Evergreen Content คืออะไร สำคัญยังไงกับ SEO

Evergreen Content คืออะไร สำคัญยังไงกับ SEO

ทุกวันนี้หลายแบรนด์และหลายเพจมุ่งเน้นกันทำแต่ Content ตามกระแสแบบลงวันต่อวัน โดยเฉพาะ Content จำพวก Facebook Post เอย Instagram Post เอย ซึ่งเนื้อหาพวกนี้พอเวลาผ่านไปก็ไปถมจมลง Feed ด้านล่างไปจนคนตามเพจใหม่ๆ หาอ่านไม่ได้ แล้วก็ไม่รู้จะหาอ่านไปทำไมด้วยเพราะกระแสจบหายไปแล้ว จนหมด Value ดังนั้นวันนี้เพลินจะมาเล่าถึงประเภทเนื้อหาที่ Value คงทนประเภทนึงที่เรียกว่า Evergreen Content ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เนื้อหาประเภทนี้ก็จะยังสดใหม่อยู่ตลอดเวลาค่ะ

เชื่อว่านักการตลาดมือเก๋าหลายคนคงรู้จัก Term และเนื้อหาประเภทเอเวอร์กรีนนี้แล้ว เอาเป็นว่าขอ Recap ประมาณนึงให้กับนักการตลาดมือใหม่แล้วกันนะคะ Evergreen Content จริงๆ แปลความหมายค่อนข้างตรงตัว เหมือนกับต้นไม้ที่เขียวขจีอยู่ตลอด ถ้าตีเป็นแง่คอนเทนต์ก็คือเนื้อหาที่ไม่เน่า ไม่สลายไป สดใหม่อยู่ทุกวี่วัน ไม่ว่าจะผ่านไปหลายเดือนหรือหลายปีก็ตามนั่นเองค่ะ เรียกได้ว่า Evergreen เป็นเนื้อหาเชิงความรู้พื้นฐาน Basic ก็ได้ ที่คนเริ่มต้นใหม่หรือ Beginner ไม่ว่าจะในเรื่องอะไรก็ตาม ต้องรู้ก่อนเพื่อเอาไปต่อยอดลงลึกนั่นเองค่ะ

สรุปก็คือเนื้อหาที่เราจะถือว่าเป็น Evergreen Content นั้นต้องมี Character 3 อย่างนี้:

  • เวลาทำอะไรไม่ได้: อย่างที่บอกว่าไม่เน่าไม่สลาย ยืนหยัดในทุกเวลา ไม่ตามกระแส ไม่อิงเทรนด์อะไรทั้งสิ้น เหมือนความรู้พื้นฐานที่ไม่ค่อยเปลี่ยนเช่น Rule of Third สำหรับช่างถ่ายภาพ หรือจะเป็นเรื่อง 5As Model ในเชิงการตลาดอย่าง Awareness / Attention / Ask / Action / Advocacyแบบนี้ก็ถือว่าเป็นอะไรที่อยู่นาน ความรู้พื้นฐานที่สดใหม่เสมอทั้งสิ้นค่ะ
  • มีคุณค่ามาก: นอกจากความไม่เน่า ไม่เสียแล้ว เนื้อหาประเภทเอเวอร์กรีนยังต้องมีคุณค่ามากด้วย อย่างที่เพลินบอกว่ามันคล้ายความรู้พื้นฐาน ทำให้คนอยากที่จะอ่านมันอยู่ตลอด หากเวลาผ่านไป ไม่มีใครอยากรู้เรื่องนี้ ก็ต้องปัดตกไปว่าเรื่องนั้นไม่ใช่ Evergreen Content ค่ะ
  • ละเอียดลงลึก: เนื้อหาประเภทนี้ส่วนมากจะมีความละเอียดลงลึก ไม่สามารถหยิบเล่าแค่เพียง Facebook Caption ขนาด 3 บรรทัดได้ ดังนั้นเนื้อหาพวกนี้มักจะเจอตาม Website Blog ต่างๆ ที่เขียนลง Details เอาไว้ ใช้เวลาในการเขียนเยอะกว่าเนื้อหาที่ไม่ใช่ Evergreen หรือจะเรียกตรงข้ามกับ Evergreen ว่า Tropical Content ก็ได้ค่ะ

ทำไม Evergreen Content ถึงสำคัญ?

อ่านมาถึงตรงนี้นักการตลาดคงเริ่มเห็นภาพและเข้าใจมากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ ต่อไปเรามาดูกันว่า แล้วเนื้อหาประเภทนี้มันสำคัญยังไง ทำไมในฐานะนักการตลาดสายคอนเทนต์ต้องให้ความสำคัญกับมันด้วยนะ?

1. ช่วยกระตุ้น SEO Rankings

ด้วย Character เรื่องคุณค่าและการที่กาลเวลาทำอะไรไม่ได้ ทำให้ความต้องการของคนที่อยากจะรู้เรื่องนี้นั้นมีอยู่ตลอด ทำให้มีค่ามากในระยะยาว และเมื่อคนอยากรู้เรื่องนี้ก็จะทำการค้นหา ทำให้โพสต์เนื้อหาประเภทเอเวอร์กรีนนั้นต่อให้ลงไปหลายปีแล้ว ก็ยังมีโอกาสเยอะมากที่ยังจะขึ้น Top Search ในหน้าแรกๆ เพราะความต้องการที่เข้ามาค้นหาอยู่บ่อยครั้ง ช่วยให้ระดับ SEO ในระบบ Search Engine นั้นดีขึ้นแบบไม่ต้องซื้อโฆษณาใดๆ ดังนั้นขณะเขียนเนื้อหาประเภทนี้จึงสำคัญอย่างมากในการเลือกใช้ Keywords ที่คนจะคนหาและคอย Optimize มันตลอดเพื่อให้มั่นใจว่าคนเจอเนื้อหาความรู้นี้ของเราแน่ถ้าเค้ากำลัง Research เรื่องนี้อยู่ค่ะ

2. ช่วยเพิ่ม Traffic

จากข้อที่แล้ว เพราะคนต้องการอยากอ่าน อยากรู้เยอะ ทำให้เนื้อหาประเภทเขียวขจีนี้นั้นถูกกดอ่านอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Website Traffic ก็เพิ่มขึ้นด้วยตามลำดับ ยิ่งมีคนเลือกอ่านบทความความรู้ของเรามากขึ้นจน Ranking สูงขึ้นเท่าไร แนวโน้มที่คน Search หาเรื่องเดียวกันแล้วจะเลือกอ่านจากเว็บของเราก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วยจน Traffic ไหลเข้ามาเรื่อยๆ ค่ะ 

3. ช่วยเพิ่ม Leads

ยาวๆ มาจาก 2 ข้อดีด้านบน เมื่อมี Ranking ดีแล้ว Traffic ดีตามก็ย่อมนำพามาซึ่ง Leads ลูกค้า คนอ่าน คนติดตามใหม่ๆ อย่างเว็บของการตลาดวันละตอนเองก็เช่นกันค่ะ โพสต์แนวความรู้ที่ไม่มีวันสลาย ก็ได้รับ SEO ค่อนข้างดีเลย แม้จะลงไปปีที่แล้ว ปีนี้ก็ยังมีคนเข้ามาอ่านอย่างต่อเนื่องในทุกๆ วันด้วย ทำให้เพจ Facebook ของเราก็มีคนเข้ามากด Follow หรือ Like อยู่เรื่อยๆ

ตัวอย่างเนื้อหาประเภทนี้

สำหรับคนที่พออ่านด้านบนแล้วอยากรู้ว่าแล้วโดยปกติแล้วเนื้อหาประเภทนี้หน้าตาเป็นอย่างไร ลองดูตัวอย่างนี้ดูค่ะ

  • เนื้อหาที่ชอบมีคำจำพวก ‘วิธี/กฎ/แนวทาง’ – เช่น วิธียิงแอดบน Facebook / วิธีการทำ Influencer marketing หรือวิธีทำอาหารแมวแบบ BARF (Bones & Raw Food) เป็นต้น
  • เนื้อหาแนว Data หรือข้อมูล – อย่างข้อมูล Insights หรือตัวอย่างข้อมูล Case studies กรณีศึกษา อะไรทำนองนี้ เช่น กรณีศึกษาทำไมแบรนด์ SME ถึงกลายเป็นแบรนด์พันล้านได้ 
  • เนื้อหาที่ชอบใช้ Headlines อย่าง ‘เหตุผล’ ‘เคล็ดไม่ลับ’ – อะไรทำนองนี้ก็เช่นกัน อย่าง 5 เหตุผลทำไมนักการตลาดควรทำ Influencer Marketing หรือเคล็ดไม่ลับการเก็บรักษาเนื้อหมูให้อยู่นานกว่าสัปดาห์ เป็นต้น

ความแตกต่างระหว่าง Evergreen กับ Tropical Content

นอกจาก Evergreen Content แล้วในฝั่งตรงข้ามยังมี Tropical Content อยู่ด้วย เพราะมันคือเนื้อหาที่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลานั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นพวกเนื้อหาจำพวกอิง Trends หรือกระแสสังคมที่ดังเพียงชั่วขณะก็ตาม เหมือนพอเวลาผ่านไปแค่ 1 อาทิตย์ก็ลืม ไม่มีใครจะมารื้อหามันมาอ่านอีกแล้ว มีคุณค่าในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้ไม่ได้ช่วยในเรื่องของการเพิ่ม SEO Ranking / Website Traffic หรือเพิ่ม Leads ใหม่ๆ ได้

ตัวอย่างโพสต์จำพวก Tropical Content ก็คือ Content ที่มาไวไปไวอย่างโพสต์อวยพรงานเทศกาลวันสำคัญ หรือการเกาะกระแสอย่างแม่หญิงลี พระมหาเทวีเจ้า / เจน นุ่น โบว์ สร้าง Content ลงสื่อช่องทางของตัวเอง ถึงแม้เนื้อหาประเภทนี้จะไม่ช่วยในเรื่องของ SEO ในระยะยาว แต่ข้อดีของเนื้อหาประเภทนี้ก็คือ ช่วยในเรื่องของการสร้าง Engagement และการสร้างตัวตนภาพลักษณ์ที่บอกว่าเราทันสมัย ไม่เก่า ไม่เอื่อย และทันกระแสอยู่เหมือนกันนะ

ดังนั้นหากถามว่า ‘สรุปแล้วแบรนด์ควรทำเนื้อหาประเภทไหนดี’ เพลินต้องขอตอบเหมือนเวลาที่ไป ​Consult ให้กับลูกค้าว่า ทำทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไป เพราะมัน Serve คนละ Purpose กัน หรือดูจาก Objective ให้มั่นก่อนว่าเราต้องการอะไร แล้วค่อยลงมือตามนั้น แต่ต้องจำไว้ว่าเนื้อหาประเภทเอเวอร์กรีน นั้นให้ผลในระยะยาว จะใจร้อนไม่ได้ ส่วน Tropical Content ลงโพสต์แล้วจะเห็นผลทันที แถมต้องทำให้ทันกระแสด้วย

Tips ในการทำเนื้อหาประเภท Evergreen และ Tropical

ในส่วนของเนื้อหาประเภทเขียวขจีนั้นให้ลองคำนึงถึง

  • เรื่อง ‘Basic’ ในอุตสาหกรรมของแบรนด์เราค่ะ เช่น ถ้าเป็น Beginner อยากเรียนรู้เรื่องนี้ เค้าจะต้องรู้อะไรบ้าง เช่น หากคุณขายกล้อง ก็ลองดูว่าคนที่เพิ่งเล่นกล้อง หรือเล่นมาสักพักจะอยากรู้เรื่องอะไรเพิ่ม เทคนิคการถ่ายแบบไหน? หรือวิธีการเลือกเลนส์อะไร เป็นต้น 
  • FAQ หรือ Frequently Asked Questions ว่าคนส่วนมากชอบถามอะไรแบรนด์เราบ่อยๆ ลองไปคุยกับทีม Admin ที่รับผิดชอบการตอบ LINE หรือ Inbox ดูบ้าง หรือลองใช้ Social Listening ในการ Track ดูว่าคนมีคำถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องแบรนด์หรือธุรกิจเราบ้างค่ะ
  • เรื่องของ How-to ต่างๆ เอามาทำให้หมด อย่ารอช้า ลงทุนตอนนี้เพื่อหวังกินผลในระยะยาวค่ะ

ในส่วนของเนื้อหาประเภท Tropical นั้น

  • เกาะกระแส Trends อยู่ตลอด มีกระแสสังคมอะไรกำลังฮิต กำลังอิน หยิบมาดันแล้วเล่นกับเค้าบ้าง เช่น กระแสเจน นุ่น โบว์ หรือกระแสพระมหาเทวีเจ้า เป็นต้น
  • วันสำคัญ เทศกาล โอกาสพิเศษในแต่ละปี มีอะไรบ้าง ร่างไว้ล่วงหน้าแล้วหยิบมาเล่นดู เพื่อกระตุ้น Engagement แบบวันต่อวัน 

ทั้งหมดนี้ก็คือ Evergreen Content และ Tropical Content ที่แม้จะต่างกัน ให้ประโยชน์คนละแบบ แต่ก็ยังจำเป็นต้องทำกันไปทั้งคู่ ส่วนนักการตลาดท่านไหนสนใจเรื่องรูปแบบ Content ที่น่าสนใจเพิ่มเติม แนะนำอ่านบทความเรื่อง รูปแบบ Content สำหรับการทำ Content Pillar เพิ่มค่ะ รับรองว่าหัวไม่ตัน ไอเดียพุ่งแน่นอน ลองดูนะคะ

Reference: https://www.socialmediatoday.com/news/why-every-business-blog-needs-evergreen-content/470045/

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *