10 ร. ที่ธุรกิจและแบรนด์วันนี้รอไม่ได้

10 ร. ที่ธุรกิจและแบรนด์วันนี้รอไม่ได้

วันนี้..ไม่ง่าย…เป็นเวลากว่า 18 เดือนแล้วที่ Covid-19 เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิต เปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจ เปลี่ยนโลกของเรากระทั่งโลกใบเดิมกลายเป็นความฝันที่เริ่มเลือนลาง มีการคาดการณ์ว่าหากสถานการณ์นี้ยืดเยื้อยาวถึงสิ้นปี กว่า 80%ของธุรกิจขนาดกลาง-เล็กอาจต้องปิดตัวลง การนั่งรอให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม ก็คงไม่ต่างกับการนั่งกลั้นลมหายใจรอความฝันในอดีตให้หวนกลับคืนมา เราจะรอได้นานแค่ไหน.. และระหว่างรอ..เราจะหมดลมหายไปกันซะก่อนมั้ย?

วันนี้แบมมมีอีกหนึ่งบทความสร้างแรงบันดาลใจให้ธุรกิจในเวลาที่อะไรก็ไม่แน่นอนจากทีม Head100 มาฝากให้ได้ลองอ่านกัน แบมเชื่อว่านี่จะเป็นอีกบทความหนึ่งที่จะทำให้เราได้เห็นมุมมองที่น่าสนใจในการทำธุรกิจหลายๆ ด้าน นอกจากนี้อ่านจบแล้วน่าจะช่วยเติมไฟ และเติมกำลังใจให้กับผู้ประกอบการทุกคนได้ด้วยค่ะ

เลิกรอได้แล้ว! กับ 10ร. ที่ธุรกิจและแบรนด์ต้องลงมือทำเลยวันนี้.. รอไม่ได้

1.ร.รอด

Let purpose guide the way.. หาดาวเหนือให้เจอ แล้วเราจะรอด! หลายธุรกิจในช่วงนี้รู้สึกสับสน ว่าจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจอย่างไรเพื่อให้อยู่รอด หลายคนเริ่มท้อ เข้าขั้นกุมขมับ เพราะลองทำมาหลายอย่างแต่ไม่ได้ผลตามที่คาดหวังซึ่งการหาดาวเหนือถือเป็นคัมภีร์สำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ 

การหาดาวเหนือของธุรกิจเราให้เจอ คือการรู้เป้าหมายที่แท้จริง เข้าใจว่าจิตวิญญาณของธุรกิจของเรานั้นคืออะไร ถ้ากำหนดได้ถูกทิศ เราจะไม่มีวันหลงทาง ช่วยชี้นำทางให้ธุรกิจเราอยู่รอด และเติบโตไปต่อได้ 

ลองดูตัวอย่างใกล้ตัวเช่นธุรกิจร้านคาเฟ่ เมื่อผู้บริโภคออกจากบ้านน้อยลงหรือเจอการล็อกดาวน์ ถ้าดาวเหนือของธุรกิจคุณอยู่ที่การขายกาแฟ การมุ่งสู่กาแฟ on-line delivery น่าจะเป็นคำตอบที่ใช่ แต่ถ้าคนมาคาเฟ่เพื่อมาเล่นบอร์ดเกมส์ คุณควรจะขายเกมส์ออนไลน์ไม่ใช่กาแฟ หรือถ้าคุณเป็นร้าน Specialty Coffee คุณควรทำ live streaming เพื่อให้เห็น coffee blend เรื่องราวที่มาของเมล็ดกาแฟเป็นต้น เพราะจุดเด่นจะอยู่ที่ story-telling ซึ่งถ้าเป็นแค่เมนูกาแฟในแอปอาจไปไม่รอด 

ลองดู.. ถ้ามีดาวเหนือชัด หนทางรอดยังมีในคุณเสมอ

2.ร.เรียน …รู้สิ่งใหม่

การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด.. ประโยคนี้ใช่มากๆกับโลกยุคโควิด ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แค่เราหยุดเรียน หยุดรู้ ไม่ตามติดสถานการณ์ เผลอแค่แว๊บเดียว เราอาจไม่เหลือพื้นที่ยืนอีกแล้ว โรคใหม่ได้ตอกย้ำความสำคัญและสร้างบริบทการเรียนรู้ใหม่ให้กับพวกเราทั้งในเรื่องการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจ ขอฝาก 5 เรื่องที่วันนี้..ไม่เรียน..ไม่รู้..ไม่ได้!

  • Health prevention ทำอย่างไรที่จะดูแลผู้บริโภคแบบป้องกันไม่ใช่รักษา ชัดเจนว่า Hygiene product & services มาแรงแบบฉุดไม่อยู่ 
  • Home as hub ทุกคนเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิต ทำงานจากบ้านให้มีประสิทธิภาพ มี tools อะไรที่ช่วยทำให้ประสบการณ์ที่เปลี่ยนไปนั้นเหนือความคาดหมาย เช่น เครื่องมือที่ช่วยให้เราดูดีขี้นในจอ Zoom การออกกำลังกาย และความบันเทิงที่บ้านรูปแบบใหม่ๆ 
  • Hybrid is the new black การเชื่อมหรือ collab กับธุรกิจอื่นช่วยทำให้เรามี solution ที่ครบครันขึ้นเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีในเวลานี้
  • Hyper Everything – Hyper Connected ชีวิตขาดอินเตอร์เน็ตแล้วจะขาดใจ Hyper Convenience เมื่อผู้บริโภคถูก spoil ให้ทุกอย่างในชีวิตต้องสะดวกสุดๆ
  • Help others in need น้ำใจยามทุกข์ยากคือการก่อกำเนิดของความสัมพันธ์ที่ดี ถ้าแบรนด์เรายื่นมือโดยไม่หวังผล ในวันที่ลูกค้าเรามีกำลังซื้อเค้าจะไม่มีวันลืมเรา

การเรียนรู้เสมือนการสร้างกล้ามเนื้อ ยิ่งขยันสร้างเราจะยิ่งแข็งแรง อยากเชิญชวนให้ใช้กรอบความคิดแบบเติบโต growth mindset มีความสุขกับการเรียนรู้จากปัญหา มองความล้มเหลวเป็นเรื่องท้าทาย มีความมานะที่จะแก้ไขอุปสรรค ไม่ท้อถอย อยากเติบโตเรียนรู้ในทุกๆวัน มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ กล่าวได้ว่าคนที่มี Growth Mindset จะมีชุดความคิดที่ทำให้ก้าวหน้า และมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า

3.ร.รื้อ

อะไรที่เคยได้รับความนิยมมาแล้วในอดีตที่ผ่านมา อะไรที่เคยว่าชัวร์มากสำหรับเรา พอเจอโควิดเข้าแล้วก็เซกันไป นี่คือสัญญาณเตือนว่าควรรื้อซะ!

สมการความสำเร็จ winning formula ของเราไม่น่าจะเหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้ว ช่องทางการซื้อเปลี่ยน ทางเลือกมีมากขึ้น ยิ่งในโลกออนไลน์คือไม่มี limit ใครๆ ก็ลงเล่นได้ หมัดที่เราเคยชกเข้าไปแล้ว knock out ในอดีต วันนี้เราอาจล้มลงแทน 

ดังนั้นอย่ายึดติดกับแผนเดิม ต้องกล้ารื้อและเปลี่ยนถ้าเราเจอทางตัน รื้อเกมเดิมๆ สร้างกฎใหม่ๆ เกมใหม่ที่เราเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่ผู้ตาม แต่อย่าลืมว่าเกมที่ว่านี้ ทั้งเกมธุรกิจและเกมชีวิต ส่วนใหญ่เป็นเกมที่ต้องลงเล่นด้วยแนวความคิดแบบไม่มีจุดสิ้นสุด Play with Infinite Mindset เราต้องพร้อมเสมอที่จะรื้อกฎเติมๆ ถ้าสิ่งแวดล้อมเปลี่ยน เพื่อนร่วมเดินทางหรือคู่แข่งเปลี่ยน….จงรื้อเพื่อสร้างสิ่งที่ดีกว่าเดิมเสมอ   

4.ร.เริ่ม

Just Do it!.. มัวคิดแต่ไม่เริ่มซักที คงอยู่กับที่หรือถอยหลังหลายก้าวด้วยซ้ำ ถ้าเราจะมีความคิดแบบกล้าๆกลัวๆ อาจต้องยกความผิดนี้บางส่วนให้คนรอบข้างเรา (ถ้าทำให้เราสบายใจขึ้น :- ) เพราะถ้าคนรอบข้างชมเรามาตลอด จะทำให้เราไม่กล้าริเริ่มอะไรใหม่ๆ ไม่กล้าออกจาก comfort zone เพราะกลัวความผิดพลาด กลัวทำให้คนอื่นผิดหวัง แต่ที่เราไม่รู้คือการไม่ได้เริ่ม เราอาจกำลังเสียโอกาสครั้งสำคัญเลยก็ได้

ตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะลองอะไรใหม่ๆ มีหลายธุรกิจได้พลิกวิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาสโดยการริเริ่มทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน แล้วแจ้งเกิดได้แบบงดงาม หนึ่งตัวอย่างสร้างแรงบันดาลคือ Pied à Terre ร้านอาหารระดับมิชลินชื่อดังแห่งเมืองลอนดอน ที่เมื่อโควิดมาเยือนก็ต้องปิดประตูลงอย่างไม่มีกำหนด หลังจากที่มึนหมัดไปประมาณ 6 สัปดาห์ David Moore เจ้าของก็ตื่นขึ้นด้วยความคิดว่าเค้าต้องเริ่มอะไรซักอย่าง ด้วยความที่กระแส Vegan กำลังมาและถือเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของร้าน The Vegan Feast Menu จึงได้ถือกำเนิดขึ้น ส่งเมนูระดับมิชลินถึงบ้านในราคาที่จับต้องได้ การเริ่มครั้งนี้ ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและมีแผนการที่ขยายธุรกิจต่อเนื่องในระยะยาวแม้ร้านมิชลินของเค้าจะกลับมาเปิดได้แล้ว

5.ร.เร็ว

Fast or Sure? .. เราเคยเชื่อเสมอว่า slow but sure ปลอดภัยและเจ็บตัวน้อยสุด แต่ในยุคนี้ เนื่องจากไม่มีอะไรชัวร์ ไปเร็วย่อมได้เปรียบกว่า เพราะได้เรียนรู้ก่อน มีโอกาสได้ test-learn-run ถ้าผิดพลาดก็ปรับใหม่ ดีกว่านั่งรอจังหวะที่ชัวร์ 100% ซึ่งอาจไม่มีวันนั้น

จะวิ่งให้เร็วข้อมูลต้องแน่นและแม่น ควรเอาทั้ง big & small data มาใช้ให้เป็นประโยชน์ turn data into magic และควรมีตัวช่วย เช่นการนำ Technology เข้ามาปรับใช้กับธุรกิจทุกภาคส่วนให้มากขึ้นเร็วขึ้น

1. การวิเคราะห์ 

2. การพยากรณ์  

3. การทำงานอัตโนมัติ  

4. การจัดประเภท  

5. การให้คำแนะนำ 

ตัวอย่างเช่น Digital financial solution ในทุกวันนี้ การทำธุรกรรมทางการเงินเร็วขึ้นขั้นตอนน้อยลง ขอสินเชื่อหรืออยากลงทุน แค่คลิกก็ได้เรื่อง เข้าถึงคนในวงที่กว้างขึ้น เร็วขึ้น สะดวกขึ้น การสั่งอาหารหรือสั่งซื้อสินค้าก็แค่คลิก การอยู่บ้านไม่อดตายอีกแล้ว เผลอแว๊บเดียวอาจใช้เงินเกินโควตา เพราะกี่โมงก็ชอปปิงได้ ดังนั้นในยุคที่ทุกอย่างเร็วทันใจไปหมด เราต้องยิ่งมีสติ

6.ร.รอง

Good is the enemy of great.. ถ้าคิดว่าดีแล้ว เก่งแล้ว ก็ถือได้ว่าเรากำลังเดินถอยหลัง หากคิดแบบ ‘ผู้ท้าชิง’ หรือ ‘มวยรอง’ จะทำให้เราไม่หยุดพัฒนา ท้าทายวิถีปรกติ นิยามแนวคิดแบบผู้ท้าชิงจะมองทะลุผ่านท่ามาตรฐาน มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรมที่ลงเล่น 

โดยมีหลายแนวทางในการท้าทาย Norm เช่น ท้าทายโลกที่ไม่ยุติธรรม อย่างแบรนด์ Patagonia สนับสนุนการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยแบ่ง % ยอดขายให้กับกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงแสดงจุดยืนต่อต้านผู้ทำลายสิ่งแวดล้อมอยู่อย่างสม่ำเสมอ หรือแพรตฟอร์ม dating app Bumble ที่ออกมาท้าทายยักษ์ใหญ่อย่าง Tinder โดยการเปลี่ยนเกมส์การนัดเดท โดยเน้น user ผู้หญิงเป็นที่ตั้ง สร้าง app ที่เน้นการนัดเดทที่ปลอดภัย สร้างสรรค์ และให้พลังแก่ผู้หญิงในการ make first move ซึ่งตอบ insight ของกลุ่ม user ผู้หญิงอย่างดีเยี่ยม จนทำให้ Bumble ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด และต่อยอดไปสู่บริการใหม่ๆ ทั้งเรื่องการ networking การหาเพื่อนใหม่ หรือกระทั่งการหางาน คิดแบบมวยรอง..จะไม่มีวันเป็นรองใคร! 

7.ร. เรา

‘เรา’ คือแนวคิดแบบ we before me.. ถ้าจะรอดไปต่อข้างหน้า.. เราต้องรอดด้วยกัน.. เราต้องแข็งแรงปลอดโรคและธุรกิจต้องเข้มแข็งมั่นคง การเติมเต็มประสานพลังกัน จึงเป็นหนึ่งทางเลือกสำคัญในเวลานี้.. ขอแนะนำ Pandemic Partnership การจับมือกับของแบรนด์เพื่อฝ่าวิกฤต 

เมื่อแพลตฟอร์มท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Tripadvisor จับมือกับ Lysol แบรนด์น้ำยาทำความสะอาดฆ่าเชื้อยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ ร่วมกันฟื้นความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ โดยจัดทำแนวทางรักษาความปลอดภัยปลอดเชื้อพร้อมทั้งจัดทำชุดทำความสะอาดฆ่าเชื้อสุดเก๋เช่น Restroom Rescue และ Germ Buster ถึง 8ล้านชุดเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมและสร้างความเชื่อมั่นฟื้นชีพให้กับธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ 

เรา..ในที่นี้..ไม่ใช่เพียงแค่ทั้งสองพาร์ทเนอร์ที่นำเอาจุดแข็งมาประสานพลังกัน แต่ยังนึกถึง เรา..ที่เป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญที่รอพลังกระตุ้นเพื่อฟื้นตัวอีกด้วย.. แบบนี้.. ‘เรา’ ถึงจะไปต่อข้างหน้าด้วยกันได้ 

8.ร. รัก 

ไม่มีช่วงเวลาไหนที่ความรัก ความห่วงใยและความใส่ใจ จะมีคุณค่าและมีความหมายเท่าเวลานี้ และไม่..ต้องไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆหรือเพียงลมปาก.. แต่ต้องมาจากการกระทำที่สัมผัสได้ มีประโยชน์ และตอบโจทย์ painpoint สำคัญของผู้บริโภคที่เผชิญอยู่ โดยใช้จุดเด่นของธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณให้เป็นฮีโร่

อย่างเช่น AirBNB ที่แม้ว่าธุรกิจจะผ่านมรสุมครั้งใหญ่ หดตัวลงอย่างมาก แต่ยังคงเดินหน้า แสดงน้ำใจผ่านการเสนอที่พักให้กับบุคลากรแนวหน้าที่ต่อสู้กับโควิด หรือแพรตฟอร์มอีเวนท์ดังอย่าง Eventbrite ที่แม้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด แต่ได้ผันตัวเองมาเป็น vaccine appointment and notification assist ช่วยจัดการการนัดหมาย แจ้งเตือน และให้ข้อมูลการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในสหรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย น่ารักกันแบบนี้.. ได้ใจกันไปเต็มๆ เลย 

9.ร.รบ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราอยู่ในสภาวะสงคราม คนต้องใช่ แผนต้องโดน ระบบต้องพร้อม วงจรการวางแผน ลงมือ และ ปรับแผน จะต้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การมี battle checklist ในมือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เพื่อคอยเป็นไกด์ในการวิเคราะห์สถานการณ์ ขอฝากลิสต์ 3R ไว้ดังนี้ 
*Relevance ลูกค้ามี painpoint หรือ passion ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จุดขายหลักของแบรนด์ ประสบการณ์ที่มอบให้ ยังตอบโจทย์สภาพการณ์วันนี้หรือไม่ ต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไรให้ ‘ใช่’ กว่านี้หรือไม่ เป้าหมายคือพยายามรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมเพิ่มเติม brand fans ใหม่ๆ
*Rivalry วิเคราะห์คู่แข่งหรือทางเลือกทดแทนที่เข้ามาแทนที่ สินค้าและบริการของเราแตกต่างมากพอ หรือลอกเลียนแบบได้ง่ายหรือไม่
*Revenue Streams ช่องทางรายได้ยังคงที่หรือไม่ หรือควรมีการปรับ Model รายได้และขยายแหล่งที่มาของรายได้จากที่ใหม่ๆเพิ่มเติม 

10.ร.ร่ม 

คำกล่าวที่ว่าฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ.. ก็อาจจะจริง แต่อย่าลืมว่าฝนก็พร้อมจะกลับมาตกได้อีก พายุอาจโหมกระหน่ำได้ทุกเมื่อแบบไม่ทันตั้งตัว บทเรียนนี้เราได้จากโควิดกันมาเต็มๆ.. หนทางข้างหน้ายังเต็มไปด้วย The Great Unknown ความไม่แน่นอนที่ยิ่งใหญ่นี้ทำให้การเตรียมร่มเป็นเรื่องสำคัญมาก ร่มที่ดีต้องช่วยกันได้ 3 เรื่องหลักๆ


(1) กันการขาดสภาพคล่อง บริหาร cashflow แบบขั้นเทพ #ตัวเบาไว้ก่อนพ่อสอนไว้ 
(2) กันการถูกปิดก๊อก #พร้อมไปต่อแบบไม่สะดุด ถ้าเปิดร้านไม่ได้ ช่องทางออนไลน์ต้องพร้อมไปต่อทันที ถ้าไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต้องสร้างกลุ่มลูกค้าในประเทศรองรับไว้เลย ถ้ากลุ่มลูกค้าเดิมขาดกำลังการซื้อ ต้องปรับเปลี่ยนขยายกลุ่มลูกค้าใหม่รองรับให้ไว หรือปรับเปลี่ยนสินค้าและบริการให้ตรงความต้องการที่เปลี่ยนไป อย่ารอ!
(3) กันโควิด #ทุกคนต้องปลอดโรคปลอดภัย ให้คิดเลยว่าเราต้องปรับตัวยอมรับโควิดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การวางมาตรการเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยในระยะยาวจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง หากเราทำได้ โควิดจะไป.. อะไรจะมาแทน ธุรกิจและแบรนด์ของเราก็อยู่รอดปลอดภัย 

อ่านมาจนครบ 10 ข้อแล้วคงรีรอไม่ได้ ต้องรีบลุกขึ้นมาลุยกันสักตั้งแล้วล่ะค่ะ จริงไหม?

ถึงแม้ว่าหนทางข้างหน้าไม่ง่าย ขอให้ไม่ว่าจะเป็นนักการตลาดก็ดี เจ้าของธุรกิจก็ดีตั้งสติ ตั้งใจ และจับมือกันไป ยังไงเราต้องไปต่อด้วยกันได้ แล้วอย่าลืมเอา 10 ข้อที่ไม่ควรรอ ไปปรับใช้ในธุรกิจกันด้วยนะคะ

Bambinun*

Bambinun*

Content Creator แห่งการตลาดวันละตอน ที่หลงรักการเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือ พอๆ กับการกินของอร่อย และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเป็นทาสแมว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *