Visual Data – พาคนกลับมา เที่ยวในประเทศด้วยรถไฟ

Visual Data – พาคนกลับมา เที่ยวในประเทศด้วยรถไฟ

ในยุค Social Media บูมขนาดนี้ ใครๆ ก็อยากมีภาพลักษณ์สบายๆ เก๋ๆ ให้อวดคนอื่นเค้าบ้าง ซึ่งในข้อนี้บริษัทการรถไฟหรือ German Rail ของประเทศเยอรมันเค้ารู้ดีอยู่แล้วค่ะ เพราะเค้าเห็นตัวเลขที่บอกว่า 72% ของคนเยอรมันชอบเดินทางออกนอกประเทศมากกว่าในช่วงเทศกาลวันหยุด ทำให้บริการรถไฟ ที่เป็นเส้นทางการโดยสารในประเทศโล่งว่างในฤดูท่องเที่ยว สิ่งที่ German Rail ทำก็คือ ดึงให้คนเยอรมัน เที่ยวในประเทศด้วยบริการรถไฟ ผ่านการใช้ภาพ Visual Data นั่นเองค่ะ

Technique ที่เค้าใช้ เพลินต้องบอกว่าชอบมากๆ เพราะมันคือการผสม Tech กับ Visual Data เข้าด้วยกัน โดยการรถไฟของเยอรมันเนี่ยก็ได้ Collab กับ Getty Images แล้วใช้ Lookalike algorithm ในการเปรียบเทียบว่า ภาพสถานที่สวยๆ ในเยอรมันนั้น มีความคล้ายคลึงอะไรกับภาพสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในต่างประเทศบ้าง ที่สำคัญก็คือ เค้าคำนวณค่าโดยสารที่ต้องใช้ในการบินข้ามประเทศออกมา เพื่อแสดงในคนเยอรมันเห็นจะๆ ไปเลยว่ามันแพงกว่าแค่ไหน ถ้าแค่จะบินไปเก็บ IG Shot คล้ายๆ กันกับที่ประเทศตัวเองมีแล้วสามารถเดินทางในราคาถูกกว่ามากๆ ด้วยรถไฟค่ะ

Visual Data จาก German Rail
Visual Data จาก German Rail

สิ่งสำคัญของแคมเปญนี้ ต้องบอกว่า German Rail นั้นไม่ได้มองตัวเองฉายเดียว เหมือนไม่มีคู่แข่ง แต่เค้าคิดไปมากกว่านั้น ว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่คนต้องการคือ ภาพสวยๆ การเที่ยวดื่มด่ำในสถานที่สวยๆ ถ้าหัวไอเดียมันชัดแล้ว พอลง Execution ฏ้ชัดเข้าไปอีก เพราะสิ่งที่ต้องทำก็คือ การทำให้คนเห็นว่า German ประเทศตัวเองเนี่ยแหละที่มีแต่แหล่งท่องเที่ยวสวยๆ และสมควรอยู่ใน Holiday Option ของพวกเค้าในช่วงวันหยุดค่ะ

Visual Data จาก German Rail

ยังไม่พอ การใช้ Data ของเค้าไม่ใช่แค่ทำ Ads เปรียบเทียบภาพสถานที่ บอกราคาแล้วก็แล้วกัน เพราะเค้าต้อง Make sure ว่า Ads สถานที่เหล่านี้ มีคนค้นหาจริงๆ ใช่ไหม ไม่งั้นทำขึ้นมาก็เท่ากับว่าเสียเปล่าค่ะ เค้าก็เลยเลือกทำเฉพาะสถานที่หลักๆ ที่คนเยอรมันชอบหากันบนออนไลน์นั่นเอง ทั้งหมดนี้ก็คือการใช้ Facebook กับ Instagram และ Google Search Data เข้าช่วย เพราะเวลาคนจะไปเที่ยวไหน ก็มักจะมีการค้นหาข้อมูลสถานที่นั้นๆ อยู่แล้วก่อนออกเดินทาง จากนั้นเค้าก็จะจับ Geo-tagging กลับไปหาด้วย Video Ads ที่คำนวณราคาของตั๋วเครื่องบินจริงในวันนั้นให้ พร้อมเปรียบเทียบว่าสถานที่ที่จะไปนั้น จริงๆ มีหน้าตาคล้ายๆ กันในเยอรมัน แถมราคาเดินทางด้วย German Rail ก็แค่ไม่กี่สิบยูโรค่ะ

โดยสถานที่ต่างๆ ที่เค้านำมาเปรียบเทียบก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Tokyo Venice China หรือ Vancouver ค่ะ ทั้งหมดนี้ก็อยู่ภายใต้ #NoNeedToFly แคมเปญ ที่ยังไม่พอแค่เรื่องราคาเท่านั้น จากเทรนด์ที่คนเริ่มสนใจ และให้ความสำคัญกับภาวะโลกร้อนมากขึ้น German Rail ก็จัดไปอีกหนึ่งชุด ในการบอกว่า ถ้าคุณบินไปต่างประเทศ เครื่องบินลำที่คุณใช้บริการจะปล่อยแก๊ซ CO2 หรือ Carbon Dioxide เยอะขนาดไหน ถ้าเทียบกับรถไฟค่ะ

ซึ่งภายในระยะเวลาเพียง 13 วันของแคมเปญ มีโฆษณาที่ปรับราคา ปรับสถานที่ถูก Edit ทั้งหมด 750 รูปแบบด้วยกัน หลังจากจบใน Phase หนึ่งแล้ว German Rail ก็ต่อด้วยการใช้ Influencer Marketing ในการเดินทางด้วยรถไฟ ไปสถานที่ต่างๆ ของเยอรมัน พร้อมถ่ายรูปสวยๆ ที่คนเยอรมันอยากได้มาประดับ Instagram เหมือนเป็นการชักชวนให้รีบจองตั๋วรถไฟแล้วไปเที่ยวในประเทศกันนั่นเองค่ะ ซึ่งภาพของ Influencers ก็ต้องบอกว่า ไม่ใช่แค่ภาพถ่ายสวยๆ เท่านั้น แต่เป็นการเปรียบเทียบสถานที่ของเยอรมันกับต่างประเทศด้วย

ผลลัพธ์ก็คือ จากโพสต์ของ Influencer ชื่อว่า Takumi ได้รับ Engagement ไปมากกว่า 4 ล้าน Engagementค่ะ แถม #NoNeedToFly แคมเปญก็มี Conversion rate กว่า 6.61% และยอด Revenue เพิ่มขึ้น 24% เลยละค่ะ

จริงๆ ที่เพลินเลือกเรื่องนี้มาเขียนในตอนนี้ ไม่ใช่แค่การใช้ Tools หรือ Tech อะไรหวือหวาอย่างเดียวนะคะ แต่มันคือไอเดียเจ๋งๆ ที่คิดว่า มันจำเป็นมากๆ ในช่วงที่เรายังถูก Limit การเดินทางอยู่แต่ในประเทศค่ะ เพราะถ้าคนอยากไปเที่ยวมาก แล้วเอาแต่โพสต์รูปเก่าๆ บ่นว่าคิดถึงเนี่ย จริงๆ บริษัทท่องเที่ยวหรือการท่องเที่ยวไทย สามารถ Adapt ไอเดียตรงนี้ ในการดึงดูด Demand คนอยากเที่ยววันนี้ ให้ Spend ในไทยก่อนได้เลย ซึ่งเพลินคิดว่ามันต้องคุ้มค่ามากๆ เลยล่ะค่ะ 

อ่าน Travel Trend 2020 จาก Booking.com เพิ่ม

Source: https://clios.com/awards/winner/integrated-campaign/german-rail/no-need-to-fly-around-the-world-in-germany-64598

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *