LIVE ขายของ ยังไงในยุคที่คนแข่งกัน LIVE แบบนี้?

LIVE ขายของ ยังไงในยุคที่คนแข่งกัน LIVE แบบนี้?

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเวลานี้ Online และสื่อ Digital Media ทั้งหลายมาแรงแบบไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของทุกธุรกิจ โดย Tactics นึงที่หลายๆ คนทำบนออนไลน์ก็หนีไม่พ้นเรื่องของการ LIVE ขายของ ถึงแม้ว่าการไลฟ์จะมีมาก่อน COVID19 แต่ต้องบอกว่า เพราะ COVID19 เนี่ยแหละที่ทำให้การไลฟ์ เป็นลูกเล่นที่คนขายของเลือกใช้มากกว่าเดิมค่ะ

ช่วง COVID19 เพลินเคยเขียนถึงการไลฟ์ในประเทศจีนที่ทำเอายอดขายพุ่งระเบิดระเบ้อ หลายๆ แบรนด์ไม่ว่าใหญ่หรือเล็กก็ต่างพากันมาไลฟ์ขายของกันทั้งนั้น บางคนบอกว่า โควิดทำให้ของฟุ่มเฟื่อยยอดขายลง แต่ในอีกด้านที่ประเทศจีน กลุ่มคนรวยที่ยังมี Demand อยู่บ้านเฉยๆ ไม่รู้จะเอาเงินไปใช้ที่ไหน ก็เนี่ยแหละค่ะ นั่งสั่งซื้อของแบรนด์เนมอยู่บ้าน จนเป็นกระแสทำให้ Brand Hi-end ต่างๆ รีบตีตลาด Live ขายของที่เว็บจีนเพื่อดึงยอดขายในช่วงนั้น ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton หรืออื่นๆ ก็ตามที

สาเหตุหลักที่ทำให้การไลฟ์ขายของนั้นปังปุริเย่ขนาดนี้ก็คือ การที่คนนั้นสามารถมี Interaction กับคนขายได้โดยตรงเหมือนว่ามันเป็น Market แบบ On-ground เลย มีคำถามก็ Chat ถ้าสนใจแล้วก็ Click ซื้อ ง่ายๆ แค่นั้นค่ะ ข้อดีอีกอย่างของการไลฟ์ก็คือ เราใช้งบน้อยลง เราไม่ต้องจ้างดาราหรูๆ มาโปรโมต แต่เราใช้ Charisma บางอย่างเพื่อดึงคนเข้ามา หรือจะเป็นความ Creative เล็กๆ ที่ทำให้คนเลือกดูเรา ช็อปกับเรามากกว่าร้านอื่นๆ

ที่ประเทศจีน ต้องบอกว่ายอดขายจากการไลฟ์นั้นสูงมาก ขนาดที่ว่ายอดสูงสุดที่เคยทำได้คือ 449.5 ล้านดอลล่าร์ในวันเดียว หรือพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นคือหลักหมื่นล้านบาทบ้านเรา นอกจากนี้เว็บกลางอย่าง Taobao เองก็พบว่ามียอดขายสินค้าเพิ่มขึ้นสูงถึง 150% ทุกปีในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ถูก Support โดย Research ที่นึง ที่พบว่าประชาชนคนจีน 1 ส่วน 3 ที่เล่น Internet เนี่ยเคยซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ Broadcast เหล่านี้ไปแล้วค่ะ

พฤติกรรมที่มาแรงแซงทางโค้งแบบนี้ ทำให้หลายๆ แพลตฟอร์มทั่วโลกหันมาปรับตัวเพื่อรองรับการไลฟ์มากยิ่งขึ้น อย่าง Amazon ในต่างประเทศก็มาแล้วนะคะ กับฟีเจอร์ Live สดขายของ มีการใช้ดาราอย่าง Jessica Alba มาช่วยด้วย 

Facebook เองก็ลุยเหมือนกันค่ะ ในการพัฒนาระบบเพื่อรองรับการขายผ่านไลฟ์ อีกทั้งมุ่งเน้นถึงตัวแพลตฟอร์มของ ​Instagram ด้วยค่ะ นอกเหนือจากนี้หลายๆ แบรนด์ยังมีการพัฒนาช่องทางไลฟ์ของตัวเองเพิ่มขึ้น อย่างแบรนด์ Luxury ที่ชื่อว่า Moda Operandi เอง ก็มีการปรับปรุงเว็บไซต์ในรองรับการไลฟ์สดขายของไปในตัวเช่นกัน

ทั้งหมดนี้ยังเป็นแค่น้ำจิ้มที่เพลินจะบอกว่า การ LIVE ขายของ นั้นปังแค่ไหนในวันนี้ เมื่อมันมาแรงขนาดนี้ ผู้เล่นก็ต้องเยอะเป็นธรรมดา ทำให้สนามตลาดการ LIVE และขายบน Online เนี่ยแหละเป็น Red Ocean ใหม่สำหรับทุกธุรกิจไป เพราะต้องแข่งกันไลฟ์ แข่งกันแย่ง Attention และ Eyeball ของคนให้ได้ในแต่ละวัน

วันนี้เพลินก็เลยจะมาแชร์และสรุป Tips เล็กๆ จาก We Are Social ที่แนะนำวิธีการไลฟ์ขายของแล้วได้ผลดีจากประเทศจีน เผื่อให้พวกเราได้นำมาปรับใช้ตามที่สะดวกกันไปค่ะ

1. การเลือก Platform การไลฟ์ที่ใช่

นอกจากจะเลือก Platform ที่ตอบธุรกิจของตัวเองแล้ว บอกเลยว่าก่อนไลฟ์ก็ต้องคำนึกถึงฟีเจอร์ที่แพลตฟอร์มมีให้ด้วย เพราะบางทีแพลตฟอร์มตรงกลางก็มีฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่รองรับการไลฟ์ได้ดีกว่า อย่างบทความก่อนหน้าที่เพลินเคยเขียนให้กับบริการของ Feelgoods ที่ช่วยให้คนขายสามารถ LIVE ไปพร้อมๆ กับการตัดยอด ตัดสต็อกได้เลยไม่เสียเวลายุ่งยากค่ะ

2. จัด Budget ในการทำ Live

ข้อนี้หมายถึงในกรณีที่แบรนด์อยากจะทำฟีเจอร์ไลฟ์ในแพลตฟอร์มของตัวเองค่ะ ต้องจำไว้เสมอว่า จะลงทุนสร้างเว็บ สร้างแพลตฟอร์มอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องคำนึงถึง Budget ที่จะต้องใช้ในการโปรโมตเว็บให้คนเข้ามาดู Livestream เพิ่มด้วย โดยงบที่เหมาะแก่การโยกมาใช้งานในส่วนนี้มากที่สุดก็คือ งบจากสื่อ Offline หรือสื่อ Traditional media อื่นๆ ค่ะ

3. เลือกคนไลฟ์ที่ปังๆ

live video streaming by smartphone to sell hat and dress by female fashion blogger or Stylist popular influencer girl in studio. Opinion leader trend on her online blog channel. New normal of seller.

เวลาจะไลฟ์ขายของ บอกเลยว่าสิ่งนึงที่เราต้องพิจารณาหนักๆ คือการเลือกคนไลฟ์ เพราะไม่ใช่ว่าใครก็ได้จะไลฟ์ได้ดีเหมาะพิธีกรตามทีวีทั่วไป เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องลงทุนกับการเลือกตัวละครไลฟ์สด ไม่ดารา อินฟลู ก็ต้องเป็นคนธรรมดาที่มี Character หรือ Charisma บางอย่างที่คนจะติดได้ ถ้าคิดถึงใครไม่ออก อาจจะลองคิดถึงคนธรรมดาที่ตอนนี้ฟังไปแล้วเพราะไลฟ์สดอย่างลุงบังหรือพิมรี่พาย เป็นต้นค่ะ

4. อย่าลืมการใช้ Creativity 

การไลฟ์สดอาจจะเป็นเหมือนการด้นสด แต่จริงๆ แล้วการร่าง Script เอาไว้ก่อนล่วงหน้านั้นสำคัญมาก ซึ่งแบรนด์ส่วนใหญ่มักพลาดในจุดนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่คนไลฟ์หรือดาราที่มาไลฟ์ซะงั้น ว่าจะ Lead เนื้อหาไลฟ์สดไปทางไหน

ถ้าหากอินฟลูที่เราจ้างมา ไม่สะดวกใจหรือไม่คุ้นชินกับการพูดคนเดียวกับกล้อง ก็อาจจะต้องลองปรับมาเป็นการ Interview ดู เพื่อให้ดาราสามารถพูได้ไหลลื่นมากยิ่งขึ้นค่ะ เวลาที่ไลฟ์ก็จะอยู่ที่ประมาณ 25-30 นาที นานกว่านี้อาจจะเหนื่อยทั้งคนไลฟ์ทั้งคนดูด้วย แถมในระยะเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงแบบนี้ คนที่พลาดไปก็อยากจะกลับมาดู Rerun อีก พอเราเห็นว่าคลิปนานเป็นชั่วโมง ยางทีก็ขี้เกียจดูแล้วจริงไหมคะ

5. เลือกสินค้าที่จะไลฟ์ให้ดี

Young Asia friendly girl live video blog (vlogger) and sales shoes in online e-commerce shopping at shop.

ลองคำนึงถึงคนดูค่ะ เวลาดูไลฟ์ผ่านหน้าจอมือถือเล็กๆ แปลว่าความน่าสนใจของสินค้าที่เรานำเสนอนั้นจะลดลง เพราะฉะนั้นเราควรเลือกสินค้าที่จะไลฟ์เอาไว้ด้วย เช่น สินค้าที่สีสันสดใส สีชัด แซ่บๆ ออกมา แบบที่ว่าดูผ่านหน้าจอเล็กก็ยังอยากได้ น่าสนใจ ดูมีอะไรๆ ให้อยากเข้าไปค้นหาต่อในเว็บของเรา เป็นต้น

เวลา Live ก็อย่าพูดถึงแต่สินค้าชิ้นเดียวนานเกินไป กะเวลาไลฟ์ให้ดี ให้มันไหลลื่นเป็น Flow เดียว เช่น ขายลิปสติกเสร็จ อย่าโดดไปขายแป้งเลย แต่อาจจะขายด้วยอะไรที่เชื่อมโยงกับลิปสติกได้อีก เช่น รองพื้นลิป หรือดินสอเขียนริมฝีปาก แค่นี้ก็จะทำให้เราสามารถเพิ่ม Basket size ได้ เผื่อว่าคนที่สนใจลิปแล้ว อาจจะอยากได้รองพื้มเพิ่มด้วยค่ะ

6. Live ทีนึงใช้ได้ยาวๆ

อย่าลืมว่าการ Live ก็คือการสร้าง Content ยาวๆ อันนึง เพราะฉะนั้น อย่าลืมเขียน Script ที่สามารถเอา Live ตัวนี้มาใช้ประโยชน์ได้อีกในอนาคต เช่น เป็นวิดิโอที่ฝั่งในเว็บได้เลย หรือวิดิโอที่คนจะเข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับสินค้าได้อีก ไม่ว่าจะนานแค่ไหนนั่นเองค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็คือ 6 ข้อว่าเราจะช่วงชิง Eyeball ของคนดูยังไงให้มาที่ช่องของเรา ในขณะที่คู่แข่งทั้งในธุรกิจเดียวกันหรือต่างธุรกิก็ไลฟ์กันอยู่ อย่าลืมว่า ข้อเด่นของการ LIVE ขายของ คือการใช้ Creative Driven ไม่ใช่แค่การขายของเพียวๆ เพราะฉะนั้นคุยเล่นได้ ใส่ความน่ารัก Trim Clip อะไรก็ได้ค่ะ ลองดูนะคะ 

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *