TikTok Small Gestures จุดเริ่มต้นก่อนนำเข้า e-Commerce

TikTok Small Gestures จุดเริ่มต้นก่อนนำเข้า e-Commerce

สาวก TikTok ที่คิดถึงเพื่อนช่วง Social Distancing หรือ Quarantine life สามารถส่งความคิดถึงหาเพื่อน หรือคนรู้ใจผ่านแอปได้แล้ว เพราะล่าสุดแอป TikTok ได้ออกมาประกาศถึงลูกเล่นใหม่ที่มีชื่อว่า TikTok Small Gestures โดยอนุญาตให้ Users ทุกคนสามารถส่ง Virtual Gifts จากเหล่าแบรนด์พาร์ทเนอร์ของติ๊กต่อกได้แบบฟรีๆ ซึ่งหากมองอีกแง่นึงก็คือ TikTok อาจกำลังทำ Testing กับการก้าวเข้าสู่ระบบ in-app e-Commerce แบบเต็มตัวในเร็วๆ นี้นั่นเองค่ะ

แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ Small Gestures กันก่อน เจ้าลูกเล่น Small Gestures นี้มันคือ Virtual Gifts ที่ไม่ใช่ของใช้แบบ Tangible หยิบจับได้ และมาจากหลากหลายแบรนด์พาร์ทเนอร์ด้วยค่ะ ตัวอย่างก็เช่น

  • Adobe Premiere Rush: ที่เป็นแอปตัดต่อวิดีโอแบบ All-in-one ก็จัด 90-day free subscription ให้เราสามารถส่งให้เพื่อนเอาไปตัดต่อคลิป TikTok ให้มันปังๆ ไปเลย 
  • Alo Moves: เป็นแบรนด์ที่ทำ on-demand โยคะและฟิตเนสค่ะ จัดไปแบบแจกฟรี 30 วันให้ออกกำลังกายได้เต็มที่ช่วงกักตัว
  • Fluent forever: ที่เป็นแอปสอนภาษาต่างชาติก็มอบสิทธิ์เรียนภาษาแบบ 60 วันฟรีๆ ไปเลย หลังกักตัวนี่ไม่พูดละนะคะภาษาไทย ต้องได้สักภาษาแหละ
  • NYX Makeup: อันนี้สาวๆ ต้องปลาบปลื้ม ถ้าเพื่อนไม่ส่งให้อาจจะไปเรียกร้องให้ส่งให้หน่อยด้วยตัวเอง เพราะ NYX แจกส่วนลด 5% ผ่าน Small Gestures ของ TikTok ค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็คือตัวอย่าง Virtual Gift ที่ติ๊กต่อกนำมาแจกแบบ Freemium ค่ะ โดยขั้นตอนการส่งของขวัญให้เพื่อนก็ง่ายมากๆ แค่เข้าไปที่หน้า Discover > เสร็จแล้วให้พิมพ์ค้นหาคำว่า Small gestures > แล้วกดแถบ Banner สีม่วง > หลังจากนั้นก็จะเห็นเป็นลิสต์ของแบรนด์พาร์ทเนอร์ทั้งหมด > เลือกแบรนด์ที่อยากส่งให้เพื่อน > ส่งเข้าผ่าน message ในแอป TikTok แค่นี้ง่ายๆ เลยค่ะ

อย่างที่บอกว่า Small Gestures อาจจะเป็นเหมือนสัญญานที่ทำให้เรารู้ถึง Next step ของติ๊กต่อก กับการทำ e-Commerce ในแอปอย่างเต็มตัวก็เป็นได้ เนื่องจากติ๊กต่อกเองก็คงทราบถึงบทเรียนจากเคส Study ของแอป Vine ที่เป็นแพลตฟอร์มเจ้าแรกๆ ที่ทำ 6 seconds video content โดยแอป Vine ได้เป็นตัวอย่างที่ดี ที่ทำให้เราเห็นว่า ถึงแม้แอปจะมียอด Active Users สูงถึง 200 ล้านคน แต่บริษัทกลับมีรายได้แบบน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับมูลค่าเม็ดเงินที่ถมลงไปเพื่อทำการตลาด ทำเอาแอป Vine ขาดทุนแบบไปไม่เป็น และสาเหตุหลักๆ ก็เพราะแอปวิดีโอสั้นๆ มักทำกำไรได้ค่อนข้างยากจากแบรนด์ในการลงโฆษณา ประกอบกับคนสามารถเลื่อนผ่านหรือ skip เนื้อหาโฆษณาได้อย่างง่ายดาย ไม่มีแบบ 15 seconds skip ด้วยซ้ำค่ะ ทำให้แอปขาดทุนหนัก ไม่มีเงินเข้า แถมไม่มีเงินจ่ายให้กับ Top Creators ด้วย ทำให้เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ Top Creators ของ Vine ก็ย้ายตัวเองไปสู่ Long-content platform แทน ไม่ว่าจะเป็น YouTube / Facebook หรือ Instagram เพื่อหารายได้จากแบรนด์ที่จะเข้ามาลงโฆษณาแทนค่ะ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนท้ายๆ ก่อนจะปิดตัว Vine ก็ได้พยายามเพิ่ม Feature ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถลง Long-form video และเพิ่มโฆษณาแบบ Pre-roll ขึ้นมาเพื่อหวังว่าจะทำเงินจากจุดนี้บ้าง แต่เพราะ Top Creators ย้ายไปแพลตฟอร์มอื่นแล้ว ทำให้แฟนๆ ของพวกเค้าย้ายค่ายตามไปด้วยนั่นเองค่ะ

และนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้ TikTok ต้องพยายามหาทางทำให้แอปได้กำไรเพิ่มขึ้นด้วยวิธีอื่นๆ ไม่เดินซ้ำทางเดียวกับ Vine ที่ทำพลาดไปก่อนหน้า ซึ่ง TikTok ก็มีตัวอย่างที่ต้องบอกว่าประสบความสำเร็จอย่างมากจากแอป Douyin จากจีน ที่มีการใช้งานแบบเดียวกับ Tiktok เป๊ะๆ เพียงแค่เป็นเวอร์ชั่นจีนค่ะ โดยสิ่งที่ Douyin ทำก็คือการรวม e-Commerce เข้ามาในแอปคลิปสั้นของตัวเองนั่นเอง

ซึ่งหลังจากที่ Douyin ได้รวม e-Commerce เข้าไปแล้วนั้น ทางแอปก็ได้เผยรายได้ที่ทำได้สูงถึง 122 ล้านดอลล่าห์ในปีที่ผ่านมาค่ะ โดยกำไรเกือบทั้งหมดที่ได้มานั้น แอปบอกเลยว่ามาจากช่องทาง e-Commerce ที่เพิ่มเข้ามาทั้งสิ้น และการที่ TikTok เปิดตัว Small Gestures ในวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมานั้น ก็ทำให้เราสัมผัสถึงกลิ่นอายบางอย่างเลยว่า TikTok เลือกที่จะเดินตามทางของ Douyin อย่างแน่นอน

ประกอบกับตอนนี้ TikTok ก็มีการเปิดให้คนสามารถเพิ่ม Link เข้าไปใน Bio ได้แล้ว รวมไปถึงมีการใช้ Function e-Commerce ที่ให้คนสามารถใส่ Link URLs ในคลิปได้ด้วยค่ะ

นอกเหนือจากนั้น เพื่อเป็นการรักษา Creators ที่มีไว้ TikTok ก็จัด Influencer Marketplace เพื่อให้เหล่า Creators และนักการตลาดได้เจอกันง่ายขึ้นตามความถนัดของ Creator นั้นๆ ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับ Creators และแบรนด์เองก็ได้ Media ไปทั้งคู่ด้วย เอาแล้ว… สงสัยเพลินต้องหันไปเล่น TikTok เต็มตัวละค่ะ เผื่อจะได้เป็นดาวติ๊กต่อกที่ทำรายได้กับเค้ามั้ง

ส่วนแอปติ๊กต่อกจะเป็นยังไงต่อในอนาคตนั้น เราทุกคนก็ต้องติดตามต่อไปด้วยกันนะคะ ไม่รู้ว่าเหล่า Creators จะสามารถรอเงินจากการสร้าง Content ผ่านแอปได้ไหม หรือว่าจะโยกไปที่แพลตฟอร์มอื่นๆ อย่าง YouTube แทน เพราะอย่าลืมนะคะว่า ตอนนี้ YouTube เองก็กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า Shorts ที่จะเป็นฟีเจอร์คลิปสั้นแบบ TikTok เลยเด๊ะๆ แหม.. ไม่รู้ว่า TikTok จะต้องใช้เวลาอีกนานไหมนะคะ กว่าจะทำทุกอย่างให้เสร็จสมบูรณ์ แต่ที่แน่ๆ เวลาไม่คอยใคร และคู่แข่งที่ต้นทุนแข็งแรงมากๆ อย่าง YouTube ก็คงไม่คอยใครเช่นกัน  ส่วนนักการตลาดอย่างพวกเราเองก็อย่าลืม Catch up ให้ทัน Audience ทันทุกความเปลี่ยนแปลงของแต่ละแพลตฟอร์มด้วยนะคะ

อ่านเรื่องเกี่ยวกับ TikTok หรือการตลาดบนสื่อ Social media อื่นๆ เพิ่ม

Source: https://www.socialmediatoday.com/news/tiktok-tests-ecommerce-potential-with-small-gestures-virtual-gift-giving/576769/

Praparat Wisetwongchai

A Marketing Strategy Consultant ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ #Fabfatkid | A Young Entreprenuer | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทาง | An Instagrammer @theplearn ที่ลงแต่ของกิน คาเฟ่ รูปสดใสและชานมไข่มุกค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *