เคล็ดลับสร้าง Content Marketing จากทักษะ Creative Writing Strategies

เคล็ดลับสร้าง Content Marketing จากทักษะ Creative Writing Strategies

รวบรวมเคล็ดลับสร้าง Content Marketing ให้น่าสนใจจากทักษะ Creative Writing Strategies

ช่วงปีมานี้นุ่นสังเกตเห็นว่าหลายบริษัทต้องการนักการตลาดที่สามารถทำ Content Marketing ได้มาร่วมทีมเพิ่ม แต่ใช่ว่าจะมีทฤษฎีที่ตายตัวสำหรับการตลาดยุคใหม่เสมอไปใช่ไหมคะ เราสามารถนำทักษะส่วนตัวในด้านการตลาด มาเสริมให้คอนเทนต์น่าสนใจสำหรับสินค้าได้เช่นกัน 

และอย่างที่ทราบกันดีว่าการตลาดที่มีประสิทธิภาพจะสามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้สำเร็จ  วันนี้นุ่นเลยมีเคล็ดลับจาก fabrikbrands.com ที่พูดถึงการใช้ทักษะ Creative Writing Strategies เพื่อคอนเทนต์การตลาดได้อย่างไรบ้าง มาแชร์ให้นักการตลาดไทยกันค่ะ ซึ่งในบ้านเราอาจจะเห็นอยู่หลัก ๆ ก็มีคอนเทนต์ตามกระแส มีม กราฟิก บทความ วิดีโอ ใด ๆ แล้ว แทบทุกคอนเทนต์จะแฝงกลยุทธ์การเขียนเอาไว้ไม่มากก็น้อยค่ะ ซึ่งทักษะการเขียนนอกจากจะเป็นประเด็นหลักในการสื่อสารได้แล้ว ยังส่งผลต่อ Impression และ Engagement มาก ๆ ด้วยค่ะ

นักการตลาดทราบไหมคะว่า มากกว่า 60% ผู้บริโภครู้สึกชอบแบรนด์ หรืออยากซื้อสินค้าหลังจากได้อ่านบล็อก หรือบทความจากแบรนด์บ่อย ๆ บางคนอาจจะไม่ได้เลิฟแบรนด์ในครั้งแรก แต่หลังจากได้ลองเสพผลงานเขียนที่มีกลยุทธ์แล้วก็รู้สึกอยากจะซื้อขึ้นมาง่าย ๆ ซะงั้น เรามาดูกันนะคะ ว่าจะมีเทคนิคอะไรบ้างที่น่านำมาปรับใช้ได้บ้าง

#1 ไม่ต้องใช้คำที่เป็นทางการเสมอไป

ถ้านักการตลาดลองเลื่อนไทม์ไลน์ซัก 1-2 ชั่วโมง เชื่อว่าจะต้องเจอคอนเทนต์การตลาดอย่างน้อย 2-3 โพสต์ และน่าจะเห็นบางแบรนด์ใช้คำสบาย ๆ หรือมุขตลกมาช่วยเรียก Engagement แน่นอน นี่แหละค่ะคือวิธีในการหยุดลูกค้าไม่ให้ไถผ่านคอนเทนต์เราไป และแวะอ่านได้นานกว่า

นอกโลกโซเชียลตอนนี้คงเครียดกันมามากแล้ว ทั้งงานทั้งบ้านเมือง ถ้าจะมาเจอคอนเทนต์ยาก ๆ ซีเรียส ตึงเครียดไปอีกคงไม่ทำให้รู้สึกอยากชอปปิงเท่าไหร่นะคะ อ้างอิงจากการใช้ความอารมณ์ขันหรือผ่อนคลาย มาช่วยดึง Mood ให้คอนเทนต์จะทำให้ลูกค้ารู้สึกมีความสุขและอินตามแบรนด์หรือบริการ สามารถดึงดูดความสนใจของคนที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเราในอนาคตได้มากขึ้นด้วยนะคะ 

#2 ลองวิธี Simple

ไม่ต้องยืดยาวหรือชักแม่น้ำทั้งห้า ให้ดูเข้าถึงยาก ลดความยาวลง ทำหัวข้อย่อย ๆ ให้อ่านง่ายขึ้น หรือใช้การทำ Bullet เพื่อสรุปเป็นประเด็นต่าง ๆ ให้ชัดเจนที่สุดดีกว่า

อีกอย่างคือปัจจุบันลูกค้าใช้สมาร์ทโฟนในชีวิตประจำวันในสัดส่วนที่มากกว่าอุปกรณ์อื่น ๆ บางคนพกเข้าห้องน้ำไปด้วยเลยก็มี เพราะฉtนั้นความ Simple จะช่วยให้บทความของเราดึงดูดคนอ่านได้ดีกว่าค่ะ ถ้าเป็นไปได้ 8 วินาทีแรกจะต้องดึงความสนใจให้อยู่หมัด ถ้าเกินนี้เราอาจหมดโอกาสที่จะทำให้คน ๆ นี้จะอ่านต่อไปแล้วค่ะ

ตัวอย่างที่นุ่นนำมาแชร์เป็น Content Marketing ที่ไม่ใช่บทความ แต่เป็นภาพกราฟิกที่มีตัวหนังสือเป็นใจความสำคัญ ถ้าคิดเป็นบรรทัดก็คงไม่เกิน 1-2 บรรทัด ใช้สัญลักษณ์และขนาดตัวหนังสือเพื่อเน้นใจความสำคัญ “กินเนื้อด้วยคริปโต” อ่านต่อไม่เกิน 2 วินาทีก็เข้าใจได้ว่าร้าน Best Beef สามารถใช้คริปโตจ่ายค่าอาหารได้ และ Engagement ที่ได้มีทั้งกระแสและลูกค้าที่สนใจจริง ๆ ยังไงแล้วเป็นการตลาดที่ปรับใช้ทันเทรนด์ทันสมัย ใช้พื้นที่ได้ดี โดยที่ไม่ต้องมีแคปชันยืดยาวเลยค่ะ

#3 เรียก Attention ให้อยู่หมัด

อย่างแรกที่เราจะเรียกความสนใจคงไม่พ้น หัวข้อ ชื่อบทความ พาดหัว ให้ได้ในจึ้งแรก อาจจะสรุปใจความสำคัญขึ้นเป็น Heading ใหญ่เลย หรือจะใช้คำถามในการดึงดูดให้อยากรู้ก็ได้ สิ่งนี้เป็นตัวตัดสินได้ทันทีเลยว่าคอนเทนต์ของจะคนคลิกหรือเลื่อนผ่าน แม้เนื้อหาข้างในจะดีขนาดไหน แต่ถ้าตั้งชื่อได้ไม่ปัง ก็คงน่าเสียดายสุด ๆ เลยค่ะ ลำดับรองลงมาคือเมื่อกลุ่มเป้าหมายเห็นคอนเทนต์เราแล้ว จะทำอย่างไรให้เขาอ่านต่อจนจบ ไม่เบื่อจนหนีไปซะก่อนดีล่ะ?

เพื่อให้นักการตลาดเข้าใจจุดนี้มากขึ้น สามารถกลับไปอ่านบทความ Copywriting – เขียน Copy ยังไงให้ได้ผลลัพธ์ดี?  ที่สรุปรวม 9 ข้อสำคัญไว้ครบถ้วน รวมทั้งวิธีการเขียน Content อย่างไรให้ถูกหลัก SEO ที่ต้องใส่ใจไม่แพ้กันนะคะ เอาใจหน้าบ้านแล้ว หลังบ้านอย่าทิ้งนะคะ

#4 Storytelling เป็นมุขการตลาดที่ไม่มีวันเก่า

หากนักการตลาดต้องการเพิ่มมูลค่าให้สินค้า เรามักจะเลือกใช้ Storytelling มาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการทำคอนเทนต์ ยิ่งเป็นสินค้าที่ถูกบรรยายให้ทรงคุณค่าจากแหล่งกำเนิดก็จะยิ่งมีราคา เทคนิคในการเล่าเรื่องก็มีหลากหลายให้เลือก เช่น มีองค์ประกอบ เริ่ม บรรยาย และสรุปให้จบใน 1 ตอน หรือเริ่มด้วยสรุป แล้วค่อย ๆ อธิบายเหตุผลขยายออกไป แม้กระทั่งการเล่าแบบแบ่งพาร์ท แล้วต่อมีพาร์ทต่อไปในอาทิตย์หน้า 

แต่จะทำยังไงไม่ให้ขัดกับข้อ #2 ล่ะ? ต้องบอกเลยว่าแต่ละคอนเทนต์ แต่ละแบรนด์มีกลยุทธ์ที่เหมาะสมต่างกัน นักการตลาดต้องลองเอาข้อที่เหมาะกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายไปใช้ดูนะคะ  

#5 มีแหล่งหรือข้อมูลอ้างอิง ประกอบสิ่งที่เขียน

นุ่นก็เป็นคนนึงที่ชอบเอ๊ะ! กับบางคอนเทนต์ที่แบรนด์นำเสนอออกมา ว่ามันเกินจริงไปหรือเปล่า หรือว่าข้อมูลอ้างอิงมาจากไหน มีสถิติอะไรมาซัพพอร์ตบ้าง เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้คอนเทนต์ดูน่าเชื่อถือมากกว่าเราพูดลอย ๆ เยอะเลยค่ะ 

เนื่องจากผู้บริโภคสมัยนี้ไม่ได้เชื่ออะไรง่ายเท่าเมื่อก่อนแล้วด้วย เพราะฉะนั้นถ้านักการตลาดนำสถิติการวิจัย อ้างอิงแหล่งที่เชื่อถือได้จะช่วยลดข้อสงสัย อีกทั้งเพิ่มความถูกต้องให้กับคอนเทนต์ได้ดี ยิ่งถ้าเป็นประโยชน์กับลูกค้าด้วยก็จะทำให้มีโอกาสได้ยอดแชร์เพิ่มขึ้นแน่นอน

ทั้งหมดคือ เคล็ดลับสร้าง Content Marketing จากทักษะ Creative Writing Strategies ที่นุ่นนำมาฝากในวันนี้ที่นักการตลาดสามารถใช้ได้ทันทีเลย นุ่นเชื่อจริง ๆ ว่าทักษะการเขียนแอบแฝงอยู่ในคอนเทนต์ทุกประเภท และเป็นทักษะหลักในการสร้างสรรค์บทความ บล็อก ข่าว Advertorial ในแวดวง Marketing แน่นอน นักการตลาดลองนำไปใช้ ได้ผลอย่างไรอย่าลืมมาแชร์กันนะคะ

หากนักการตลาดต้องการอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Content Marketing ได้ที่ลิงก์นี้เลยนะคะ 

Noon Inch

Noon Inch

Data Researcher ในเครือการตลาดวันละตอน ใช้ชีวิตอยู่กับ Social Listening Tools เกือบทุกวันมาร่วม 2 ปี ชอบทำงานและชอบใช้เงิน แล้วก็เป็น K-POP & Salmon Lover ^^

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *