายมากขึ้น 

ด้วยการใช้ฟิลเตอร์และเอฟเฟ็กต์กล้องถ่ายรูปแบบ AR ธุรกิจสามารถช่วยให้ลูกค้าจินตนาการภาพและมีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์แบบดิจิทัลได้ เช่นเดียวกับเมื่อพวกเขาอยู่ในหน้าร้านแบบออฟไลน์ แต่ได้รับความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น 

นอกจากนี้ การเพิ่มปุ่ม call-to-action จะช่วยให้ธุรกิจสามารถนำทางลูกค้าจากประสบการณ์ที่เพลิดเพลินของเขาไปยังฟีเจอร์ Shop หรือเว็บไซต์ได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเพิ่มโอกาสในการขาย การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างขึ้น และการมีส่วนร่วมของลูกค้า

ตัวอย่าง- แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากการโฆษณาแบบ Augmented reality

ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย ได้ใช้โฆษณา Augmented reality เพื่อเพิ่มการรับรู้และผลักดันการซื้อสินค้าสำหรับการเปิดตัวลิปสติก New Rouge Signature 

ฟิลเตอร์ AR ได้ช่วยให้ลูกค้าสามารถ “ลองทา” ผลิตภัณฑ์ลิปสติกใหม่ในเฉดสีต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเหมือนกับประสบการณ์การทดลองสินค้าที่หน้าร้าน จากการที่โฆษณาดังกล่าวดึงดูดให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้งานฟิลเตอร์ AR ส่งผลให้แคมเปญโฆษณาการเปิดตัวสินค้าแบบเสมือนจริงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก 

โดย บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย สามารถเพิ่มความตั้งใจในการซื้อสินค้าได้มากขึ้น 3.4 คะแนน เพิ่มการรับรู้ในฐานะแบรนด์ในใจ 1.5 คะแนน และเพิ่มการจดจำโฆษณาได้มากถึง 13.4 คะแนน

วิธีการสร้างโฆษณา Augmented reality ให้กับธุรกิจของคุณ

1.      เริ่มจากการสร้างและเผยแพร่เอฟเฟ็กต์ AR ใน Spark AR ผ่านการใช้งาน AR Partner

2.      สร้างโฆษณาของคุณผ่าน Ads Manager โดยเลือกวัตถุประสงค์ที่รองรับการใช้ประสบการณ์แบบ AR (การรับรู้ต่อแบรนด์ การเพิ่มยอดขาย การเพิ่มยอดการรับชมเว็บไซต์ การเข้าถึง)

3.      เลือกรายละเอียดต่างๆ ของแคมเปญ ได้แก่ งบ กลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่งในการวางโฆษณา และการปรับปรุงเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

4.      เลือกเอฟเฟ็กต์ AR และตัวเลือกของ Camera Facing

5.      เลือก call-to-action และจุดหมายปลายทาง (URL ของเว็บไซต์)

6.      เลือก Ad Creative และเครื่องมือโอเวอร์เลย์ข้อความ

7.      ดูโฆษณาในโหมดพรีวิวและกดเผยแพร่

พลังของ Messenger ที่มีต่อธุรกิจในปัจจุบันและในเมตาเวิร์ส

ความสำเร็จของโฆษณาไดนามิกแบบคลิกไปยัง Messenger และโฆษณาแบบ Augmented reality ได้รับการสนับสนุนจากความสามารถในการปรับแต่งบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคล ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีในเส้นทางการซื้อสินค้าของลูกค้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้นพบสินค้าและการมีส่วนร่วมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจต้องจำเอาไว้ว่าลูกค้ายังคงให้ความสำคัญกับการปรับแต่งบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคลมากกว่าการสนทนา

การใช้งาน Messenger ในวันนี้ จะช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถใช้ประโยชน์จากพลังของการค้าขายผ่านการแชท เพื่อสร้างเส้นทางเพื่อลูกค้าแบบไร้รอยต่อตั้งแต่ต้นจนจบ ผลการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้จากบริษัทกันตาร์ได้เน้นให้เห็นถึงการรับรู้และการใช้งาน Messenger เป็นแพลตฟอร์มเพื่อส่งข้อความที่มีอยู่ในอัตราที่สูงในประเทศไทย โดย 98 เปอร์เซ็นต์ของคนไทยที่ตอบแบบสอบถามและใช้งานแอปพลิเคชันการส่งข้อความรู้จัก Messenger และ 95 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ตอบแบบสอบถามได้ใช้งาน Messenger อย่างเป็นประจำ ซึ่งหมายความว่าธุรกิจจะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายท้องถิ่นเป็นจำนวนมากจากการใช้งานแพลตฟอร์ม

ยิ่งไปกว่านั้น การสนทนากับลูกค้าบน Messenger มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่งในการปิดการขาย โดยในการศึกษาเดียวกันได้เปิดเผยว่า กว่า 5 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าการสนทนาบน Messenger ได้นำไปสู่การซื้อสินค้าและการชำระเงินกับธุรกิจต่างๆ

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Messenger เป็นช่องทางที่สำคัญสำหรับธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจในหมวดสินค้าเสื้อผ้าและแฟชั่น สุขภาพและความงาม อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอิเล็คทรอนิกส์ และของเล่นและเกมส์ ซึ่งเป็นหมวดสินค้า 5 อันดับต้นของธุรกิจที่มีการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากที่สุดบน Messenger

ในขณะที่เมตาเวิร์สกำลังเติบโตขึ้น Messenger จะยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญสำหรับธุรกิจและกลุ่มลูกค้าของพวกเขา ด้วยฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยที่ช่วยเชื่อมต่อพวกเขาให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นผ่านประสบการณ์แบบเสมือนจริง การใช้ Messenger เป็นช่องทางในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นจนจบและการใช้โซลูชันที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันของ Meta จะช่วยให้ธุรกิจในประเทศไทยสามารถเปลี่ยนแปลงกระบวนการดำเนินธุรกิจได้อย่างง่ายดาย และเติบโตไปพร้อมกับอนาคตแห่งเมตาเวิร์สได้สำเร็จ

แบมมองว่าทั้งเจ้าของธุรกิจและนักการตลาดก็ควรวิ่งให้ทันเทคโนโลยีเหล่านี้ เปิดใจเรียนรู้ทั้งการใช้งาน และลองศึกษาพวก Case Study ให้เยอะ เพื่อจะได้นำม่ปรับใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของเรานะคะ

สำหรับใครที่สนใจอยากศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง Metaverse เพิ่มเติม สามารถคลิกอ่านได้ ที่นี่

นอกจากนี้เพื่อน ๆ ยังสามารถติดตามเรื่องราวการตลาดที่น่าสนใจได้ผ่านเพจการตลาดวันละตอน รวมถึง Twitter และ Blockdit ของการตลาดวันละตอนค่ะ

Bambinun*

Bambinun*

Content Creator แห่งการตลาดวันละตอน ที่หลงรักการเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือ พอๆ กับการกินของอร่อย และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเป็นทาสแมว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *