Website ที่เคยเป็นรองหน้าร้าน ตอนนี้ขึ้นนำแล้ว

Website ที่เคยเป็นรองหน้าร้าน ตอนนี้ขึ้นนำแล้ว

ช่วงก่อน เวลาเราจะทำการตลาด เราก็จะมุ่งเน้นไปที่หน้าร้านเป็นหลัก ถ้าเป็นสื่อออนไลน์ก็ยังคงไม่ใช่ Website แต่เป็นสื่อ Social Media ที่เราตั้งทีมมาอัพเดท Content กันทุกวัน ส่วนเว็บไซต์นั้น ก็ปล่อยทิ้งไม่มีอะไรใหม่เลยมาสัก 3-4 ปีได้แล้ว แต่วันนี้ต้องบอกว่าเทรนด์เปลี่ยนไปแล้วค่ะ นั่นก็เพราะว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเนี่ย เริ่มหันมาเป็นแบบ Omnichannel อย่างที่เราพยายามตามเทรนด์กันมาตลอด วันนี้คนเริ่มปรับตัวเข้า E-commerce มากกว่าหน้าร้าน สั่งซื้อของบนออนไลน์บ่อยกว่าหน้าร้านด้วยค่ะ

ต้องบอกว่าตัวแปรสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็คือเจ้าโรคระบาด COVID19 เนี่ยแหละ ที่เป็นตัวทำให้การสั่งซื้อของออนไลน์เปลี่ยนไปมาก จากที่ไม่เคยใช้ คนก็เริ่มหันมาใช้มากขึ้น จากที่ใช้บ้าง ก็หันมาใช้ถี่ขึ้น จนตอนนี้ที่บ้านเราเริ่มคลาย Lockdown แล้ว ยังมีหลายๆ คนที่ยังไม่หลุดจากการ Shopping ออนไลน์เลยละค่ะ

นั่นก็เป็นเหตุผลที่บางแบรนด์หันมาทำ Omni-channel อย่างจริงจังมากขึ้นในช่วงหลังโควิดแบบนี้ อย่างงาน Thailand Mobile Expo 2020 ที่เพิ่งจัดจบไปเมื่อต้นเดือนก.ค. ที่ผ่านมา ก็มีการ Collab กับแบรนด์ Marketplace ออนไลน์ชื่อดังอย่าง Shopee และ Lazada ในการจัดงานขาย Tech Gadget แบบ O2O2O หรือ Online to Offline to Online โดยให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่า จะมางานดูของแล้วไปซื้อที่ E-commerce หรือไม่อยากมาเดินกระจุกในงาน ก็สามารถสั่งซื้อออนไลน์แล้วมารับของในงานอย่างเดียว เพราะรอของมาส่งไม่ไหวก็ทำได้

ในส่วนของแบรนด์ Fashion เองก็เช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Massอย่าง H&M Pomelo หรือแบรนด์ Hi-end Luxury อย่าง Chloé หรือ Michael Kors ก็มีให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อจากออนไลน์แล้วมารับหรือส่งเปลี่ยนได้ที่หน้าร้านแล้วตั้งแต่ก่อนโควิดด้วยซ้ำ บางแบรนด์อย่าง Zegna ในประเทศจีนเนี่ย ก็มีการ Collab กับ Tmall ทำถึงขั้นสั่งแล้วส่งแบบ Door-to-door หรือหน้าบ้านเลยนะคะ เอาใจกันสุดๆ ตามพฤติกรรมผู้บริโภคเลยละค่ะ

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า แบรนด์ไหนที่มีการปรับตัวก่อน ก็ถือว่าถือไพ่เหนือกว่าไป แต่ถ้าแบรนด์ไหนยังยืนหยัดว่าจะไม่ทำเว็บไซต์ ไม่ทำ E-commerce ก็ต้องบอกว่าแอบเสี่ยงมากๆ อยู่เหมือนกันนะคะ ยิ่งในประเทศจีนและไทยเรา ที่คนหันมาซื้อผ่านออนไลน์ Live-streaming มั้ง แถมเหล่า Marketplace ก็ยังประโคมโปรอย่างเทศกาล 9.9 หรือ 11.11 กันระนาวแบบนี้ แบรนด์ไหนที่ยังไม่รุกออนไลน์หรือ e-commerce ก็อาจจะสายไปในอนาคตอันใกล้ค่ะ

โดย Research จากทีม Salesforces พบว่า แบรนด์ที่สามารถให้คนซื้อออนไลน์แล้วมารับหน้าร้าน (BOPIS – Buy Online, Pickup In Store) มี Revenue ที่โตกว่า 27% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2020 เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่ไม่มี Options ในรับหน้าร้านได้ค่ะ 

Gucci ทำ Video Consultant บน Website

นอกเหนือจากนั้น แบรนด์หรูอย่าง Gucci ก็มีการทำให้ Online Shopping มันดีมากยิ่งขึ้น ด้วยการทำ Personalised Video Consulting หรือการให้ลูกค้าสามารถพูดคุยปรึกษากับพนักงานได้แม้กำลังซื้ออยู่บนออนไลน์ ซึ่งไม่อยากโม้ก็ต้องโม้นะคะ ว่าไอเดีย Video Consulting แบบนี้ เพลินก็เคยแนะนำลูกค้าร้าน Retail ทั้งธุรกิจ Fashion และ IT Gadget ไปแล้ว เพราะมันก็เหมือนกับการทำ Live ขายของแหละ เพียงแต่เราได้ประยุกต์ใช้พนักงานหน้าร้านที่ต้องคอย นั่งตบยุงในช่วงไม่มีลูกค้าให้มีประโยชน์มากกว่าเท่านั้นเอง

แบรนด์ Rebecca Minkoff ใช้ 3D models หรือ Augmented Reality

แต่ถ้าไปเหนือไปกว่า Video Consulting ก็นี่เลยค่ะ Rebecca Minkoff แบรนด์แฟชั่นที่ใช้ 3D models หรือ Augmented Reality ในก่าวยขายของบนเว็บไซต์กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าสมจริง ตีเหล็กตอนร้อนๆ ได้เลยละค่ะ

คนจีนบอกจะเข้า Website และ E-commerce มากขึ้นหลังโควิด

ซึ่งก่อนหน้านี้ เพลินเคยเขียนเกี่ยวกับ Post-COVID19 ของประเทศจีนเอาไว้ ซึ่งหลังจาก Survey คนจีนจากทีม Vogue แล้ว เค้าพบว่าแพลตฟอร์มที่คนจีนจะหันมาเข้ามากสุดหลัง COVID19 ไม่ใช่หน้าร้านแล้วนะคะ แต่เป็น Brand Website และ Brand E-commerce ค่ะ

เพราะฉะนั้นวันนี้ ใครที่ยังคิดว่า Website กับ E-commerce นั้นยังไม่สำคัญ มุ่งเน้นแต่ Content และ Social Media เนี่ยต้องเริ่มหันมาสนใจกับช่องทางนี้บางแล้วแหละ เพราะถ้าปล่อยเว็บร้าง ไม่อัพเดทนานเข้า คนจะจำว่าเว็บเรารกร้างแบบนี้ จนขยาดไม่กล้าเข้าอีกในอนาคต แถมเรายังเสียโอกาสในการขายของด้วย ถ้าใครที่ยังไม่ได้ลงทุนทำ Brand E-commerce เอง ก็ลองเชื่อม Link จากเว็บเราไปที่ Marketplace ในไทยก็ได้นะคะ หรือเป็นการสร้างปุ่มสั่งซื้อ รับหน้าร้านไว้บนเว็บก็ได้ ลองดูนะคะ

Source: https://www.voguebusiness.com/technology/websites-stores-dynamic-is-shifting-omnichannel

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *