เทคนิคเพิ่มยอดขายใน Instagram ตาม Sales Funnel

เทคนิคเพิ่มยอดขายใน Instagram ตาม Sales Funnel

วันก่อนเพลินไปเจอบทความนึงอธิบาย เทคนิคเพิ่มยอดขายใน Instagram ตาม Sales Funnel มา พออ่านดูแล้วรู้เลยว่ามีประโยชน์มาก เลยหยิบเรื่องนี้มาสรุปให้ฟังกันในวันนี้ค่ะ เพราะเพลินเชื่อว่าแพลตฟอร์มอย่าง Instagram ในวันนี้ เป็นเครื่องมือที่ไม่ว่าจะแบรนด์หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือนักธุรกิจ SMEs ต้องมีกัน แต่บางรายกลับใช้ Instagram ได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่อีกส่วนนึงยังใช้แค่ลงรูป ขายของทั่วไปอยู่เลย วันนี้ไปดูกันค่ะ ว่าเราจะให้ไอจีให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง

ก่อนอื่นต้องบอกว่าการสร้าง Sales Funnel นั้นเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างใช้เวลา หลายครั้งคนที่ยึดหลักการยิง Ads เพื่อดึงยอดขายอย่างเดียวอาจจะหงุดหงิด แล้วรู้สึกว่าทำไมจะต้องมานั่งสร้าง Funnel ในเมื่อการที่เราไปจ้างคนที่มีฐานลูกค้า หรือฐาน Followers อยู่แล้วโปรโมตให้เป็นอะไรที่ง่ายและรวดเร็วกว่าตั้งเยอะ ต้องบอกแบบนี้ค่ะว่า การที่เราสร้าง Sales Funnel ของตัวเองได้ มันแปลว่าเราได้สร้างฐานลูกค้าของตัวเองแล้ว ดังนั้นผลลัพธ์จากการลงทุนและอดใจรอสร้าง Funnel จะส่งผลดีในระยะยาวมากกว่า โดยไม่ต้องมานั่งเรียกคนดัง เสียเงินให้คนนู้น คนนี้ ช่วยลงโปรโมตสินค้าให้บ่อยๆ

ดังนั้นก่อนที่เราจะไปดูว่า เราจะเพิ่มยอดการขายในทุกๆ Level ของ Funnel ยังไง เรามา Recap สั้นๆ สำหรับลำดับ Sales Funnel กันก่อน ซึ่งลำดับชั้นมีทั้งหมด 3 ขั้นด้วยกัน ไล่ลงมาตั้งแต่ลูกค้ารู้จักแบรนด์คุณ ยาวไปจนถึงลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าค่ะ

Sales funnel
  • Top Funnel: หรือชั้นบนสุดคือ Stage ของ Awareness หรือการที่ลูกค้ารู้จักแบรนด์เราใหม่ๆ
  • Mid Funnel: หรือชั้นกลาง ก็คือชั้นที่ลูกค้าไม่ได้แค่รู้จักแล้ว แต่ขยับจากรู้จักเฉยๆ มาเริ่มสนใจในสินค้าหรือบริการของเราเพิ่มขึ้น อยากรู้ว่าสินค้าหรือบริการของเรามีอะไร เป็นยังไงกันแน่
  • Bottom Funnel: หรือชั้นล่างสุด ก็คือขั้นตอนสุดท้ายที่ลูกค้าสนใจแล้วตัดสินใจ Add สินค้าของเราลงตะกร้าหรือจ่ายเงินให้กับเราในที่สุดค่ะ

เมื่อเห็น Funnel ตรงกันทั้งหมด 3 ลำดับแบบนี้แล้ว เรามาไล่ดูกันต่อเลยค่ะว่า Instagram จะช่วยในการเพิ่มยอดขายของแต่ละลำดับชั้นอย่างไรได้บ้าง

1. Top Funnel: สร้าง Visual ที่มีความ Relate และเกี่ยวข้องกับลูกค้า

อย่างที่บอกว่า Top Funnel คือการสร้าง Awareness หรือเป็นเหมือน Introduction ของสินค้าเรากับลูกค้า ดังนั้นการสร้าง Communication ที่มี Relevancy หรือความเกี่ยวข้องโดนใจกับลูกค้านั้นเป็นอะไรที่จำเป็นมาก ซึ่งในส่วนนี้ก็เริ่มตั้งแต่การทำ Instagram Ads และ Instagram Stories ได้เลยค่ะ

หากคุณเริ่มจากการทำ Instagram Post ต้องบอกว่าควรมี IG Shopping เสริมเอาไว้เลย เพราะเมื่อลูกค้าเห็น Aware แล้ว หากเกิด Movement ขั้นสนใจ อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า เค้าจะคลิกที่รูปนั้นและขยับมาที่ Mid Funnel ทันที ดังนั้นการสร้าง Tag Shopping ติดไว้ที่สินค้าถือว่าเป็นอะไรที่จำเป็นมากค่ะ

นอกจากนั้นก็คือการใช้ IG Stories ให้เป็นประโยชน์ เพราะไอจี สตอรี่มี Feature การ Swipe Up ที่ให้คุณสามารถผูกกับ URL เว็บลิ้งค์ได้เลย ซึ่งในส่วนนี้ก็เป็นการเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์ของคุณด้วย แล้วการที่คนเข้ามาบนเว็บเมื่อไร เท่ากับว่าคุณสามารถเก็บ Cookies หรือ Pixels เพื่อนำไป Retargeting ต่อได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม Limitation ของการทำ Swipe up link คือ บัญชีไอจีของคุณจำเป็นต้องมี 10,000 Followers ขึ้นไป อีกทั้งยังจำเป็นต้อง Verified Account ก่อนด้วยค่ะ

แต่อย่างที่บอกว่า ไม่ว่าคุณจะใช้ IG post หรือ IG Stories ก็ตาม สิ่งนึงที่ต้องจำให้ขึ้นใจเลยคือ การเข้าหาลูกค้าด้วยอะไรที่มีความเกี่ยวข้อง น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นภาพ คลิปวีดิโอ หรืออะไรก็แล้วแต่ ควรใส่ Creativity เข้าไปให้คนอยากหยุดดูแล้วเริ่มหาข้อมูลต่อ ก็จะเป็นการ Draw คนเข้าสู่ Funnel ที่ 2 นั่นก็คือ Mid Funnel ค่ะ

2. Mid Funnel: สร้าง Social Proof 

เมื่อลูกค้าเดินเข้ามาถึงช่วงที่ 2 ของ Funnel นั่นแปลว่าลูกค้ามีเปอร์เซ็นต์ 50:50 แล้วค่ะว่าจะไปต่อหรือกดออก ดังนั้นตรงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งช่วงสำคัญที่เราต้องให้ความสำคัญมากๆ เพื่อจะเกี่ยวลูกค้าให้อยู่หมัด สิ่งนึงที่จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้นคือการสร้าง Social Proof ขึ้นมาว่ามีคนใช้งานสินค้าหรือบริการของเราจริงๆ และนี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำไมหลายแบรนด์ถึงมีการใช้ Influencer ให้ช่วยรีวิว ลงรูปให้หน่อยนั่นเองค่ะ

แต่สิ่งนึงที่แบรนด์ชอบทำพลาดไปก็คือ การที่แบรนด์ให้ Influencer ที่จ้างไปลงรูปปุ๊ปแล้วก็เอารูปนั้นมา Repost บนช่องทางของตัวเองทันที สิ่งนึงที่แบรนด์และนักการตลาดควรกลับไปแก้ไขคือการสร้างสถานการณ์ให้ดู Real ขึ้น เหมือนว่าเราไม่ได้จ้างเค้านะ เค้าใช้จริงและเราขอรูปเค้ามาใช้เท่านั้น เทคนิคง่ายมากคือ การเข้าไปขอ Featuring รูปของลูกค้าว่าของเอามาแชร์บน Account ของเราได้หรือไม่? ทั้งนี้นอกจากจะได้ความ Real-life แล้ว ยังได้ขอ Permission สำหรับลูกค้าที่เราไม่ได้จ้างจริงๆ ด้วยค่ะ

3. Bottom Funnel: เริ่ม Retargeting ผ่านไอจีได้เลย

หลังจากที่ลูกค้าสนใจสินค้าของเราแล้ว และอาจจะมีการกดออกจากเว็บไซต์หรือว่าทิ้ง Cart เอาไว้โดยที่ยังไม่ได้ Checkout หรือจ่ายเงินสักที ตรงนี้แหละที่ Retargeting จะเข้ามาทำหน้าที่สำคัญค่ะ ซึ่ง Facebook และ Instagram สามารถทำได้อย่างที่บอกไป ซึ่งการเลือก Retargeting นั้นก็สามารถเลือกเฉพาะคนที่เข้ามาถึงหน้า Cart ได้ด้วยค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็คือ เทคนิคเพิ่มยอดขายใน Instagram ผ่านทุกๆ Sales Funnel ให้อยู่หมัดอย่าลืมว่า แคมเปญหรือโพสต์หนึ่งอย่าง ควรตั้ง Objective ให้ชัดตาม Funnel ที่ต้องการเพิ่ม ยิ่งเรากวาดลูกค้าใน Top Funnel ได้มากเท่าไร ลูกค้าใน Funnel ต่อๆ มา ก็จะมากตามขึ้นไปไล่ลำดับลงมา ใครที่ขายของผ่าน IG หรือทำการตลาดผ่านไอจีอยู่แล้ว อย่าลืมเอาข้อมูลในวันนี้ ไปปรับใช้กัน เพื่อยอดขายที่เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ 

Source: https://www.socialmediatoday.com/news/how-to-utilize-your-instagram-profile-at-every-stage-of-your-sales-funnel/596332/

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *