วิเคราะห์ธุรกิจ LINE MAN MART หลังเดินเกมเจาะตลาด Quick Commerce 

วิเคราะห์ธุรกิจ LINE MAN MART หลังเดินเกมเจาะตลาด Quick Commerce 

ใน 2-3 ปีให้หลังมานี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการชอปปิงออนไลน์ ผ่าน E-marketplace หรือการซื้ออาหารผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญกับผู้คนในปัจจุบันมากขึ้น 

โดยเฉพาะตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ Quick Commerce หรือ บริการที่ให้คนไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค จากซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้ารายย่อย ไปจนถึงในตลาดสด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจบริการที่กำลังเติบโตและกลายมาเป็นดาวเด่นที่ถูกพูดถึงในวงกว้างอีกครั้ง เนื่องจากสามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

ทำไม Quick Commerce ถึงมาแรงในพ.ศ.นี้

ปีนี้เราเปิดศักราชมาด้วยการกลับมาระบาดของโควิดระลอกใหม่ ทำให้หลายบริษัท และอีกหลายสถานศึกษาจำเป็นต้องปิดชั่วคราวและกลับมาเริ่มต้น Work From Home กันอีกครั้ง ผู้คนยิ่งระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้น ทำให้การออกจากบ้านก็ลดจำนวนความถี่ลงด้วย แต่ถึงแม้ว่าผู้คนจะออกไปข้างนอกกันน้อยลง แต่ demand ในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ของสด และของใช้ภายในบ้านนั้นกลับไม่ได้ลดน้อยลงตามไปด้วยเลย 

และนั่นก็เป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมความสะดวกและรวดเร็วของ Quick Commerce ที่สามารถให้คนไปซื้อของที่ต้องการได้ทุกที่ตั้งแต่ในซุปเปอร์ขนาดใหญ่ไปยันตลาดสด ถึงได้เป็นที่ต้องการ และค่อยๆ เข้าไปอยู่ใจคนมากขึ้นทุกที เรียกได้ว่าตอนนี้มาแรงพอ ๆ กับบริการ food delivery เลยทีเดียว

LINE MAN MART เปิดช่องทางการขายของที่เป็นมากกว่าการส่งอาหาร

ในช่วงปีที่ผ่านมาเราจะเห็น Food Delivery หลายเจ้ากระโดดเข้ามาเป็นผู้เล่นในฝั่ง Quick Commerce มากขึ้น ซึ่ง LINE MAN เองก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีจุดเด่นเฉพาะตัวที่แตกต่าง และน่าสนใจไม่น้อย 

โดยในช่วงปี 2021 LINE MAN นั้นได้ทำการรุกตลาด Quick Commerce ด้วยบริการ LINE MAN MART ที่มีบริการรับสั่งสินค้าทั้งจาก ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้ารายย่อย ไปจนถึงร้านค้าในตลาดสด แบบพร้อมส่งตรงถึงหน้าบ้านภายใน 30 นาที แล้ว ทาง LINE MAN เองก็พยายามเสริมจุดแข็งโดยการเพิ่มพันธมิตรเป็นร้านค้ารายย่อยต่างๆ ในสัดส่วนที่มากขึ้น ซึ่งการใช้กลยุทธ์นี้นอกจากจะทำให้ LINE MAN MART แตกต่างจากคู่แข่งแล้ว ยังช่วยให้ร้านค้ารายย่อยมีช่องทางในการหารายได้มากขึ้น และสามารถเติบโตไปพร้อมๆ กันได้อีกด้วย

เรียกได้ว่าเป็นบริการที่ช่วยเปิดโอกาสให้ร้านค้ารายย่อยทุกประเภทได้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึงตอบโจทย์ทางฝั่งผู้บริโภคที่ยอมจ่ายเพื่อความสะดวกสบาย ความรวดเร็วในการใช้งาน และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเว้นระยะห่างทางสังคมด้วย

ซื้อขายสินค้าประเภทไหนบน LINE MAN MART ได้บ้าง?

อย่างที่บอกไปว่า LINE MAN MART นั้นบริการรับซื้อของจากทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้ารายย่อย ไปจนถึงร้านค้าในตลาดสด ดังนั้นของที่สามารถซื้อขายได้จึงมีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร ทั้งอาหารสด อาหารแช่แข็ง อาหารสัตว์ ไปจนถึงของใช้ย่างเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าแม่และเด็ก เครื่องเขียน สังฆภัณฑ์ หรือแม้แต่ของใช้ตามเทศกาลอย่าง ชุดของตรุษจีน ที่กำลังจะมาถึงนี้ให้เลือกซื้อขายได้ใน LINE MAN MART ทั้งสิ้น 

ทำไม LINE MAN MART ถึงตอบโจทย์ได้ดีกว่า 

จุดขายที่ทำให้ LINE MAN MART ชนะใจทั้งฝั่งลูกค้าและร้านค้ารายย่อยได้ดีกว่าก็คือในเรื่องของความรวดเร็ว การซื้อขายผ่าน App เมื่อมีคำสั่งซื้อไปถึงร้านค้าในระบบก็จะมี Rider วิ่งไปรับของจากร้านมาส่ง โดยที่ในการซื้อสินค้าแต่ละครั้งนั้นจะมีความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 30 นาที ไม่ต้องรอนานเหมือนซื้อผ่านระบบ E-Commerce ที่ในการสั่งซื้อหนึ่งครั้งนั้นจะใช้เวลาในการขนส่งประมาณ 2-3 วัน

นอกจากนี้ LINE MAN MART ยังได้เปรียบกว่าในเรื่องความปลอดภัยของสินค้าก่อนถึงมือผู้บริโภค เนื่องจากเป็นการรับของจากร้านและส่งถึงมือเราโดยตรง ไม่ผ่านหลายมือ ที่อาจมีการโยน การซ้อนทับจนทำให้สินค้าเกิดความเสียหาย

และสิ่งที่การตลาดวันละตอนมองว่า LINE MAN MART ได้ใจร้านค้ารายย่อยไปเต็มๆ ก็น่าจะเป็นส่วนของการรับเงินที่ทางร้านค้าสามารถเลือกได้เองทั้งแบบรับเงินสด หรือ E-payment ต่างจากฝั่ง E-Commerce ที่กว่าจะได้รับเงินนั้นต้องรอให้ลูกค้ากดยืนยันรับของ และผ่านอีกหลายขั้นตอน ซึ่งกว่าจะได้รับเงินค่าสินค้าก็อาจจะกินเวลาไปหลายวันนั่นเอง

นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ LINE MAN MART แตกต่างจากเจ้าอื่นๆ ในตลาดก็คือในตอนนี้ LINE MAN MART ยังเป็นเจ้าเดียวที่ให้ร้านค้าที่เข้าร่วมสามารถเลือกได้ว่าจะเสียค่า GP (ส่วนแบ่งจากยอดขาย) หรือไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็น Non-GP ก็ได้ ตามแต่ที่ร้านมองว่าเหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง แบบไม่มีการบังคับ

LINE MAN MART โอกาสใหม่ในปี 2022

แน่นอนว่าในตอนนี้จำนวนผู้บริโภคที่ไปซื้อของตามหน้าร้านนั้นมีปริมาณลดลงเป็นอย่างมาก ดังนั้นสิ่งที่ธุรกิจค้าปลีกไม่ว่ารายเล็กหรือรายใหญ่จำเป็นต้องทำก็คือการปรับตัวให้ลูกค้าสามารถซื้อของได้ง่าย และสะดวกสบายมากขึ้น

หากดูจากสถิติผู้บริโภคที่ LINE MAN ได้เปิดมาล่าสุดในช่วงต้นเดือน มกราคม 2565 จะเห็นได้ชัดว่า ผู้บริโภคนั้นมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป จากข้อมูลพฤติกรรมเดลิเวอรีของคนไทยทั้ง 77 จังหวัดตลอดทั้งปี 2021 ของผู้ใช้กว่า 5.9 ล้านคนต่อเดือน ที่สั่งจากร้านอาหารกว่า 500,000 ร้าน บน LINE MAN พบว่า

สินค้ามาแรงส่งท้ายปี (ต.ค. – พ.ย. 64) ที่มียอดออร์เดอร์เติบโตสูงที่สุด ได้แก่ “หมูสามชั้นชาบู” “พวงมาลัยดอกมะลิ” และ “อาหารแมว” หลายคนอาจจะมองว่ามันเป็นสินค้าที่ดูมากันคนละทิศละทาง และไม่ค่อยเกี่ยวข้องกัน 

แต่ถ้าเราลองวิเคราะห์จากตัวประเภทสินค้า เราจะเห็นได้ถึงพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของคนไทยชัดเจนเลยว่า ในช่วงที่ประเทศล็อกดาวน์คนส่วนใหญ่มักทำกิจกรรมที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำชาบูทานเองที่บ้านซึ่งก็ตรงกันกับข้อมูลยอดขายที่พบว่า “ร้านของสด (ตลาดสดและร้านแผงรวมของสด)”เป็นประเภทร้านที่มียอดขายสูงสุดบน LINE MAN MART นอกจากนี้ “พวงมาลัยดอกมะลิ” ยังทำให้เราเห็นว่าเดี๋ยวนี้คนยังนิยมไหว้พระในบ้านมากขึ้น รวมถึงการที่ออเดอร์ “อาหารแมว” ติดอันดับนั้น ก็สะท้อนว่าหลายคนนั้นได้กลายร่างเป็นทาสแมวโดยสมบูรณ์

ในส่วนของการค้นหาสินค้าที่คนไทยค้นหามากที่สุด ได้แก่ “ผักผลไม้” และ “น้ำดื่ม” นอกจากนี้ ช่วงเทศกาลลอยกระทงพบว่า “กระทง” ยังติดอันดับสินค้าที่ถูกค้นหามากที่สุดอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าการที่ LINE MAN ได้ส่งบริการ LINE MAN MART ในการรุกตลาด Quick Commerce ด้วยการเปิดตลาดสั่งของส่งด่วนถึงบ้านนั้น เป็นบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของบริโภคในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเป็นการตอบเทรนด์ทำอาหารกินเองที่บ้าน ด้วยการสั่งของสดหลากหลายถึงมือได้ทันทีภายใน 30 นาทีอีกด้วย

ส่วนใครที่อยากอ่านบทความการตลาดในแง่มุมอื่นๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ในบทความหน้าจะมีอะไรมาอัปเดตอีกบ้าง สามารถติดตามได้ผ่านเพจการตลาดวันละตอน รวมถึง Twitter และ Blockdit ของการตลาดวันละตอนนะคะ

Bambinun*

Bambinun*

Content Creator แห่งการตลาดวันละตอน ที่หลงรักการเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือ พอๆ กับการกินของอร่อย และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเป็นทาสแมว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *