สร้าง CTA ให้เตะตา ชนิดที่ว่าใครเห็นเป็นต้องคลิก

สร้าง CTA ให้เตะตา ชนิดที่ว่าใครเห็นเป็นต้องคลิก

ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับ CTA ลองมานึกกันเล่นๆ ดูก่อนนะคะว่ามีวิธีไหนที่ช่วยดึงดูดความสนใจให้ลูกค้าทำตามในสิ่งที่เราต้องการได้บ้าง

พอจะนึกออกกันไหมคะ?

ถ้ายังนึกไม่ออกนุ่นจะบอกให้ค่ะว่า CTA นี่แหละ เป็นหนึ่งในวิธีการที่จะสามารถสื่อสารเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าสงมือทำในสิ่งที่เราต้องการได้นั่นเองค่ะ 

CTA คืออะไร?

หากพูดถึง CTA หรือ Call to action คนทั่วไปอาจจะรู้สึกไม่คุ้นเคย หรือนึกไม่ออกว่ามันคืออะไร แต่ถ้านุ่นบอกว่ามันคือปุ่มต่างๆ ที่เราเห็นตามเว็บไซต์ล่ะก็ นุ่นมั่นใจว่าไม่ว่าใครก็ต้องร้องอ๋ออย่างแน่นอน สำหรับปุ่มที่ทุกคนคุ้นหูคุ้นตากันดีก็คงหนีไม่พ้น ซื้อเลย!, Shop now!, ดาวน์โหลด, ทดลองเลย, Learn more หรือ Talk to us เป็นต้น

สำหรับการทำการตลาดนั้น CTA เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะแม้จะเป็นแค่ปุ่มเล็กๆ แต่ก็ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจ และ Take Action ได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมด้วย 

องค์ประกอบของ CTA ที่ดีมีอะไรบ้าง?

ตัวอักษรใหญ่

CTA ที่ดีนั้นควรจะอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย ไม่มีอะไรมาบังให้รกสายตา และมีตัวอักษรที่ใหญ่มากพอที่จะสามารถมองเห็น หรืออ่านได้ในทันที 

สั้น ง่าย เข้าใจได้ทันที

การใช้ CTA ที่อธิบายความยาวเกินไป หรืออธิบายได้ไม่ตรงจุดนั้นจะทำให้ลูกค้าหลุดโฟกัส อ่านจบแล้วยังไม่เข้าใจว่าเราต้องการสื่อสารอะไร หรืออยากให้เขาทำอะไรต่อ เพราะฉะนั้น CTA ที่ดีนั้นควรจะ สั้น ง่าย อ่านแล้วเข้าใจได้ในทันทีว่าเรากำลังอยากให้เขา ซื้อเลย ดาวน์โหลด หรือติดต่อเรา แต่ข้อนี้นุ่นแอบบอกเทคนิคไว้นิดนึงว่า ถึงจะบอกว่าควรทำให้สั้น แต่สั้นเกินไปก็อาจจะไม่สื่อสาร เช่นถ้าเราบอกว่า ซื้อ ห้วนๆ แบบนี้อาจจะยังไม่ดึงดูดเท่าที่ควร แต่ถ้าบอกว่า ซื้อเลย หรือ ซื้อตอนนี้ส่งฟรี แบบนี้รับรองว่าได้ใจมากกว่าอย่างแน่นอน

สีสันสะดุดตา

หลายคนอาจจะมองว่าสีไหนก็ได้ขอแค่สวยก็พอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว CTA ที่ดีนั้นควรจะต้องมีสีสันที่โดดเด่น สะดุดตา ตัดกันกับพื้นหลัง แนะนำว่าไม่ควรใช้สีพื้นๆ อย่างสีขาว ดำ หรือเอิร์ธโทน เพราะอาจจะทำให้คนอ่านเลื่อนผ่าน หรือมองข้ามไปเพราะไม่ทันได้สังเกตก็เป็นได้ 

4 เทคนิคสร้าง CTA อย่างไรให้เตะตา

อ่านมาถึงตรงนี้คิดว่าหลายคนคงพอเห็นภาพ หรือเข้าใจ CTA กันมากขึ้นบ้างแล้ว คราวนี้เรามาลองดูกันดีกว่าค่ะว่ามีเทคนิคอะไรบ้างที่จะทำให้เตะตา ชนิดที่ว่าใครเห็นเป็นต้องคลิก

เร่งเร้าด้วยเวลา ถ้าไม่รีบตามมาพลาดแน่

มีใครเคยเป็นอย่างนุ่นไหมคะ แค่เห็นข้อความว่าลด 3 วันเท่านั้น หรือ จำกัดสิทธิเฉพาะ 100 คนแรกแล้วอดใจไม่ได้เผลอคลิกตามไปทุกที ซึ่งการสร้าง CTA ก็สามารถทำได้ด้วยวิธีเดียวกัน เช่น การกำหนดระยะเวลาในการซื้อ การจำกัดสิทธิ การแสดงสินค้าที่เหลือในสต็อก หรือแสดงให้เห็นว่ามีคนที่กำลังดูสินค้าชิ้นเดียวกันอยู่กี่คน เพื่อเป็นการทำให้กระตุ้นให้ลูกค้ารู้สึกกลัวที่จะพลาดบางสิ่งบางอย่างไปนั่นเองค่ะ

Image Source: agoda

ใช้ข้อความที่ช่วยไขข้องใจให้ลูกค้า

บางครั้งที่ลูกค้าไม่กล้ากด CTA เพราะไม่แน่ใจว่าที่บอกว่าดาวน์โหลดฟรี หรือสมัครฟรีนั้นฟรีจริงไหม ดังนั้นจึงควรใส่ข้อความที่ช่วยคลายความกังวลของลูกค้าลงไปด้วย เช่น Youtube ที่จะมีข้อความพร้อมกับ CTA ให้ทดลองใช้ฟรีว่า ทดลองรับชมฟรี ใน 1 เดือน เป็นต้น เมื่อเราใส่รายละเอียดเหล่านี้ครบถ้วน ก็จะทำให้ลูกค้าหมดข้อสงสัย และตัดสินใจคลิกได้ง่ายขึ้น

Image Source: youtube

กระตุ้นความอยากรู้ด้วยคำถาม

การกระตุ้นการอยากรู้ด้วยการตั้งคำถามถือเป็นวิธีที่เบสิกแต่ก็ยังใช้ได้ผลเสมอ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือคำถามนั้นต้องตรงใจลูกค้า เป็นสิ่งที่เขาต้องการรู้ หรือกำลังประสบปัญหาอยู่ ถ้าคุณตั้งคำถามได้ตรงจุดโดนใจแล้วล่ะก็ บอกเลยค่ะว่าเปอร์เซนต์ Take Action มีสูงมาก

บอกถึงสิทธิประโยชน์หรือสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ

การบอกลูกค้าอย่างจริงใจและตรงไปตรงมาเกี่ยวกับรายละเอียดหรือสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับหลังจาก Take Action ไม่ว่าจะเป็นการดาวน์โหลด ซื้อ หรือสมัครสมาชิกนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ว่าใครก็ย่อมต้องอยากรู้ก่อนว่าถ้าคลิกไปแล้วจะได้อะไรกลับมาบ้าง ถ้าเขารู้สึกว่าคุ้มค่า หรือแน่ใจว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เขาต้องการ ถึงจะยอมคลิก

Image Source: visualfoundry.com

เป็นอย่างไรบ้างคะกับเทคนิคการทำ CTA ที่นุ่นเอามาฝากกันวันนี้ ใครที่พอเข้าใจหลักการแล้วลองเอาไปต่อยอดเป็นไอเดียในการทำแบนเนอร์ เก็บLead หรือยิงโฆษณาดูได้นะคะ แล้วได้ผลลัพธ์อย่างไรก็อย่าลืมเอามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ

สำหรับใครที่สนใจอ่านบทความการตลาดด้าน Digital Marketing ของการตลาดวันละตอนในแง่มุมอื่นๆ สามารถอ่านต่อได้ที่> https://www.everydaymarketing.co/?s=digital+marketing

ในบทความหน้านุ่นจะมีอะไรมาอัปเดตอีกบ้าง สามารถติดตามได้ผ่านเพจการตลาดวันละตอน รวมถึง Twitter และ Blockdit ของการตลาดวันละตอนนะคะ

Bambinun*

Bambinun*

Content Creator แห่งการตลาดวันละตอน ที่หลงรักการเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือ พอๆ กับการกินของอร่อย และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเป็นทาสแมว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *