Personal Branding – ทำยังไงให้คนซื้อเรา ขนาดตดยังหอม

Personal Branding – ทำยังไงให้คนซื้อเรา ขนาดตดยังหอม

Personal branding หรือการสร้างชื่อเสียงให้กับตัวบุคคลหรือว่าสร้างภาพลักษณ์ตัวตนให้กับตัวเอง แบรนด์ๆ นึงก็เป็นเหมือนการสร้างจุดแข็งค่ะ ถ้าใครคิดอะไรไม่ออก ให้ลองคิดถึงดารา ศิลปินต่างๆ ยิ่งเป็นนักร้องเกาหลี เดินไปไหน จับอะไร ทำอะไร คนก็แห่กันไปทำตาม อยากลองกันทั้งนั้น อย่างถ้าวันนี้เราพูดถึง Lisa BLACKPINK เราก็จะเห็นเป็นภาพนึง Character แบบนึงที่เรารู้ว่า Lisa นั้น represent ตัวตนของกลุ่มคนแบบไหน เป็นต้นค่ะ

ข้อดีของการทำ Personal Branding ก็คือ เราจะมี Negotiation Power หรืออำนาจต่อรองสูงกว่าเพื่อเรียกเงินได้สูงขึ้น หรือว่าการที่ไม่มีใครทดแทนเราได้ เพราะไม่มีใครเหมือนเรา ที่จะพูดหรือขายของได้แบบเราทำนั่นเองค่ะ ดังนั้นวันนี้เพลินก็เลยจะมาแชร์ 7 Tipsในการทำ Personal Branding ให้ชัดจากทีม Resume Now ใครที่มาสาย Influencer บทความนี้ก็อาจจะตรงหน่อย แต่บอกเลยว่าสายแบรนด์เองก็ห้ามพลาด เพราะการสร้าง Personal Branding ก็คล้ายกับการทำ Branding แหละค่ะ ถ้าคนซื้อที่แบรนด์เราแล้ว จะแพงแค่ไหน คนก็ซื้อ เหมือนเหตุผลที่ทำไมแบรนด์อย่าง Dyson ถึงสามารถขายที่หนีบผมในราคาหลักหมื่นได้ 

1. หาสิ่งที่เป็น Passion ของเรา

ทำไมต้องหาสิ่งที่เรามี Passion ด้วย? คำตอบก็คือ นอกจากเราจะต้องอยู่กับมันไปนานๆ แล้ว ยังเป็นเพราะการที่เราทำอะไรจาก Passion หรือความสนใจจริงๆ เราจะทำมันออกมาได้ดีแบบไม่น่าเชื่อว่าเราทำได้ จริงๆ ถ้าคิดไม่ออกว่าเราเก่งอะไร อาจจะลอง Explore จากคำพูดของคนอื่น ว่าโดยปกติแล้ว คนชมว่าเราเก่งอะไรบ้าง หรือคนสวนมาก อย่างเพื่อนหรือคนในครอบครัวมักมาปรึกษาอะไรกับเรา เพราะการที่คนอื่นมาปรึกษาเรา แล้วไม่เลือกคนอื่นเนี่ย แสดงว่าเค้าเชื่อว่า คุณพึ่งพาได้สำหรับสิ่งนั้นค่ะ เช่น ถ้าเพื่อนชอบมาถามว่า Makeup อันไหนดี เขียนคิ้วยังไงสวย? แสดงว่าคุณเป็นที่ยอมรับได้ด้านการแต่งหน้า หรือถ้าเพื่อนคิดถึงเพลงอะไรไม่ออก ต้องโทรมาหาเรา แสดงว่าเราเป็นที่จดจำในด้านตู้เพลงให้กับเพื่อนๆ นั่นเองค่ะ

2. เลือก Target Audience 

หลังจากที่รู้แล้วว่าตัวเองเก่งอะไร แล้วเราจะเอาดีด้านไหน ก็ลองเลือกกลุ่มเป้าหมายดูว่ากลุ่มแบบไหน ที่เหมาะกับความสามารถที่เรามี อย่างเพลินเองตอนแรกไม่ได้คิดจะเปิดเพจอะไรเลย แต่เล่น Instagram ไปเรื่อยๆ รู้สึกว่ามีคนมาถามว่าซื้อเสื้อผ้าจากที่ไหนบ่อย เพราะเพลินเป็นสาวอวบ ก็เลยตัดสินใจจับกลุ่มสาวอวบที่ไม่ถึงอ้วนมาก และไม่เน้นขาย Sexy แต่เป็นแบบ Everyday look มากกว่า สุดท้ายวันนี้ก็เปิดเพจและเล่นไอจีในแบบที่เป็นเราปกติค่ะ 

3. สร้าง Personality ของตัวเอง

จริงๆ ต้องบอกว่าการสร้าง Personality มันคือการที่เป็นตัวของเราให้ดังขึ้นและชัดเจนขึ้น อย่าพยายามเป็นแบบคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา เพราะมันจะทำให้เราเสียตัวตน และพอเราทำไปในระยะยาว เราจะไม่มีความสุขกับสิ่งที่เราทำอยู่ค่ะ พอเรามีตัวตนและ character ที่ชัดแล้ว ก็ให้มองหา Value หรือคุณค่า ว่าทำไมคนต้องติดตามเรามากกว่าที่อื่นๆ แล้วค่อยๆ ทำมันไปเรื่อยๆ จนเราเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น เช่น คุณพิมรี่พายหรือญาญ่า แบบนี้ก็จะเห็นถึงความต่างของ Character ที่ไม่เหมือนกัน ทำให้แบรนด์เองก็เลือกได้ตรงกลุ่มมากขึ้นด้วยค่ะ

4. สร้างเนื้อหาที่ตรงกัน

พอเรามี Personality ที่ชัดเจนแล้ว เราก็ต้องหมั่นทำเนื้อหาหรือ Content ที่ตรงกันกับทั้งเป้าหมายและกลุ่ม Audience ที่เราวางเอาไว้ด้วย เพราะถึงแม้เราจะตั้งกลุ่มลูกค้าเอาไว้ แต่เนื้อหาไม่ตรงตามความต้องการ แบบนี้คนจะติดตามเราทำไม จริงไหมคะ อย่างเพลินที่ทำเพจและไอจีสำหรับสาวอวบ เพลินก็มีการแนะนำแหล่งเสื้อผ้า การแต่งตัวแบบสาวอวบที่เข้ากันอยู่เสมอค่ะ

5.สร้างตัวตนในสื่อ social media

หลังจากทำไปสักพัก เราก็ต้องค่อยๆ สร้างจุดยืนของเราในสื่อ Social Media ค่ะ หลายๆ ครั้งเราจะเลือกทุกช่องทางไม่ได้ อย่างเพลินเองที่พยายามสร้างเพจ แต่สุดท้าย Followers กลับมาเพิ่มที่ Instagram เสียมากกว่า ทำให้จุด Focus ของเพลินมาอยู่ที่ Instagram แทน แล้วค่อยๆ เลี้ยงเพจให้แอคทีฟไปเรื่อยๆ แทนค่ะ พอเราทำไปได้สักพัก ก็อย่าลืม Monitor ชื่อเสียงของตัวเองด้วย อาจจะเริ่มจากการ Search Google ชื่อตัวเองดูบ้าง ว่าเห็นอะไรที่ขึ้นมา Top Search บ้างค่ะ

6. สร้าง connection ให้ตัวเอง

เพราะวันนี้ไม่มีอะไรที่เป็นสูตรสำเร็จ อะไรที่เคยฮิตวันนี้ อีกไม่กี่วันก็อาจจะหายไปแล้วก็ได้ พวกเครื่องไม้ เครื่องมือในฝั่ง Social Media เองก็เหมือนกัน ดังนั้นเราจึงต้องคอยปรับตัวอยู่ตลอด ทั้งนี้ก็เพื่อขอคำปรึกษา เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอด ทั้งเทคนิคและกลยุทธ์ใหม่ๆ รวมไปถึงการทำ monetization ใหม่ๆ เช่น สร้าง connection เพื่อโอกาสในการหารายได้ รีวิวหรืองานใหม่ๆ เข้ามาค่ะ

7. รู้จักขายตัวเองให้เป็น

ลองมองหาจุดขายของตัวเองมากกว่าหนึ่งอย่าง เพราะบางสิ่งที่เราเลือก มันเป็นสิ่งเดียวกันกับคนอื่นที่เค้าทำกันไปนานแล้ว หรือ Copy กันได้ง่ายๆ อย่างเพจแม่และเด็กก็เยอะแยะมากมาย แต่เพจ Little Monster เสนอแม่และเด็กที่พูดภาษาอังกฤษเป็นหลัก หรือถ้ายกตัวอย่างของตัวเพลินเอง เพจสาวอวบก็เริ่มผุดขึ้นมา แต่เพลินก็ลองคิดว่าอะไรที่เราจะต่างได้บ้าง จนเพลินเอาเรื่อง Consult ที่ทำในงานประจำมาผสมกับเพจตัวเอง ไม่ว่าจะเรื่องการแต่งตัว ไปจนถึงให้คำปรึกษาด้านอื่นๆ อย่างเรื่องผิวหรือแม้แต่สาวอวบที่ทำธุรกิจด้วยกัน ก็มีเข้ามาปรึกษาเรื่องการตลาดด้วยค่ะ

การสร้าง Personal Branding ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากจนเกินไป ใครทำได้ก็สามารถเป็น Influencer ที่พอคนพูดชื่อปุ๊ก ก็จะเห็น Character ได้รางๆ เลยว่าต้องเป็นแบบนี้ๆ เหมาะกับการใช้อะไร ขับรถยี่ห้อไหน หรือเดินห้างอะไรเป็นต้น สำคัญคือเราต้องคอย Evaluate ชื่อเสียงของตัวเองด้วย ว่ามันตรงกับที่เราตั้งใจหวังเอาไว้หรือเปล่า ลองปรับใช้กันดูนะคะ ทั้งในฝั่ง Influencer และฝั่ง Branding เองด้วย เพราะขนาดคุณตัน Ichitan ยังลุกขึ้นมาสร้าง Personal Branding ให้กับแบรนด์ของตัวเองเลย ลองดูค่ะ

อ่านเรื่องกลยุทธ์ในการทำ social media ต่อ: https://www.everydaymarketing.co/knowledge/7-strategy-social-media-marketing-2021/

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *