Tips ในการทำ Stories Ads จาก Facebook

Tips ในการทำ Stories Ads จาก Facebook

ชั่วโมงนี้ ใครไม่เล่น Stories นี่สิแปลกจริงไหมคะ ล่าสุด Facebookเค้าก็เลยจัด Tips ในการทำ Stories Ads และ Video Ads มาให้ บอกเลยว่า ยิ่งแบรนด์ไหนที่มีกลุ่ม Target Gen Z ชอบใช้ Instagram หรือว่าชอบดู Video เป็นหลักเนี่ย ห้ามพลาดเลยค่ะ

Key highlights:

  • Stories ที่มีเสียง ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
  • การใช้ Stickers ใน Stories ภาพนิ่งไม่ค่อย effective เท่าที่ควร
  • Stories ที่ถ่ายจากมือถือง่ายๆ เข้าถึงและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าถ่ายสวยๆ จากสตูดิโออีก

ซึ่งแน่นอนว่า ก่อนจะเข้าไปสู่ Tips ต่างๆ คงหนีไม่พ้น เคล็ดลับที่ไม่ลับกับการตั้ง Objective ของการยิง Ads ของว่าต้องการอะไรกันแน่ เพราะ Facebook จะกวาดคนกลุ่มนั้นมาให้คุณค่ะ หากว่า Objectives ของเราเคลียร์แล้ว ก็ไปต่อกันเลยกับ 7 Tips ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของชิ้นงานโฆษณาให้ปังขึ้นค่ะ

1. การเพิ่ม Motion เล็กน้อยให้กับแคมเปญนิ่งๆ จะได้ผลดีกว่า

Stories Ads

ถ้านักการตลาดท่าใดกำลังทำแคมเปญนิ่งๆ ซึ่งในที่นี้หมายถึง แคมเปญเรียบๆ ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก แล้วต้องการยิง Ads ผ่าน Stories ก็ให้ลองทำโฆษณาที่มีความเคลื่อนไหวนิดนึงดูค่ะ เพราะการสร้างวิดิโอเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ก็จะสามารถเพิ่ม Conversion Rate ได้เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเปรียบเทียบกับ Stories ที่เป็นภาพนิ่งไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอะไร

โดยนอกจากนั้น การเพิ่ม Motion เนี่ย ยังสามารถช่วยเพิ่ม Rateการ Respond ของผู้คนด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนขึ้นเพื่อ Link ไปเว็บหรือหน้าไอจี หรือ Call-to-action อื่นๆ ที่ตั้งเอาไว้ โดยตัวเลขที่น่าสนใจจาก Facebook บอกว่า ยิ่งเป็นปุ่ม Add to Cart เนี่ย มีอัตรา Performance ที่ดีกว่าภาพนิ่งอยู่ที่ 88% ค่ะ

2. การใช้เสียงใน Stories ช่วยเพิ่ม Performance ได้ดีกว่า

Stories Ads

แน่นอนว่า Stories นั้นสุดจะ Real time มีเวลา On-air แค่ 24 ชั่วโมงก็ลบละ คนเล่นไอจีก็เลยคาดหวังความ Real เหมือนๆ กับที่คนคาดหวังจาก TikTok ยังไงยังงั้นเลยค่ะ ดังนั้น Video ที่มีเสียง ไม่ว่าจะเป็นเพลงหรือการพูดทั่วไป Voice over เลยสามารถทำ Performance ที่ดีกว่าแบบไม่มีเสียงถึง 80% 

3. Branded Content Ads ที่มีบทพูดน้อยๆ ได้ผลดีกว่าบทพูดยาวๆ

Facebook แชร์ว่า Branded Content ที่เป็นวิดิโอเนี่ย จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าหากพูดบทสั้นๆ ประมาณซัก 10 คำ โห้! 10 คำเองเนอะ แค่ชื่อแบรนด์ก็หมดแล้วว่าไหมคะ? แต่พอเค้าเทียบวิดิโอมากมายที่ถูกสร้างขึ้นมาจาก Brand แล้วเอามาวัดเทียบกันสรุปว่า พูดสั้นๆ น้อยๆ เนี่ยแหละได้ผลดีกว่าค่าเฉลี่ยไปมาก ซึ่งวิดิโอที่ทำ Performance ได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก็คือกลุ่มวิดิโอที่มีบทพูดยาวถึง115 คำขึ้นไปค่ะ

4. Branded Content ที่มีการดีไซน์เพื่อให้คนดูแต่ภาพได้ ไม่ต้องเปิดเสียงดีกว่า

ในวันนี้ บางทีวิดิโอที่เราดูก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปิดเสียงเนาะ เวลาเราดูบทรถไฟฟ้า หรือกำลังแอบดูตอนนั่งในห้องประชุม เปิดขึ้นมา ก็แค่ดูภาพเคลื่อนไหว ถ้าเห็นว่าน่าสนใจ ต้องดูเปิดเสียง ถึงจะเปิดออกมาดังๆ ซึ่ง Facebook เค้าก็บอกเลยค่ะว่า Branded Content ที่มีการ Design เอาไว้เพื่อให้คนดูแบบไม่ต้องเปิดเสียงได้นั้น จะถูกเรทว่า Relevance กว่า 48% มีความสนใจในแบรนด์สูงกว่า 38% และมีแนวโน้มที่จะซื้อสูงกว่า 42% ค่ะ

5. Stories Ads ที่เป็นภาพนิ่ง อย่าใส่ Sticker ใดๆ จะดีกว่า

จากการสำรวจพบว่า Stories ที่เป็นภาพนิ่งแล้วแปะ Stickers ลงไป กลับได้ผลลัพธ์ที่แย่กว่า Stories ภาพนิ่งที่ไม่ใส่ถึง 87% อันนี้เพลินบอกตรงๆ ว่าช้อกเหมือนกันค่ะ เพราะตัวเองเป็นคนชอบใส่ Stickers มากๆ ยิ่งอันไหนที่เป็น Ads โล้นๆ เนี่ย ยิ่งอยากจะใส่เลย รู้งี้ต้องเลิกค่ะ!

6. แต่โฆษณา Stories ที่เป็นวิดิโอ ใส่ Stickers จะดีกว่า

Stories Ads

บอกได้คำเดียวว่า เป็น Insight ที่น่าสนใจมากๆ เราจะได้ไม่ต้องใช้ Stickers พร่ำเพรื่อเนอะ อย่างที่บอกไปในข้อ 5 ว่าภาพนิ่งอย่าใส่ แต่อันนี้ Facebook เค้าบอกว่า ถ้าเป็น Video ให้ใส่ Stickers ในการ Highlight Key message หลักของ Stories หรือเพื่อดึง Attention ให้คนอ่านประโยค หรือมองในสิ่งที่ควรเห็นใน Video Ads นั้นๆ ค่ะ

7. Stories ที่ถ่ายจากมือถือง่ายๆ เข้าถึงและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าถ่ายสวยๆ จากสตูดิโออีก

Stories Ads

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ ว่า Stories ที่ถ่ายแบบเนี๊ยบๆ เนี่ยกลับได้ Performance น้อยกว่าการถ่ายแบบเรียลๆ เสียอีก เพราะคนชอบอะไรที่จริงใจ เข้าถึงได้ ไม่ดูไกลตัวมากเกินไปนั้นเองค่ะ ครั้งหน้าหากคิดจะทำ Stories อย่าลืมลองใช้มือถือถ่ายเองดูนะคะ

เป็นไงคะ 7 Tips การทำ Stories และ Video Branded Content ที่แชร์มาจาก Facebook เองโดยตรง ครั้งหน้า อย่าลืมปรับใช้ดูนะคะ สารภาพว่า หลายๆ ข้อก็ใหม่มากๆ เพลินเองยังว้าวเลยค่ะ แบรนด์ไหนที่มี Target ใช้ Stories เป็นไข่ปลา อย่าลืม Content รูปแบบนี้น้า

อ่านบทความเกี่ยวกับ IG Stories เพิ่มอีก >>> Click here

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *