Heinz แก้จุดอ่อนเรื่องซอสไหลช้าด้วย แคมเปญปัญหารถติด

Heinz แก้จุดอ่อนเรื่องซอสไหลช้าด้วย แคมเปญปัญหารถติด

ใครที่เคยลิ้มรสซอสขวดแก้วของ Heinz ต้องเคยหงุดหงิดกับการเทและทุบขวดแก้วของมัน และเฝ้ารอว่าเมื่อไรซอสมะเขือเทศจะไหลออกมาเสียที บางคนถึงกับเผลอเขย่าขวดซะจนซอสกระเด็นไปทั่วแถมเจ็บมือสุดชีวิต จนเป็นปัญหาอันน่าเหนื่อยหน่ายใจ และถึงแม้ว่าแบรนด์ Heinz จะออกซอสบีบๆ มาแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่ชอบซอสขวดแก้ว แต่หนักใจกับการเทซะเหลือเกิน ล่าสุด Heinz เค้าเลยออก แคมเปญปัญหารถติด เพื่อแก้จุดอ่อนเรื่องซอสไหล่ช้าให้เป็นเรื่องที่คนยอมรับได้ดีขึ้นค่ะ

หลังจากที่คนไม่ได้ออกจากบ้านมานานเพราะวิกฤตโรคระบาดในปี 2020 ผลสำรวจเลยเจอว่าช่วง Summer ปี 2021 นี้นั้น 80% ของคนในประเทศ Canada ต่างก็วางแผนจะออกข้างนอกเที่ยวให้หนำใจ ซึ่งแน่นอนว่าการเที่ยวในครั้งนี้ยังเป็นการเที่ยวเชิง Domestics หรือภายในประเทศ ทำให้เมืองรถติดอย่าง Canada ต้องติดยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวช่วงวันหยุดแน่นอน และเมื่อมีรถติด ยังไงก็ต้องมีคนทรมานเพราะไม่ถึงที่หมายสักที ดังนั้นแบรนด์สนุกๆ อย่าง Heinz เลยจับมือกับแบรนด์สนุกๆ อีกรายอย่าง Burger King รวมไปถึงแบรนด์ Navigation App อย่าง Waze เพื่อสร้าง แคมเปญปัญหารถติด ร่วมกันค่ะ

Heinz กับ แคมเปญปัญหารถติด

ในช่วงระหว่างวันที่ 3 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2021 หรือช่วง Summer ที่ชาวแคนนาดาจะออกมาเที่ยว แบรนด์ไฮนซ์จะให้รางวัลกับคนที่ขยับรถช้าเยี่ยงซอสไฮนซ์ไหลออกจากขวดหรือที่ Speed 0.045 km/hr ค่ะ โดยคนที่ใช้แอป Waze เป็น Navigator นั้นจะได้รับ Traffic-activated Ads หรือโฆษณาของแคมเปญ แล้วแอป Waze จะเป็นตัววัดว่าคุณขยับรถได้ช้าตาม Speed ของซอสไฮนซ์จริงๆ หรือเปล่า ถ้าใครขยับได้ช้าตามซอสไฮนซ์จริงๆ ละก็ จะได้รับของปลอบใจช่วงรถติดเป็นชุด Combo จัดคู่ นั่นก็คือ Impossible Whopper จาก Burger King ที่เป็น Plant-based และซอสไฮนซ์ให้ทานคู่กันนั่นเองค่ะ

ความตั้งใจหลักของแบรนด์ Heinz ก็คือการเปลี่ยน Pain ของคนขับรถช่วงรถติดให้รู้สึกว่าการขยับได้ช้าๆ นั้นไม่ได้แย่ไปเสียทีเดียว ก็เหมือนกับซอสไฮนซ์ที่หลายคนยังไม่รู้ว่า มันไหลออกมาด้วย Speed 0.045 km/hr จริงๆ ทั้งนี้ก็เพื่อเปลี่ยนมุมมองของคนที่มองว่าการไหลช้าของซอสไฮนซ์มันทรมาน จนเป็นจุดอ่อนและภาพจำของสินค้าไปแล้วในวันนี้ ซึ่งคนที่สนใจอยากเข้าร่วมแคมเปญก็สามารถทำได้ผ่าน App Waze แล้วกด Redeem เพื่อแลกเบอร์เกอร์ฟรีได้ รวมถึงการแชร์ Moment ที่ @Heinz_CA สาขาประเทศ Canada นั่นเองค่ะ

ซึ่งเอาเข้าจริงต้องบอกว่า แคมเปญปัญหารถติด นี้ของไฮนซ์ไม่ใช่แคมเปญแรกที่ Heinz ใช้เพื่อปรับความรู้สึกของคนต่อการไหลอันแสนช้าของซอสมะเขือเทศขวดแก้ว แต่ยังมีอีกหนึ่งแคมเปญก่อนหน้าหรือ ‘Hold for Heinz’ ที่ Challenge คนให้รอเกมบน Website โหลดด้วยระยะเวลานานถึง 57 นาที ซึ่งหากเล่นเกมเสร็จก็เหมือนมีโอกาสเข้าร่วงชิงของรางวัลจากไฮนซ์ด้วย ซึ่งช่วงแคมเปญนี้ก็คือช่วงกุมภาพันธ์ที่โควิดระบาด ทำให้มีหลายคนสามารถอดทนรอเว็บมันโหลดได้ ทั้งนี้ถ้ารอเว็บโหลดได้ การรอซอสไหลออกจากขวดก็เป็นเรื่องง่าย จิ๊บๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะคะ

นอกจากนี้ ยังมีช่วงที่แบรนด์ไฮนซ์ จับมือกับ McDonalds ในการทำจิ๊กซอ 570 ชิ้น ที่เรียกได้ว่ากินเวลาอย่างมากในการต่อกว่าจะเสร็จ ซึ่ง Jigsaw นี่ก็ทำเป็นสีแดงของแบรนด์ไฮนซ์ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้คนไม่ว้าวุ่นจนเกินไปในช่วงโรคระบาดที่ผ่านมานั่นเองค่ะ

ทั้งหมดนี้คือไอเดียแก้สถานการณ์ของ Heinz และซอสขวดแก้วที่กว่าจะไหลออกมาก็แทบน้ำตาไหล เชื่อเลยว่าพอแคมเปญเหล่านี้ออกไป ต้องมีคนที่มองว่า ‘มันไหลช้าสมแคมเปญ’ จริงๆ ทำให้ความรู้สึกมันดีขึ้น ไม่ได้แย่จนกลายเป็น Pain point เหมือนเก่าแล้ว

ดังนั้นหากแบรนด์ไหนที่รู้จัก Consumer Voice และ Pain Point จากการใช้สินค้าตัวเองแล้วอยากปรับแก้ไขมันแต่มันแก้ไม่ได้ ก็อาจจะต้องศึกษาเคสเปลี่ยน Perception เปลี่ยนความรู้สึกเหล่านี้เพิ่ม ให้คนรับรู้ว่า ที่มันเป็นแบบนั้นก็เพราะเราใส่ใจหรือมันไม่ได้แย่อย่างที่รู้สึกนั่นเองค่ะ

อีกส่วนนึงที่น่าสนใจที่เพลินชอบมากๆ ก็คือการเล่นกับปัญหารถติดและแอป Navigation ของแคมเปญนี้ เพราะจริงๆ แล้วประเทศไทยเราเองก็เรียกได้ว่าขึ้นชื่อเรื่อง ‘รถติด’ ไม่แพ้ชาติใดในโลก แถมน่าจะแย่กว่าประเทศ Canada ด้วยซ้ำ หากแบรนด์ นักการตลาดหรือ Creative ท่านใดได้เห็นแคมเปญนี้อาจจะลองเอาไปปรับใช้ดูเพิ่ม ให้เข้ากับแบรนด์ของตัวเอง และพร้อมเปิดตัวแคมเปญหลังสถานการณ์ในไทยเราดีขึ้นค่ะ ลองดูนะคะ การ Collaboration กับแอป Navigator ต้องมีอะไรให้เล่นด้วยอีกเพียบแน่นอนค่ะ

Source: https://www.prnewswire.com/news-releases/heinz-will-reward-those-in-traffic-driving-at-speed-of-its-ketchup-0-045-kmh-301304569.html

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *