แคมเปญการตลาด Awareness Strategy ที่คนมีต่อสถานีชาร์จไฟ จาก MINI EV

แคมเปญการตลาด Awareness Strategy ที่คนมีต่อสถานีชาร์จไฟ จาก MINI EV

แคมเปญการตลาดที่จะเล่าให้ฟังในวันนี้ทำมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่อง Awareness Strategy ที่คนมีต่อสถานีชาร์จไฟของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าว่า “น่าจะยังมีน้อยอยู่” จนทำให้ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสำหรับคนเมืองไม่โตอย่างที่ควรจะเป็นเสียทาง ทาง MINI Cooper SE ที่เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือ EV เลยได้ทำแคมเปญการตลาดขึ้นมาเพื่อทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจใหม่ว่าแท้จริงแล้วสถานีชาร์ตไฟของ MINI EV นั้นมีอยู่ทุกที่ทั่วเมืองเลยจริงๆ

เมื่อสถานีชาร์จไฟไม่ได้ใหญ่โตเหมือนปั๊มน้ำมันที่เราคุ้นเคย ทำให้ภาพจำของคนส่วนใหญ่นั้นมองไม่เห็นว่าถ้าซื้อรถ EV มาแล้วจะเอาไปชาร์จได้ที่ไหน นั่นเลยทำให้คนเมืองจำนวนไม่น้อยยังลังเลที่จะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วหลายเมืองในยุโรปวันนี้มีสถานีชาร์จไฟมากกว่าปั๊มน้ำมันเสียแล้วครับ

เพราะแม้ว่าในความเป็นจริงแล้วในยุโรปจะมีสถานีชาร์จไฟมากกว่า 170,000 แห่ง ซึ่งตัวเลขนี้แซงหน้าจำนวนปั๊มน้ำมันไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นโจทย์สำคัญของการตลาดในครั้งนี้คือทำอย่างไรที่เราจะทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ได้รับรู้ใหม่ว่าสถานีชาร์ตไฟฟ้านั้นอยู่รอบตัวและทั่วเมืองจริงๆ นะ

ทาง Mini Cooper ที่เพิ่งออกรถยนต์รุ่นใหม่ที่ชื่อว่า Mini Cooper SE ที่เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า EV 100% เต็มซึ่งต้องการจะใช้โอกาสนี้ในการทำให้คนรับรู้เรื่องสถานีชาร์จไฟที่มีอยู่รอบตัว และทำให้คนหันมาสนใจในรถยนต์รุ่นใหม่พลังงานไฟฟ้านี้ของ Mini Cooper SE ไปพร้อมกัน

พวกเขาเลยทำแคมเปญการตลาดที่มีชื่อว่า Electric is Ready To Play หรือถ้าให้ผมแปลเป็นไทยแบบบ้านๆ ก็คือว่า “พร้อมชาร์จถ้วนหน้าแล้ว” ซึ่งแคมเปญนี้ไม่ได้ซับซ้อนหรือยุ่งยากแต่อย่างไร เพราะสิ่งที่พวกเขาทำก็คือเอาไฟสปอร์ตไลท์ใหญ่ๆ ที่มีกำลังความสว่างสูงถึง 7000 วัตต์ ฉายออกไปบนทองฟ้ายามค่ำคืนให้เป็นลำแสงพุ่งตรงๆ ขึ้นไปบนฟ้า เพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่าไอ้ลำแสงที่คุณเห็นว่าพุ่งขึ้นไปเต็มท้องฟ้าในตอนนั้นก็คือจุดที่ตั้งของสถานีชาร์จไฟของรถ EV อย่างไรล่ะ

เป็นอย่างไรครับกับการแก้ปัญหาที่เรียบง่ายแต่แสนจะหลักแหลมของ Mini Cooper SE ที่ทำให้คนทั้งเมืองเข้าใจได้ทันทีเพียงแค่เห็นลำแสงดังกล่าวครั้งเดียวก็ว่าได้ แต่สิ่งที่แคมเปญ Elictric Is Ready To Play ของ Mini Cooper SE ทำไม่ได้หมดแค่นั้น เพราะพวกเขายังใส่ความเป็นแบรนด์ของรถ EV ตัวเองเข้าไปด้วยการทำให้ลำแสงที่พุ่งตรงขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นสีเขียวนีออนที่เป็นสี Signature ของ Mini EV ไปพร้อมกันครับ

งานนี้เรียกได้ว่านอกจากจะยังฉลาดหลักแหลมแล้ว ยังดูได้ภาพลักษณ์ความหล่อแสนขี้เล่นซุกซนตามคาแรคเตอร์ของ Mini Cooper ไปอีกด้วย ก็แหมทำแบรนด์นะครับไม่ได้ทำบุญ จะทำให้คนอื่นรู้ว่าแค่มีสถานีชาร์จไฟทั่วเมืองอย่างเดียวก็ใช่เรื่อง ก็ต้องใส่ความเป็นแบรนด์ของตัวเองเข้าไปหน่อยซิจริงมั้ย

Awareness Strategy Electric Is Ready To Play MINI EV
Awareness Strategy Electric Is Ready To Play MINI EV

ดังนั้น Awareness Strategy ของแคมเปญนี้คือการทำให้คนได้ Awareness ที่เข้าถึงปัญหาการ Lack Awareness ที่แท้จริง เมื่อคนไม่ได้เข้าใจความจริงว่าแท้จริงแล้วมีสถานีชาร์จไฟอยู่รอบตัว เพราะสถานีพวกนี้นั้นเล็กมากไม่ได้ใหญ่โตเหมือนปั๊มแบบเก่า เมื่อปัญหาคือการมองเห็น แคมเปญนี้ก็เลยแก้เกมที่การมองเห็นมันเสียเลย

และก็นั่นแหละครับเมื่อคนได้มองเห็นชัดๆ พวกเขาก็จะเกิดความรู้สึกสบายใจ และแน่นอนว่าการจะตัดสินใจซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือ EV ก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้นอีกมาก เพราะตอนนี้ก็สบายใจแล้วว่าไม่ต้องกลัวว่ารถจะแบตหมดวิ่งกลับบ้านไม่ได้อีกต่อไป

ต้องชื่นชมไอเดียดีๆ การ Mini Cooper ที่ยังคงคาแรคเตอร์ความสนุกสนานขี้เล่นของแบรนด์ไว้เต็มที่ สุดท้ายนี้ผมอยากจะฝากถึงนักการตลาดที่กำลังอ่านอยู่ ก่อนจะแก้ปัญหาใด หรือใช้งบทำแคมเปญการตลาดไม่ว่าจะหลักแสนหรือหลักล้าน ถามตัวเองให้ดีอีกรอบนะครับว่าเราเข้าใจปัญหาที่แท้จริงเหมือนที่ Mini Cooper เข้าใจจนกลายเป็นแคมเปญนี้แล้วหรือยัง

อ่านแคมเปญการตลาดฉลาดๆ จาก Mini Cooper ต่อ > https://www.everydaymarketing.co/?s=mini+cooper

Mini Cooper ขายความกระทัดรัดอย่างไรให้สร้างสรรค์

Source

Nattapon Muangtum

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication / ผู้เขียนหนังสือการตลาดแบบรู้ใจ Personalized Marketing, การตลาดแบบฉลาดใช้ดาต้า Data-Driven Marketing และ Data Thinking / เป็นที่ปรึกษาด้าน Marketing และ Data-Driven ให้กับบริษัทบางแห่งและหน่วยงานบางที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *