รวม 4 กลยุทธ์สำหรับ Affiliate Marketing ฉบับเข้าใจง่าย

รวม 4 กลยุทธ์สำหรับ Affiliate Marketing ฉบับเข้าใจง่าย

อย่างที่นักการตลาดทราบกันดีว่า Affiliate Marketing การตลาดแบบพันธมิตร เป็นการทำการตลาดที่ถ้าวางแผนได้ดีก็ไม่ต้องลงทุนมาก ทั้งยังสามารถกระจายความรับผิดชอบงานไปยังฝ่ายต่าง ๆ ได้ ไม่กระจุกอยู่แค่นักการตลาดคนเดียว ส่วนใหญ่แล้วมีผลตอบรับที่รวดเร็วด้วยนะคะ 

จะเรียกว่าเป็น ‘กลยุทธ์การโฆษณาตามผลงาน’ เลยก็ได้ค่ะ  โดยที่เหล่าพันธมิตรของเราเนี่ยก็จะได้รับค่า Commission จากการโปรโมตผลิตภัณฑ์ เช่น TikTok, Instagram, YouTube, Twitter, ลิงก์อ้างอิง หรือบล็อก ลูกค้าจะเจอสินค้าได้ง่าย เร็ว และมีความหลากหลายสุด ๆ

ถึงจะมีการจะได้รับ Commission จากการขายสินค้าเป็นค่าตอบแทน แต่ก็ไม่ใช่ในแบบขายตรงหรือขายลูกโซ่แต่อย่างใด เป็นในแบบพันธมิตรมากกว่าค่ะ วิธีที่เราอาจจะเคยเห็นกันก็เช่น Influencer ป้ายยาสินค้าน่ารัก ๆ พร้อมแปะลิงก์ให้การขายจะนำลิงก์ให้เราไปตำตาม (ซื้อตาม) ได้รัว ๆ ตัว Influencer เองก็จะได้ค่าแนะนำจากคนที่ซื้อผ่านลิงก์นั่นเองค่ะ

ถ้านักการตลาดเลือกใช้การทำ Affiliate Marketing ก็จะต้องรู้จักวิธีจ่ายค่าตอบแทนมาบ้างแล้วทั้งจ่ายต่อคลิก หรือจ่ายเมื่อมีคนกดซื้อผ่านลิงก์เราเป็นต้น เป็นการสร้างรายได้แบบ Passive ให้กับพันธมิตรหรือตัวกลางของเราได้อย่างดี ไม่จำเป็นจะต้องนั่งเฝ้าหน้าจอทั้งวัน จะไปนั่งจิบกาแฟที่คาเฟ่เพลิน ๆ ก็ยังได้

มาถึงประเด็นสำคัญของเราในบทความนี้ ว่ามีกลยุทธ์ไหนบ้างที่จะช่วยให้ Affiliate Marketing ได้ผลดียิ่งขึ้น นักการตลาดลองเลือกนำไปใช้กันดูนะคะ ^^

#1 ต้องรู้จัก Audience หรือคนที่มีโอกาสเป็นลูกค้าให้แจ่มแจ้ง

หลักพื้นฐานที่นักการตลาดต่างรู้ดี คือเราต้องรู้จักคนที่เป็นลูกค้า และคนที่มีโอกาสเป็นลูกค้าของแบรนด์ จะได้เลือกกลยุทธ์ เลือกคอนเทนต์มาใช้ให้ถูกกับ Audience ยกตัวอย่างเช่น ถ้าอยากจะเข้าถึงสายนอนดึกตอนนี้ก็อาจจะต้องรีเสิร์ชแล้วว่าคนที่นอนดึกเนี่ยไปอยู่ในแพลตฟอร์มไหน TikTok หรือเปล่า? ถ้าใช่เราไปสู่กลยุทธ์ที่ 2 จะได้ดำเนินขั้นต่อไปที่รีเสิร์ชหา Influencer หรือฟีเจอร์ที่เหมาะหรือมีบุคลิกที่สอดคล้องกับแคมเปญสินค้าเรานั่นเองค่ะ  ทำแบบนี้นักการตลาดจะได้ไม่ต้องหว่านงบไปเปล่า ๆ กับค่าใช้จ่ายอย่างอื่น

#2 แนะนำวิธีเลือก Affiliates ให้เหมาะสม

ไม่ว่าจะเป็นการเลือก Affiliates อย่าง Influencer หรือเลือกว่าจะผ่านแพลตฟอร์ม TikTok, Instagram, YouTube และ Twitter ก็ต้องผ่านการีเสิร์ชและคัดเลือกให้เหมาะสมใช่ไหมล่ะคะ ลองเช็คตามนี้ดูเบื้องต้นก่อน เพื่อให้ชัวร์ว่าเหมาะกับแคมเปญเราจริง ๆ  

  •       Affiliates คนนี้ได้รับความสนใจหรือมี Engage จากกลุ่มเป้าหมายมากน้อยแค่ไหน?
  •       เหล่า Follower ของ Affiliates มีความสนใจด้านไหน ติดตามเพราะอะไร จะมีโอกาสมาเป็นลูกค้าเราไหม?
  •       Affiliates มีภาพลักษณ์แบบไหน ขัดกับสินค้าเราหรือเปล่า

#3 บรีฟให้ดี ทำให้การรีวิวได้ผลจริง ดูไม่ปลอม

ชาวโซเชียลทุกวันนี้รู้เท่าทันไปทุกซอกทุกมุมของการตลาดเลยนะคะ ชนิดที่ว่าอ่านแว๊บแรกก็รู้ทันที่ว่าโพสต์นี้โดนจ้างมาให้โปรโมตสินค้า มันเป็นสิ่งที่นักการตลาดจะไปแก้หรือแกล้งตีเนียนก็ยากเกินไป นุ่นคิดว่าใช้วิธีจริงใจกับลูกค้า ใช้ความสร้างสรรค์ในแบบของพันธมิตรนั้น ๆ ดีกว่าค่ะ มาดูไอเดียคร่าว ๆ กันนะคะ

  • ใช้การรีวิวเปรียบเทียบ : จริง ๆ แล้วเราคงเคยเห็นแบบนี้กันตั้งแต่จำความได้ ที่จะนำสินค้าในหมวดหมู่เดียวกันทั้งกับคู่แข่ง และกระทั่งสินค้าของเราที่เปิดตัวมาหลายชิ้น มาทำเป็นคอนเทนต์เปรียบเทียบและบอกถึงความแตกต่าง เชิงให้ความรู้ว่าถ้าคนผิวแห้งควรใช้ตัวไหน หรือในวันสบาย ๆ จะเลือกสินค้าชิ้นไหนให้เหมาะดี
  • รีวิวในแบบของตัวเอง ไม่ใช่แค่โพสต์ : แต่ละแพลตฟอร์ม หรือแม้แต่ตัวตนของ Influcener ทั้งหลายจะมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน จะให้ถ่ายรูปคู่สินค้าแล้วโพสต์เฉย ๆ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกอินกับเรายากขึ้นอีก ยกตัวอย่างเช่นถ้าจะโปรโมตเครื่องดูดฝุ่นแบบ Affiliate Marketing แล้วมีข้อมูลซัพพอร์ตว่าเหมาะกับคนที่เล่น Twitter เลยเลือกจับ Influencer ที่มีผู้ติดตามหลักหมื่น ปกติจะทวีตรูปแมว แคปชั่นประกอบการรีวิวก็อาจจะเป็นในแนว เลี้ยงแมวแล้วขนของน้องติดเต็มผ้าห่ม เฟอร์นิเจอร์ในบ้าน วิธีที่ทาสแมวอย่างเราใช้แก้ปัญหาง่าย ๆ นอกจากช่วยน้องพลัดขนก็ใช้เครื่องดูดฝุ่นรุ่น XX ช่วยทุ่นแรงไปเยอะเลย
  • เรื่องสำคัญที่นุ่นอยากเน้นย้ำนักการตลาดคือควรให้มีการโปรโมตหรือรีวิวอย่างตรงไปตรงมา ไม่ขัดกับคาแรคเตอร์ของ Affiliate ไม่ต้องอวยอย่างเดียว อาจจะมีแนะนำเพิ่มว่าไม่เหมาะกับคนที่อยู่คอนโดเพราะมอเตอร์เสียงดังมาก ๆ เป็นต้นค่ะ ในเมื่อสินค้าเราเป็นแบบนี้ โกหกไปก็ทำให้คนซื้อเสียความรู้สึกเปล่า ๆ การขายของเนี่ยสำคัญที่ลูกค้ามาซื้อซ้ำหรือบอกต่อน้า

#4 ตามเทรนด์ให้ทัน อย่าตกขบวน

การตลาดแบบ Affiliate อาศัยเทรนด์ ณ ตอนนั้นเป็นส่วนสำคัญเลยค่ะ เช่นการรีวิวชั้นวาง แล้วตกแต่งด้วยต้นไม้หรือข้าวของสไตล์มินิมอล ก็จะเข้ากับแทรนด์ปัจจุบันที่มินิมอกำลังมาพอดี เหมือนกับคอยตามว่าตอนนี้คนทั่วไปเข้ากำลังฮิตอะไร เราก็พยายามขายของให้เป็นภาษาเดียวกัน จะได้ดันคอนเทนต์ของเราให้อยู่ในกระแสได้ด้วยค่ะ 
นอกจากนี้นักการตลาดอย่าลืมหาเทคนิคอื่น ๆ เช่นเสริม SEO ให้กับแคมเปญช่วยเพราะเดี๋ยวนี้คู่แข่งเดินหน้ากันไปไกลแล้ว เร่งหาเครื่องมืออื่น ๆ มาพัฒนาสกิลนักการตลาดให้พร้อมในยุคดิจิทัลกันนะคะ

และนี่คือ 4 กลยุทธ์สำหรับ Affiliate Marketing ฉบับเข้าใจง่ายที่นุ่นเลือกมาอัปเดตนักการตลาดกันในวันนี้ คิดว่าจะสามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกแบรนด์แน่นอนค่ะ เริ่มต้นอาจจะฟังดูต้องมีขั้นตอนอะไรเยอะแยะ แต่เมื่อรันไปแล้วเชื่อเถอะค่ะว่ามันคุ้มค่าทั้งในแง่งบประมาณ และต่อยอดให้แก่ยอดขาย ยอดการเข้าถึงได้เร็วและน่าพอใจแน่นอน ลองพยายามนำไปปรับใช้กันดูนะคะ และถ้านักการตลาดคนไหนมีเคล็ดลับอื่น ๆ หรือเคยใช้แล้วได้ผลยังไงก็มาแชร์กันได้ที่ใต้คอนเมนต์เลยนะคะ นุ่นจะรออ่านค่ะ

source : analisa.io

Noon Inch

Noon Inch

Data Researcher ในเครือการตลาดวันละตอน ใช้ชีวิตอยู่กับ Social Listening Tools เกือบทุกวันมาร่วม 2 ปี ชอบทำงานและชอบใช้เงิน แล้วก็เป็น K-POP & Salmon Lover ^^

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *