5 กลยุทธ์สร้างแบรนด์ในแบบ SME ในยุค Discovery Generation จาก Facebook

5 กลยุทธ์สร้างแบรนด์ในแบบ SME ในยุค Discovery Generation จาก Facebook

คุณจะสร้างแบรนด์ในยุคออนไลน์อย่างไรให้ต่าง ในวันที่เต็มไปด้วยคู่แข่งมากมายที่อยู่ห่างถัดจากคุณแค่โพสถัดไป เพราะในประเทศไทยและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นั้นเต็มไปด้วยแบรนด์น้อยใหญ่หรือที่เรียกว่า SME ที่เกิดใหม่มากมายขึ้นทุกวัน ดังนั้นคำถามสำคัญของนักการตลาดและนักธุรกิจยุคใหม่คือคุณจะมีกลยุทธ์ทำอย่างไรให้แบรนด์ของคุณที่เพิ่งสร้างนั้นเติบโตต่อไปได้อย่างไร

ดังนั้นหัวใจสำคัญก็ยังคงเป็นการ “ทำให้ต่าง” แต่คำถามสำคัญคือจะทำอย่างไรให้ต่างในเมื่อทุกอย่างก็น่าจะมีคนทำไปหมดแล้ว

นี่คือโจทย์ที่ท้าทายของธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องคิดหา Business model ใหม่ขึ้นมาให้ได้ เพื่อที่คุณจะได้จะสามารถแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากแบรด์ยักษ์ใหญ่ที่อยู่มานานทั้งหลาย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจขายของเล่นของสะสมทางออนไลน์ ขายเฟอร์นิเจอร์ ขายเครื่องประดับ ของสินค้าแฟชั่นหรือแม้แต่เครื่องสำอางครีมบำรุงผิวก็ตาม เมื่อความต่างอาจไม่ใช่แค่ Products ที่ผู้คนให้ความสนใจ แต่ผู้บริโภคยุคใหม่สนใจว่า Purpose หรือ Personal ของเจ้าของธุรกิจนั้นเป็นใคร และทำมันไปทำไมมากกว่าผู้บริโภคยุคไหนๆ ที่เคยเป็นมา

เพราะถ้าคุณสามารถสื่อสารออกไปให้ผู้บริโภคยุคใหม่รู้ได้ว่า ธุรกิจหรือแบรนด์คุณต่างจากคู่แข่งมากมายในท้องตลาดได้อย่างไร แล้วถ้าสิ่งที่คุณทำและสื่อสารออกไปสามารถจับใจพวกเขาได้ สินค้าหรือบริการของคุณก็จะกลายเป็น Top of minds ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ไม่ยากครับ

และนี่คือ 5 กลยุทธ์ของการสร้างธุรกิจในปี 2020 ที่จะทำให้คุณแตกต่างจนสามารถพิชิตใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้

5 Brand Strategy for SME Business ในปี 2020 แนวทางการสร้างแบรนด์สำหรับ SME หรือธุรกิจเกิดใหม่ให้ต่างในยุค Discovery Generation จาก Facebook

1. Founder’s story เรื่องราวของเจ้าของมีพลังมากกว่าที่คุณคิด

เพราะผุ้คนในวันนี้ไม่ได้แค่ต้องการสินค้าหรือบริการเท่านั้น แต่พวกเขายังต้องการรู้สึกเชื่อมโยงกับสินค้าหรือบริการเหล่านั้นด้วย ดังนั้นเรื่องราวของเจ้าของแบรนด์โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยว่าทำไมเขาถึงทำธุรกิจนี้ขึ้นมา ทำไมเขาถึงเลือกทำสิ่งนี้แทนที่จะเป็นสิ่งอื่น เรื่องราวเหล่านี้แหละครับที่จะทำให้ผู้คนอินกับสินค้าและบริการจนยอมมองข้ามแบรนด์อื่นๆ มากมายในท้องตลาดออกไปได้ง่ายๆ เลย

2. Influencer driven ชวนคนดังมาช่วนดันแบรนด์

แบรนด์น้องใหม่สามารถใช้พลังของเหล่าคนดังบนออนไลน์หรือที่เราเรียกกันว่าการทำ Influencer Marketing มาช่วยผลักดันแบรนด์และยอดขาย แน่นอนว่าคนเหล่านี้ทำอะไรคนส่วนใหญ่ก็ให้ความสนใจ ดังนั้นถ้าคนส่วนใหญ่เห็นว่าใครๆ ก็ใช้กัน มันก็จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดกระแสอยากใช้ตามได้ไม่ยากเลยครับ

แต่หัวใจสำคัญของการทำ Influencer marketing คือ คุณต้องเข้าใจว่าต้องปล่อยให้พวกเขาได้พูดคุยกับผู้ติดตามของเขาแบบเป็นตัวของตัวเอง และที่สำคัญกว่านั้นคือคุณในฐานะนักการตลาดหรือเจ้าของแบรนด์ต้องหาทางทำให้ Influencer เหล่านี้รู้สึกอินกับแบรนด์ของคุณมากจนอยากจะแชร์เรื่องราวต่างๆ ออกไปด้วยตัวเองครับ

3. Purpose or conscious driven ถ้าทำธุรกิจด้วยความตั้งใจดีต้องพูดดังๆ ให้โลกรู้

ถ้าธุรกิจของคุณทำด้วยความตั้งใจดีต่อโลก สิ่งแวดล้อม และสังคม คุณต้องบอกให้โลกรู้อย่ามัวแต่อมพะนำไว้คนเดียว เพราะนี่คือการตลาดชั้นดีที่จะทำให้คนส่วนใหญ่ที่ใส่ใจในเรื่องนี้เลือกสินค้าหรือบริการของคุณแทนที่จะเป็นคู่แข่งที่ไม่เคยพูด หรือไม่เคยแม้แต่จะทำ บางครั้งความต่างที่ดูเหมือนจะเล็กน้อย แต่กลับเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่สำหรับใครหลายคนครับ

4. Affordable luxury หรูหราที่เอื้อมไหว

แน่นอนว่าของดีใครก็อยากได้ ยิ่งเป็นของหรูยิ่งมีแต่คนอยากครอบครอง แม้เราอาจไม่สามารถครอบครองของชิ้นใหญ่ได้ แต่เราก็อยากจะเป็นเจ้าของความหรูหราเล็กๆ เอาไว้ทำให้ตัวเองมีความสุขได้จริงมั้ยครับ

เรื่องนี้ตรงกับเทรนด์คนรุ่นใหม่ Gen Z ที่อยากจะมีของดีๆ หรือแบรนด์เนมเป็นของตัวเอง ดังนั้นคุณอาจไม่ต้องทำกระเป๋าหนังชั้นดีที่ต้องแพงถึงหลายหมื่นบาท แต่คุณอาจลองหั่นขนาดให้เหลือกระเป๋าใส่เศษเงินในหลักพันบาทได้ไม่ยาก แถมนั่นยังทำให้คนรุ่นใหม่ที่กำลังซื้อไม่เยอะแต่มีความอยากสูง สามารถเข้าถึงสินค้าคุณได้ไม่ยากครับ

5. Unique and personalised ของฉันต้องหนึ่งเดียวไม่ซ้ำใคร

แน่นอนในวันนี้ใครๆ ก็อยากให้คนอื่นเอาใจตัวเอง โดยเฉพาะธุรกิจยุคใหม่ต้องหาทางปรับแต่งสินค้าหรือบริการตัวเองให้ถูกใจลูกค้าแต่ละคนที่แตกต่างกัน หรือการทำ Personalization ให้ได้มากที่สุด ส่วนจะทำอย่างไรนั้นขอฝากหนังสือการตลาดแบบรู้ใจ Personalized Marketing ของการตลาดวันละตอนไว้เลยแล้วกันครับ (ซื้อออนไลน์ได้ที่นี่)

เพราะในวันนี้การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จไม่ได้มีสูตรสำเร็จเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป แต่ละคนต้องลองถูกลองผิดเพื่อค้นหาสูตรสำเร็จที่พอดีกับธุรกิจของแต่ละคนให้เจอ ไม่ว่าจะเป็นการลองลงมือทำร่วมกับพาร์ทเนอร์ ด้วยการนำเสนอเรื่องราวที่มาที่ไป รวมถึงรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วธุรกิจที่จะอยู่รอดและประสบความสำเร็จได้ต่อจากนี้ คือธุรกิจที่พยายามปรับตัวให้เข้ากับผู้คนและสังคมที่สุดครับ

Justin Hall พาร์ทเนอร์ของ Golden Gate Ventures กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า

ผู้บริโภคยุคใหม่ในวันนี้ชอบที่จะซื้อสินค้าหรือบริการตรงกับแบรนด์ด้วยตัวเองมากขึ้น เพราะพวกเขาใส่ใจมากขึ้นว่าแบรนด์นี้ที่เลือกนั้นเป็นแบรนด์ที่ดีจริงๆ ตั้งแต่เรื่องราวของเจ้าของธุรกิจที่โดนใจ หรือวิธีการทำธุรกิจที่แสนจะภูมิใจให้เอาไปเล่าต่อ ดังนั้นวิธีการนำเสนอแบรนด์ หรือลงไปถึงความรู้สึกที่ได้แกะห่อสินค้าออกมา ทั้งหมดนี้นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อผู้บริโภคยุคใหม่ใช้โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook หรือ Instagram ในการเข้าถึงแบรนด์ใหม่ๆ อย่างมากครับ

ดังนั้นคุณจะเห็นแล้วว่าการสร้างความต่างเป็นเรื่องของสินค้าแค่ 2 ใน 5 ส่วนอีก 3 ที่เหลือคือพลังของการตลาดที่เริ่มตั้งแต่ตัวตนของคุณ วิธีการทำธุรกิจของคุณ การที่คุณจะทำให้คนอยากพูดถึงแบรนด์คุณบนออนไลน์อีกด้วย

ในตอนหน้าเราจะมาดูกันว่าถ้าลูกค้าเลือกสินค้าหรือบริการของคุณแล้ว เราจะทำอย่างไรให้เค้าติดใจไม่ไปหาแบรนด์อื่นอีก

อ่านบทความก่อนหน้าจากซีรีส์คอนเทนท์ชุด Discovery Generation จากรายงาน Riding the Digital Wave > https://www.everydaymarketing.co/?s=riding+digital+wave

Source > https://www.facebook.com/business/m/riding-the-digital-wave#sea

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / ที่ปรึกษาให้กับเอเจนซี่และธุรกิจต่างๆ / อาจารย์วิชา Data-Driven Communication ที่ PIM / นักอ่านหนังสือ / เจ้าของเพจอ่านแล้วเล่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *