“JRIT ICHI CYBER MARKET STATION” วิ่งให้ทัน เพราะโลก (ดิจิทัล) มันหมุนเร็ว

“JRIT ICHI CYBER MARKET STATION”  วิ่งให้ทัน เพราะโลก (ดิจิทัล) มันหมุนเร็ว

เคยรู้สึกว่าตัวเองวิ่งช้าหรือวิ่งตามโลกไม่ทันหรือเปล่าคะ? 

เชื่อว่าต้องมีคนคิดว่ากำลังเป็นอยู่แน่เลย ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดอะไรค่ะ เพราะโลกทุกวันนี้วิ่งเร็วด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น เทคโนโลยีที่ราคาถูกลง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ราคาจับต้องได้ รวมถึงซอฟต์แวร์ โปรแกรม หรือแอปพลิเคชัน ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า

ในโลกของการทำงานเองนั้นก็หมุนไปอย่างรวดเร็วไม่ต่างกัน โดยเฉพาะผลจากกระแส Digital Disruption ทำให้หลายองค์กร หลายอาชีพต้องเร่งปรับตัว ไม่ใช่แต่เฉพาะพนักงานในองค์กรเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า CEO เจ้าของธุรกิจ SME Influencer Bloger หรือแม้แต่นักเรียนนักศึกษาก็ต้องพยายามปรับตัวกันทั้งนั้น เพราะทักษะหรือวิธีการที่เราเคยทำได้และให้ผลลัพธ์ที่ดีในวันนี้ วันหน้าอาจจะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป 

มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจมีคำถามในใจว่า “แล้วเราจะทำอย่างไร เพื่อก้าวให้ทันโลกที่หมุนเร็ว” คำตอบก็คือการเตรียมความพร้อม และพัฒนาทักษะทั้ง New Skill, Reskill และ Upskil lอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ก้าวได้ทันกับบริบทใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป

New Skill / Reskill / Upskil คืออะไร? แตกต่างกันอย่างไร?

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังสงสัยว่าแต่ละ Skill เนี่ยมันคือหมายถึงอะไร และแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เรามาดูกันค่ะ 

เริ่มอันแรกก่อนเลย นั่นคือ New Skill การเรียนรู้สิ่งใหม่ ที่เป็นทักษะจำเป็น เช่น การทำงานร่วมกับ AI หรือเรื่องของ Digital Skill เช่นการเรียนรู้ความเข้าใจพื้นฐานในการทำงานกับเทคโนโลยี data analytics เพื่อนำมาในการวิเคราะห์เรื่องต่างๆ 

ต่อกันด้วย Reskill คือการสร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นในการทำงาน ให้สอดคล้องกับความต้องการของบริษัท อีกทั้งการรีสกิลยังหมายถึงการมองหาคนทำงานที่มีทักษะใกล้เคียงกับทักษะใหม่ที่บริษัทต้องการมากที่สุดและส่งเสริมพัฒนาทักษะนั้นควบคู่ไปกับทดลองลงมือทำงานจริง

และมาถึงอันท้ายสุด Upskill การพัฒนาเพื่อยกระดับทักษะเดิมให้ดีขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต หมายถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับทักษะใหม่หรือทักษะที่สูงขึ้นให้กับพนักงาน โดยการ Upskill จะเป็นการให้ความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยพัฒนาทักษะควบคู่ไปกับเส้นทางการทำงานปัจจุบันนั่นเอง

จะรู้ได้อย่างไรว่าเราต้องเพิ่มทักษะอะไรบ้าง

ในเสต็ปนี้ “การสำรวจตัวเอง” น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เพราะตัวเราเองย่อมจะรู้ดีที่สุดว่าเรามีจุดอ่อน จุดแข็งอะไรบ้าง เมื่อหาเจอแล้วก็ค่อยมาวางแผนต่อไปว่าให้ไปเพิ่มทักษะไหนเพื่อลบจุดอ่อน และพัฒนาทักษะไหนเพื่อทำให้จุดแข็งของเราโดดเด่นยิ่งขึ้น 

โดยเราอาจจะวางเป้าหมายโดยใช้หลัก SMART Goal เข้ามาช่วยในการหนดขอบเขตและกำหนดขั้นตอนที่เราต้องดำเนินการให้ชัดเจน เป็นระบบ และสามารถบ่งบอกถึงความคืบหน้าของการพัฒนาทักษะต่างๆ ไปได้พร้อมๆ กัน 

ตัวอย่างเช่น

Goal: เรียนรู้การทำ SEO Content โดยต้องการให้มีบทความติดหน้าแรกของ Google ภายใน 3 เดือน ตั้งแต่ เดือนตุลาคม ถึง เดือนธันวาคม จากการเรียนผ่านคอร์สออนไลน์

Specific : การทำ SEO Content โดยต้องการให้มีบทความติดหน้าแรกของ Google

Measurable : มีบทความติดหน้าแรกของ Google ภายใน 3 เดือน

Attainable : เรียนรู้การทำ SEO Content จาก คอร์สออนไลน์

Relevant : เรียนรู้การทำ SEO Content จาก คอร์สออนไลน์ และฝึกเขียนทุกวัน วันละ 2 ชั่วโมง เป็น

เวลา 3 เดือน

Time bound : ระยะเวลา ตั้งแต่ ตุลาคม ถึง ธันวาคม รวมทั้งหมด 3 เดือน

การวางเป้าหมายอย่างนี้เพื่อให้เราเห็นความชัดเจนของเป้าหมาย วิธีการ รวมถึงผลลัพธ์ที่จะได้ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

“JRIT ICHI CYBER MARKET STATION”  สถานีในการเริ่มต้นพัฒนาทักษะด้วยตัวเอง

เมื่อรู้แล้วว่าเราขาดอะไร และอยากพัฒนาทักษะด้านไหน ก็มาเริ่มต้นพัฒนาตัวเองกันได้เลยค่ะ!

ใครที่กำลังคิดหนักว่าแล้วจะไปเรียน New Skill, Reskill และ Upskill ที่ไหนดี? หรือเรียนแล้วจะเหมาะกันเราไหม? ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้มีทั้งคอร์สเรียนออนไลน์ และ Webinar อยู่เต็มไปหมด มีทั้งฟรีและเสียค่าใช้จ่าย รวมถึงมีทั้งของไทยและเทศด้วยนะคะ 

สำหรับใครที่สนใจและอยากจะพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้ตัวเอง วันนี้การตลาดวันละตอนเองก็มีสื่อออนไลน์แนวใหม่ ที่จะมาเสิร์ฟความรู้ และคอนเทนต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Digital Transformation ให้คุณถึงบ้านมาแนะนำกันค่ะ

JRIT ICHI Cyber Market Station เป็นสื่อออนไลน์รูปแบบใหม่ ด้วยแนวคิดของ “marketplace” หรือตลาดไซเบอร์ออนไลน์จากญี่ปุ่นที่นำเสนอโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่างๆให้แก่ผู้เข้าชมในหลากหลายธุรกิจ ในรูปแบบที่เปิดโอกาสให้ผู้เขาชมงานสามารถเขาชมงานได้จากทุกที่ทุกเวลา 

มาพร้อมกับรายการ ICHI LIVE สำหรับผู้ที่สนใจร่วมรับฟังเรื่องราวความสำเร็จจากเจ้าของธุรกิจแบรนด์ดัง Start up และ มุมมองดิจิทัลเทรนด์จาก Content Creator, Blogger, และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ ที่จะทยอยมาแชร์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อคิดดีๆ ให้กับผู้ที่รับชม ICHI LIVE แบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยเปิดให้เข้าชมแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 นี้เป็นต้นไปนะคะ

เรียนรู้ฟรี ได้ทุกที่ ทุกเวลา

สำหรับ ICHI LIVE งานสัมมนาออนไลน์ที่พลาดไม่ได้ เพราะจะมีทั้งเจ้าของธุรกิจ คนดังในแวดวงการตลาดออนไลน์วนเวียนกันเข้ามาแชร์ประสบการณ์ในมุมมองที่ตัวเองเชี่ยวชาญแบบที่เรียกได้ว่าครบเครื่องครบรส แถมยังเข้าฟังฟรีตลอดงาน จะดูกี่ครั้งก็ได้ จะดูตอนไหนก็ได้ เพราะสามารถเข้างานได้แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง ไม่มีอั้น ไม่มีการกั๊ก ทำให้เราสามารถแบ่งเวลาว่างจากการเรียน หรือการทำงาน แวะไปเติมความรู้ใส่สมองได้แบบไม่มีข้อจำกัด เหมาะกับช่วง WFH สุดๆ 

และด้วยความที่งานนี้เป็น Virtual Event เพราะฉะนั้นนอกจากตัวงานสัมมนาแล้วก็ยังมีส่วนอื่นๆ ที่น่าสนใจในการทำธุรกิจด้วย เช่น สามารถหาพาร์ทเนอร์ หรือ supplier ด้านไอที และเยี่ยมชม IT Solutions ต่างๆ ได้ด้วย 

ขั้นตอนการเข้าชม

จะเข้างานได้ เราก็ต้องมีบัตรผ่านซะก่อนจริงไหมคะ เพราะฉะนั้นก่อนอื่นเลย  เราก็ต้องลงทะเบียนกันก่อน 

1.ลงทะเบียนโดยเข้าไปที่ ​​https://bit.ly/2Y6ocZc

2.จากนั้นก็กรอกข้อมูลต่างๆ ทั้งชื่อ-นามสกุล อีเมล เบอร์มือถือ ที่อยู่ บริษัทที่ทำงาน อาชีพและตำแหน่ง ประเภทของบริษัท และหัวข้อที่เราสนใจใน Digital Transformation

3.เมื่อลงทะเบียนเสร็จ เราก็จะได้ Access Code ในอีเมลที่เราลงทะเบียน

4.นำโค้ดนั้นไปกรอกที่ https://marketplace.jrit-ichi.com/ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ

สำหรับในขั้นตอนการกรอกข้อมูลนั้นอาจจะดูเยอะไปหน่อย แต่ถือว่าเป็นข้อดีที่ทาง JRIT ICHI จะได้นำข้อมูลต่างๆ มาทำ ICHI LIVE และ Webinar ที่ตรงต่อความต้องการของคนไทยจริงๆ 

อัดแน่นด้วยเนื้อหาและเทรนด์การตลาดออนไลน์แบบจัดเต็ม

Business Matching & Exhibition Zone 

เอาล่ะค่ะ พอเราเข้าไปในงานแล้ว ก็จะเจอกับ 4 โซนใหญ่ๆ ด้วยกัน โดย 2 โซนด้านซ้าย คือ Exhibition Zone และ Business Matching จะเป็นโซนเกี่ยวกับการทำธุรกิจ ถ้าใครอยากหาพาร์ทเนอร์ หรือ Supplier ด้านไอที ก็ลงชื่อไว้ ทางผู้จัดงานมีบริการ Business matching ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และ สามารถเข้าเยี่ยมชมบูธของ Exhibitor เพื่อดู IT Solutions ต่างๆ ได้ ซึ่งโซนนี้เหมาะกับนักธุรกิจหรือเจ้าของกิจการมากๆ เลยค่ะ

Community Zone

ไฮไลต์ของพวกเราจะอยู่ที่ 2 โซน ด้านขวามือ คือ Webinar Zone และ Community Zone นั่นเอง เราจะเข้าไปที่ Community Zone กันก่อน โดยโซนนี้จะรวม ICHI LIVE และ ICHI TALK ไว้ด้วยกัน โดยแต่ละหัวข้อก็น่าสนใจมาก ไม่ว่าจะเป็น Innovation X Leadership จากคุณฟ้าใส พึ่งอุดม (CEO & Founder of Fit Junctions) ที่จะมาเล่าถึง “ทำอย่างไรให้เรา ใช้ศักยภาพจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้หาเงินได้เยอะขึ้น” โดยมี Trick & Tips ต่างๆ ที่เราสามารถทำตามได้ด้วย 

ส่วนสปีกเกอร์อีกคน ในหัวข้อ Innovation x Leadership” คุณชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ (อูน) ก็ได้มาร่วมเล่าประสบการณ์การใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยีมาช่วยเปลี่ยนแปลงให้หลายสิ่งในธุรกิจของเธอง่ายขึ้น ซึ่งก็ทำให้เราได้แง่คิดและมุมมองในการนวัตกรรมและเทคโนโลยี ได้อย่างดีจริงๆ 

ส่วนหัวข้อ Digital x Trend มีคุณ Aki Yamaguchi มาทำหน้าที่เป็น Moderator ร่วมพูดคุยกับ Speaker คนดังทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ ท่านแรก คุณโสภา พิมพ์สิริพานิชย์ (โซอี้) ซึ่งมาให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการเอาตัวรอดของธุรกิจในยุคนี้ เร่งสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวเข้าสู่ความเป็นดิจิทัล พร้อมสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจในอนาคต ท่านที่สองคุณแป้ง Kirarista Content Creator ชื่อดัง และท่านที่สามบีมเซ็นเซ มาแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตผลงานให้ได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าขุดความรู้มาเสิร์ฟให้ทุกคนอย่างถึงอกถึงใจเลยทีเดียว

Webinar Zone

มาถึง Webinar Zone หรือสัมมนาออนไลน์กันบ้าง โซนนี้ก็จัดเต็มไม่แพ้โซนอื่น มีสัมมนาดีๆ เพียบ ทั้ง “เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยระบบจัดการคู่มือการทำงานออนไลน์ Teachme Biz” Cloud Solution ที่สามารถสร้าง แก้ไข และเผยแพร่ องค์ความรู้ขององค์กรในรูปแบบ Visual-based SOP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

หัวข้อ “ตามเกมให้ทัน ดูแลลูกค้าอย่างไรในยุคโควิด-19” ที่จะมาพูดถึงปัญหา และเทรนด์ในปัจจุบัน กุญแจในการแก้ไขปัญหา และแนะนำเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา โดย Classmethod Thailand ก็ช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ในช่วงโควิดได้ดีขึ้น

ส่วน Thai NS Solutions Co.,Ltd. (Manufacturing) ก็มาพร้อมกับหัวข้อ “A Journey to AI Enterprise with Data & Smart IoT for Manufacturing” ที่จะมาเล่าเรื่อง DataRobot เครื่องมือเร่งผลลัพธ์ทางธุรกิจ ด้วยพลังของปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Hitachi’s Solutions when the New Normal is ” Work From Home” ก็มาพร้อมกับโซลูชั่นต่างๆ ในการช่วยให้ Work from Home ดี และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมาะกับคนทำงาน องค์กร และบริษัทต่างๆ ที่ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่สุดๆ เลยค่ะ 

ส่วนหัวข้อ “Acceleration DX by utilizing Data Integration Platform” คุณหยก จาก TOYOTA TSUSHO SYSTEMS โดยจะมาเล่าเรื่องราวของการใช้เครื่องมือดิจิทัลต่างๆ ในการจัดการด้านต่างๆ ของบริษัท ตั้งแต่ระบบหลังบ้านจนถึงหน้าบ้านเลยค่ะ

อีกหัวข้อหนึ่ง ที่รับรองว่าจะถูกใจคุณครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาแน่นอน เพราะ Wacom เขามากับหัวข้อ “Wacom work from home _ Remote teaching webinar” ที่จะมาแนะนำอุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ในการผลิตสื่อการเรียนการสอนให้ง่ายและสะดวกขึ้น รวมถึงการทำงานแบบ Work from Everywhere อีกด้วย

งานนี้เหมาะกับใคร?

สำหรับงาน JRIT ICHI CYBER MARKET STATION นี้ การตลาดวันละตอนมองว่าเป็นอีเวนท์ที่มีประโยชน์มากๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะกับสำหรับผู้ประกอบการเท่านั้น แต่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย นับตั้งแต่สายงานการผลิต ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี  สตาร์ทอัพ ธุรกิจขายปลีกที่ต้องการ Solution ในการขายสินค้าออนไลน์ นักการตลาด ไปจนถึงนักเรียน หรือนักศึกษาที่สนใจเกี่ยวกับเทรนด์การตลาดออนไลน์ และ การทำธุรกิจ Start up ก็สามารถเข้าไปในงานเสพความรู้เพื่อให้ก้าวทันโลกดิจิทัลได้เช่นกัน 

เพราะต่อไปในอนาคต จะมีทั้งเจ้าของธุรกิจ คนดังในแวดวงการตลาดออนไลน์วนเวียนกันเข้ามาแชร์ประสบการณ์แบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งใน ICHI LIVE, ICHI TALK, Webinar ด้วย จะมีใครเจ๋งๆ น่าสนใจต้องติดตามกันค่ะ

อย่างที่เขาบอกกันว่ายิ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากเท่าไหร่ ทรัพยากรมนุษย์ก็ยิ่งสั่นคลอนมากขึ้นเท่านั้น แต่ถ้ามองอีกทางหนึ่งจะเห็นว่าในทุกความเปลี่ยนแปลงนั้นแฝงไปด้วยโอกาสในการไปสู่หนทางใหม่ๆ ได้เช่นกัน ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่อยากวิ่งอยู่รั้งท้ายขบวน ก็จำเป็นต้องหมั่นตรวจเช็กและเติมความรู้อยู่ตลอดเวลาด้วยนะคะ

ใครที่สนใจอยากรู้รายละเอียดว่าจะมีใครมา LIVE มา Talk ในหัวข้ออะไร ก็สามารถเข้าไปติดตามได้ที่ Website และ Facebook หรือทักไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในช่องทาง Line ได้นะคะ

Bambinun*

Bambinun*

Content Creator แห่งการตลาดวันละตอน ที่หลงรักการเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือ พอๆ กับการกินของอร่อย และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเป็นทาสแมว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *