สรุปพฤติกรรมดิจิทัลของคนไทยในปี 2018 จาก We Are Social

สรุปพฤติกรรมดิจิทัลของคนไทยในปี 2018 จาก We Are Social

Digital Stat ล่าสุดของประเทศไทยประจำปี 2019 ว่าในปีที่ผ่านมาว่าคนไทยเป็นยังไงกันบ้าง

รายงานฉบับเต็มทีทั้งหมด 76 หน้า ผมเลือกมา 17 หัวข้อที่คิดว่าน่าสนใจ บางเรื่องก็ยังคงเหมือนเดิม แต่บางเรื่องก็หาพยายามหาคำตอบว่าทำไม ลองดูไปด้วยกันครับ

นี่คือเว็บที่คนไทยส่วนใหญ่ชอบเข้าในปีที่ผ่านมา น่าสนใจตรงที่เว็บผู้ใหญ่ที่คนไทยชอบเข้าไม่ใช่ Pornhub แต่กลับเป็น XNXX ที่มีคนเข้าแต่ละเดือนพอๆกับเว็บดังอย่าง Sanook.com

แถมยังใช้เวลานานเป็นอันดับสอง นานกว่า Facebook และยังมีจำนวน pages/visit สูงเป็นอันดับสองรองจาก Facebook นิดเดียวครับ


นี่คือสิ่งที่คนส่วนไทยส่วนใหญ่เสริชหาเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา น่าสนใจตรงที่เมื่อเทียบกับข้อมูลปี 2017 พบว่า หัวข้อเรื่องการแปล กลายเป็นสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาจากปีก่อน นอกจาก บอล หวย หนัง และเพลง

ตรงนี้บอกให้รู้ว่าคนไทยสนใจเรื่องการเข้าถึงภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆมากขึ้นหรือไม่

เกมกำลังกลายเป็น mainstream

จากที่เราพบเห็นว่าคนรอบตัวติดเกมกันมากขึ้นทุกวัน และเกมยังไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กผู้ชายบางกลุ่ม แต่เราเริ่มเห็นผู้หญิงไม่น้อยที่เล่นเกมอย่างจริงจังมากขึ้น ยังไม่นับผู้ใหญ่วัยทำงานที่วันนี้เผลอเป็นตะแคงจอไม่ตีป้อมก็เก็บเลเวล

แถมอีกเทรนด์นึงที่เพิ่มสูงมากก็คือการ cast game หรือเล่นเกมให้คนอื่นดู และคนดูก็ดูอย่างตั้งใจ เรียกได้ว่าภาพยนต์ดีๆซักเรื่องยังไม่สามารถดึงความสนใจได้เท่านักแคสเกมบางคนด้วยซ้ำในวันนี้

แล้วไหนจะกระแส e-sport ในระดับโลกที่กลายเป็นอาชีพจริงจังจน งานนี้เกมไม่ใช่เรื่องเล่นๆอีกต่อไปครับ

Voice interface อีกหนึ่งพฤติกรรมใหม่ที่คนไทยเริ่มใช้โดยที่เราไม่รู้ตัว

วันก่อนผมเดินห้าง Big C แถวบ้าน แล้วผมคนใช้เสียงสั่งโทรศัพท์ในมือให้เสริชหาข้อมูลอะไรบางอย่างให้เค้า พอเค้าดูเสร็จเค้าก็สั่งให้หาใหม่ ดังนั้นอย่าคิดว่าแค่เราไม่เห็นคนรอบตัวใช้แล้วมันจะไม่จริง บางทีมันอาจกลายเป็นเรื่องปกติที่เรียกว่า new normal ที่นักการตลาดห้ามประมาทในเกมการใช้เสียงนี้

และจากเทรนด์ทั่วโลกก็พบว่า การสั่งการด้วยเสียงนี่แหละ จะกลายเป็นการสร้าง experience ที่สำคัญในยุคนี้

สวัสดี Siri ไหนอ่านบทความนี้ให้ฟังหน่อย..

คนไทยมีบัญชีโซเชียลมีเดียกว่าคนละ 10.5 บัญชี นั่นหมายความว่าอาจจะสมัครไว้หมด แต่จะใช้งานมั้ยอีกเรื่องนึง หรืออาจจะมีหลายๆบัญชีเอาไว้สลับการใช้งานตามวัตถุประสงค์

เช่น อันนี้เอาไว้ออกสื่อ อีกอันเอาไว้แชร์เรื่อง dark side ในกลุ่มเพื่อน ส่วนอีกอันอาจจะเอาไว้เป็น account หลุม ตามศัพท์ใหม่ที่เค้าเรียกกัน

นักการตลาดต้องรู้ให้ทัน รับมือให้ดี เพราะไม่งั้นอาจเสียค่า ad ฟรีไม่เกิดผลครับ

โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มหลักๆที่คนไทยใช้ไม่น่าแปลก แต่ที่แปลกในหน้านี้คือ VAIDEO ที่คนไทยไม่ใช้โผล่เข้ามาได้ยังไง

จากการที่ผมลองเข้าไปหาข้อมูลต่อพบว่าแพลตฟอร์มนี้เป็นแอพของคนทำงาน(คล้ายๆ Linkedin)ที่มีแต่ชาวต่างชาติของชาวฝรั่งเศส ก็เลยเกิดความสงสัยว่าช่วงนี้คนฝรั่งเศสมาใช้แอพนี้ที่เมืองไทยเยอะหรอ?

หรือเฟซบุ๊กจะเริ่มเอาท์?

หน้านี้บอกให้รู้ว่าเฟซบุ๊กที่เคยร้อนแรงนั้นไม่ใช่แค่แผ่วแต่ติดลบแล้ว จากตัวเลขปีที่ผ่านมาบอกให้รู้ว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กลดลงไป 2% หรือเป็นจำนวนกว่า 1,000,000 คน

เรื่องนี้หมายความสองอย่าง

  1. คนรุ่นใหม่หันไปใช้แพลตฟอร์มอื่น ไม่ว่าจะ Twitter, Instagram หรือ Snapchat เพราะเฟซบุ๊กกลายเป็นพื้นที่ของครอบครัว พ่อแม่ และโฆษณามากเกินไป
  2. ล้านบัญชีเฟซบุ๊กที่โดนลบอาจจะเป็นบัญชีที่ไม่มีการ active หรือบัญชีปลอมๆที่สร้างขึ้นมาแล้ว Facebook ก็ทยอยกวาดล้างออกไปเรื่อยๆจนตัวเลขนั้นหายไปถึง 1,000,000 account อย่างที่เห็นครับ

ค่าเฉลี่ยของ organic reach บน Facebook ในปี 2018 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 7.9% และเพจกว่า 28% ก็ใช้เงินเป็นเรื่องปกติ

หน้านี้ดูเอาไว้เปรียบเทียบหรือเป็น benchmark กับเพจที่เราทำอยู่ว่าเราทำมันได้ดีแค่ไหนในปีที่ผ่านมา

สำหรับเพจการตลาดวันละตอน ถือว่าสอบผ่านครับ เย่!

ประเภทโพสที่ได้ผลตอบรับดีที่สุดในปีที่ผ่านมายังคงเป็น Video ตามที่พี่มาร์กประกาศไว้ว่าจะผลักดันให้คนได้เห็นคอนเทนต์ประเภทวิดีโอมากขึ้น

แต่สำหรับโพสประเภทรูปภาพก็ไม่ได้แย่กว่ากันเท่าไหร่นัก ส่วนเพจการตลาดวันละตอนนั้นเน้นตัวหนังสือทั้งนั้น ขอบคุณทุกคนอีกครั้งที่ขยันเข้ามาอ่านกันทุกวัน ส่วนผมก็จะขยันเขียนทุกวันเหมือนเดิมครับ

สำหรับ Instagram หรือ IG ก็ยังคงต้องยกให้สตรีเป็นใหญ่

เพราะกว่า 62% นั้นผู้ใช้เป็นผู้หญิง และก็ไม่ต้องสงสัยว่าเค้าใช้อะไรกัน เวลาผมแอบชำเลืองมองหน้าจอคนข้างๆไม่พ้นร้านเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ ก็ดารานี่แหละครับคุณ

ส่วนข้อมูลของ Snapchat ในปี 2018 ที่ผ่านมาก็น่าสนใจ เพราะแม้ผู้ใช้จะน้อยไม่ถึงล้าน แต่ก็น่าจับตามองถึงอัตราการเติบโต แถมยังน่าสนใจตรงที่ว่าเป็นที่รวมตัวของผู้ชายเป็นส่วนใหญ่

อยากรู้จังว่าเค้าใช้ Snapchat ทำอะไรกันนะหนุ่มๆ

ในปี 2018 ทีผ่านมาคนไทยเสริชหาเรื่องผีๆดูบน YouTube สูงมากจนติดอันดับ 5 ครับ ใครก็ลังหาไอเดียทำโฆษณาบนยูทูป ลองเล่นกับผีดูซิครับ

คนไทยใช้ mobile banking สูงถึง 74% เรียกได้ว่าสูงมากในระดับโลกเลยนะครับ อาจจะด้วยจากการผลักดันจากภาครัฐเรื่อง cashless society หรือบรรดาธนาคารต่างๆที่ให้โอนกันข้ามธนาคารผ่านแอพฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เพราะต้องการ data จากผู้ใช้เอาไปต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่ๆ

งานนี้น่าสนใจเพราะขนาดร้านกล้วยแขกแถวบ้านยังมี qr code ให้สแกนกันเลย

ใครมีแพลนกำลังจะทำแอพ ดู data หน้านี้แล้วคิดให้ดีอีกรอบนะครับ

เพราะจากข้อมูลบอกว่าแม้ปีที่ผ่านมาจะโหลดกันเกือบร้อย แต่ใช้จริงแค่ 38 แอพเท่านั้นเอง นี่ยังไม่รับอีกว่าที่โหลดมาแล้วใช้ครั้งสองครั้งอีกเท่าไหร่ ถามใจตัวเองดูดีกว่าว่าลำพังแต่ละวันก็หมดกับแอพ social ต่างๆไม่ว่าจะ faebook, instagram, twitter หรือ youtube ยังไม่รวม line ที่นอกจากใช้แชตแล้วยังใช้เรียกแท็กซี่หรือวินให้ไปต่อแถวซื้อข้าวให้กินอีก รวมๆไม่กี่แอพหลักนี่วันละกี่ชั่วโมงแล้ว จะเหลือเวลาให้แอพอื่นกันได้แค่ไหนเชียวนะ

ขนาดสำลีทิชชู่ยังซื้อออนไลน์เลย แล้วอย่างอื่นจะไปเหลืออะไร

จากข้อมูลบอกว่าคนไทยกว่าครึ่งนิยมช้อปออนไลน์กับข้าวของใช้ส่วนตัวทั่วไปแล้ว อาจเพราะด้วยความขี้เกียจต้องขับรถไปห้างแถวบ้านเพื่อไปต่อแถวซื้อของที่ไม่น่าสนุกในการช้อปซักเท่าไหร่

สู้เอาเวลาเก็บไว้เดินห้างสวยๆกินอาหารดีๆ แล้วก็ช้อปอย่างอื่นเพื่อความเพลิดเพลินแทนดีกว่าจริงมั้ยครับ

ข้อมูลการใช้งาน e-commerce ของคนไทยในปี 2018 ที่ผ่านมาบอกให้รู้ว่า ยอดขายทางออนไลน์มีสัดส่วนยังน้อย เพราะมีแค่ 12% ส่วนการใช้ e-wallet จ่ายเงินหน้าร้านก็ยังมีแค่ 2% เท่านั้น

งานนี้เงินสดยังไงก็ยังเป็นพระเอกในวันนี้สำหรับคนส่วนใหญ่ในบ้านเราครับ

และใน 10 คนรอบตัวเราจะมี 1 คนที่ถือครองเงินดิจิทัล หรือที่เรียกว่า cryptocurrency ไม่ว่าจะ bitcoin หรืออะไรก็ตาม น่าแปลกใจมากไม่รู้เหมือนกันว่าไปกระจุกอยู่กับใครบ้างนะ เพราะรอบตัวผมเท่าที่รู้นี่แทบไม่มีเลยซักคน

และทั้งหมดนี้ก็คือการสรุปจากมุมมองของผม การตลาดวันละตอน ว่าในปี 2018 ที่ผ่านมามีแง่มุมไหนของคนไทยที่น่าสนใจบ้างครับ

ผมมีลิงก์รายงานฉบับเต็มให้คุณได้ไปอ่านและดาวน์โหลดกัน
http://bit.ly/2T3TrzX

และถ้าใครเข้าดูแล้วเจอแง่มุมอะไรที่น่าสนใจอีก ก็เอามาแชร์กันได้นะครับ

Nattapon Muangtum

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication / ผู้เขียนหนังสือการตลาดแบบรู้ใจ Personalized Marketing, การตลาดแบบฉลาดใช้ดาต้า Data-Driven Marketing และ Data Thinking / เป็นที่ปรึกษาด้าน Marketing และ Data-Driven ให้กับบริษัทบางแห่งและหน่วยงานบางที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *