Case Study NFT Marketing ยกระดับ Customer Experience ด้วย Digital Uniqueness

Case Study NFT Marketing ยกระดับ Customer Experience ด้วย Digital Uniqueness

NFT Marketing จะเข้ามาพลิกโฉมหน้าการทำ Digital Marketing ใหม่ วันนี้ผมเลยเอาบทความจาก Wunderman Thompson มาสรุปและเรียบเรียงให้เพื่อนๆ นักการตลาดในการตลาดวันละตอนได้ฟังกัน ว่าเจ้าเทคโนโลยี Non-fungible token หรือ NFT นี้จะเข้ามายกระดับ Customer Experience ด้วย Digital Uniqueness ได้อย่างไรครับ

NFT Art เมื่อ Collector สามารถ Connect กับ Creator ผ่าน Community

Photo: https://qz.com/2129867/the-founders-of-5-billion-bored-ape-yacht-club-werent-doxxed/

NFT ในช่วงแรกถูกใช้กับการเก็บรักษาความเป็นเจ้าของผลงานศิลปะที่เป็น Digital Arts เสียส่วนใหญ่ ก่อให้เกิด Collector หรือนักสะสมผลงาน NFT มากมาย ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิด Creator หน้าใหม่ๆ ขึ้นมาด้วยเช่นกัน

จากการสำรวจของ Wunderman Thompson พบว่าในปีที่ผ่านมาชาวอเมริกาวัย Millennials กว่า 40% รู้จัก NFT และก็มีแนวโน้มว่าจะเข้ามามีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ หรือแม้แต่อาจจะถือครองเป็นเจ้าของผลงาน NFT จากแบรนด์หรือครีเอเตอร์สักคน

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ 38% ของคนอเมริกาผู้ให้ข้อมูลบอกว่า NFT นั้นน่าลงทุนเป็นอย่างมาก แม้อีกหน่อยจะได้รับความนิยมน้อยลงกว่าวันนี้ก็ตาม และมีมากถึง 27% ที่บอกว่าพวกเขาเริ่มลงทุนไปกับ NFT เรียบร้อยแล้ว

จากรายงานของ Morning Consult บอกว่า 1 ใน 4 ของนักสะสมงานศิลปะเดิมหรือ Physical art ก็หันมาศึกษาหาข้อมูลรวมไปถึงเริ่มลงทุนกับการสะสมผลงาน NFT เรียบร้อยแล้ว

ทาง John Crain ผู้ก่อตั้งและยังเป็น CEO ของเว็บ NFT อย่าง SuperRare บอกว่าแรงจูงใจที่ทำให้คนลงทุนใน NFT เพราะมันสามารถทำให้ผู้ถือผลงานหรือ Collector สามารถติดต่อเชื่อมโยงกับ Creator ได้มากกว่าการสะสมผลงานศิลปะที่เป็น Physical หรือแม้กระทั่งได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Community กลุ่มคนที่ถือผลงานของ Creator คนนั้นร่วมกันครับ

และนั่นก็ทำให้วันนี้มีผู้คนมากมายเข้าไปลงทุนกับ NFT หรือผันตัวไปเป็น Creator ก็ตาม ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมกับ NFT มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็มีวิธีใหม่ๆ ที่เราจะใช้ NFT เพิ่มขึ้นไปพร้อมกัน เรียกได้ว่าเราเพิ่งอยู่ในยุคเริ่มต้นที่จะเรียนรู้และหาแนวทางให้กับเจ้าเทคโนโลยี Non-fungible token นี้ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เหมือนยุคแรกเริ่มอินเทอร์เน็ตอย่างไรอย่างนั้น

และนั่นก็ทำให้ทางแบรนด์ต่างๆ เริ่มหันมาเรียนรู้และทดลองที่จะเล่นกับ NFT มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะด้วยการโฆษณารูปแบบใหม่ที่ใช้ NFT เป็นโปรโมชั่นดึงดูด หรือแม้การสร้าง Digital Products ในรูปแบบ NFT ของแบรนด์ตัวเองให้มีความ Uniqueness จนใครๆ ก็อยากครอบครอง

และนี่คือสิ่งที่ NFT จะเข้ามาพลิกโฉมหน้าสินค้าทั่วไปที่มีความซ้ำซากจำเจให้มีความพิเศษไม่ซ้ำใคร เมื่อเราสามารถสร้างอะไรก็ได้บนดิจิทัล เราสามารถสร้างของหนึ่งล้านอย่างที่ไม่ซ้ำกัน ผิดกับการสร้างขวดน้ำล้านขวดให้มีความพิเศษแต่ละอัน ซึ่งบอกได้เลยว่ามีต้นทุนในการสร้างที่ต่างกันมหาศาลครับ

NFT Marketing การตลาดแบบ Digital Uniqueness

วิธีการคิดแคมเปญการตลาดหรือโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายอยากมาเป็นลูกค้าเราจะเปลี่ยนไปแบบ Disruption เมื่อแบรนด์ต่างๆ ต้องเริ่มคิดหาทางใช้ NFT เป็นตัวกลางในการเชื่อมตัวเองเข้ากับลูกค้า ด้วยการให้ในสิ่งที่ Physical ให้ไม่ได้ หรือให้ในสิ่งที่ทำให้ลูกค้าผู้ถือครองรู้สึกพิเศษจริงๆ ที่ถือ NFT ของแบรนด์คุณ

Stella Artois ได้ร่วมมือกับ ZED RUN ในการสร้าง Avatar เป็นม้าแข่งแบบต่างๆ ให้กลุ่มเป้าหมายและลูกค้าสามารถเข้ามาประมูลเก็บผลงาน NFT Collection นี้ไปใช้รับสิทธิพิเศษจากแบรนด์ในอนาคต หรือเอาม้าแข่ง NFT เหล่านี้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับแบรนด์ Stella Artois กับการแข่งขันม้าบน Metaverse ได้อีกด้วย

จะเห็นว่าจากเกมการเล่นเพื่อฆ่าเวลา จากการออนไลน์ตลอดเวลาช่วงล็อกดาวน์ ส่งผลให้เกิดการพยายามออนไลน์ให้มีความแตกต่างจากคนอื่น นี่คือการใช้เวลาออนไลน์ในรูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่แค่การออนไลน์เฉยๆ อีกต่อไป คำถามคือม้าของคุณชนะการแข่งขันม้าใน Metaverse หรือไม่? แล้วคุณมีม้าแข่ง NFT ของ Stella Artois เพื่อเอาไปอวดเพื่อนบนออนไลน์แล้วหรือยัง?

NFT Marketing กับการสร้าง Digital Uniqueness

สินค้าทั่วไปที่สามารถผลิตทำซ้ำได้ เดิมทีไม่มีสเน่ห์พอที่จะทำให้ใครอยากแก่งแย่งแข่งกันประมูลเพื่อเป็นเจ้าของ ครั้นจะให้ปรับปรุงไลน์การผลิตให้สามารถสร้างความพิเศษที่มีหนึ่งเดียวในโลกก็ไม่สามารถทำได้อีก เพราะมันก่อให้เกิดต้นทุนมหาศาล และไม่รู้ว่าจะคุ้มที่ลงทุนไปหรือไม่

แต่กับโลกของ NFT Marketing นั้นไม่ใช่ เพราะเมื่อเราสามารถสร้างอะไรบนดิจิทัลก็ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำมาก แต่เราก็สามารถทำให้มันเป็นแค่ของจำกัดชิ้น หรืออาจจะเอาให้มีแค่หนึ่งเดียวในโลกก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะด้วยเทคโนโลยี Blockchain เราสามารถสาวกลับไปยังต้นตอได้ว่าใครเป็นของสร้างของชิ้นนี้บนดิจิทัลขึ้นมา และของชิ้นนี้ถูกส่งต่อไปยังใครบ้าง นี่คือการรักษาคุณค่าของความมีหนึ่งเดียวที่เราครอบครองไว้

Photo: https://www.bitdials.eu/blogs/bitcoin-luxury-watches-cars-jewelry-gold/jacob-co-is-leading-the-way-for-luxury-nfts

แบรนด์นาฬิกาหรูอย่าง Jacob & Co เดิมทีจะผลิตนาฬิกาแต่ละรุ่นต้องผลิตด้วยจำนวนที่มากพอจะคุ้มต้นทุนการผลิต แต่วันนี้พวกเขาลองทำนาฬิกาบน NFT ที่มีหนึ่งเดียวในโลกแล้วเปิดให้คนที่สนใจเข้ามาประมูลแข่งกัน ซึ่งผลตอบรับที่ได้ก็ดีมหาศาล กับผลงาน 3D Animation ที่มีชื่อว่า Jacob & Co.’s Epic SF24

หรืออย่างบริษัทอาหาร General Mills ได้เปิดให้คนที่สนใจเข้ามาประมูลผลงาน Digital Artworks ที่เป็น NFT 10 ชิ้นไปครอบครอง ซึ่งทางแบรนด์ก็นิยามว่า NFT ของเค้านั้นย่อมาจาก New Frosting Tokens หรือเหรียญให้ความหวานรูปแบบใหม่

Photo: https://cryptoslate.com/popular-90s-snack-dunkaroos-are-back-as-ethereum-nfts/

โดยที่ประมูล NFT 10 ชิ้นนี้ได้ จะได้รับสิทธิพิเศษขั้นสุดจากแบรนด์ นั่นก็คือจะได้กิน Chocolate Dunkaroos รสชาติดั้งเดิมที่เคยวางขายในอดีตที่จะกลับเอามาขายใหม่อีกครั้ง และที่สำคัญกว่านั้นคือคนที่ถือครอง NFT Collection นี้จะได้ลิ้มรสลองชิมก่อนใคร

ช่างเป็นการเอา NFT มาสร้างความ Uniqueness ให้กับสินค้าที่ไม่ได้มีความ Uniqueness ด้วยดิจิทัลได้จริงๆ

NFT Moment กับการพลิกโฉมหน้าธุรกิจสื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

ความน่าสนใจอีกอย่างของการใช้ NFT ต่อยอดธุรกิจส่งท้ายในบทความนี้คือ สื่อโลกเก่าสามารถเอา NFT มาต่อยอดรายได้ใหม่ๆ จากการเอาช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของการทำข่าว มาขายในรูปแบบ Moment บน NFT ใครอยากถือครองช่วงเวลาสำคัญไหนของประวัติศาสตร์จากสำนักข่าวใด ก็สามารถเข้ามาซื้อหาประมูลเป็นเจ้าของได้แล้วครับ

Photo: https://sota.finance/nft?id=5058

USA Today ได้เอาภาพข่าวในช่วงเวลาการพิชิตดวงจันทร์ของสหรัฐอเมริกา มาเปิดประมูลขายบน NFT ตั้งแต่ภาพข่าวในช่วงเวลานั้น ไปจนถึงข่าวหน้าแรกในช่วงเวลาสำคัญ ไปจนถึงภาพประกอบข่าวในช่วงเวลาดังกล่าว เรียกได้ว่าต่อไปนี้ไม่ใช่แค่ทำข่าว หรือขายข่าว แต่เป็นการขายช่วงเวลาที่เป็นข่าวดังกล่าวให้กับนักสะสมที่สนใจครับ

CNN เองก็เข้ามาต่อยอดธุรกิจจาก NFT ด้วยการขายช่วงเวลาสำคัญที่เคยเป็นข่าวในช่องตัวเองด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะข่าวเล็กข่าวใหญ่ หรือข่าวสำคัญระดับชาติอย่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเองก็ตาม เรียกได้ว่าทำรายได้ดีเป็นเทน้ำเทท่า จากการเข้ามาสร้างธุรกิจใหม่ของบรรดาสำนักข่าวใหญ่ๆ บนเทคโนโลยี NFT ครับ

สรุป อนาคตของ NFT กับ Marketing และ Business ที่จะได้เห็น New S Curve

Photo: https://www.nftculture.com/nft-news/adidas-teams-with-bored-ape-yacht-club-punks-comic-nfts/

ความนิยมของ NFT ดูจะเพิ่มขึ้นทุกวันและยังไม่มีท่าทีว่าจะลดลง ทั้งหมดนี้ทำให้ผมนึกถึงยุคแรกเริ่มของอินเทอร์เน็ต ที่มีไอเดียใหม่ๆ ผุดขึ้นมากมาย มีความเป็นไปได้โน่นนี่นั่นเต็มไปหมดบนอากาศ

ดังนั้นแบรนด์ที่ฉลาดจะต้องเข้ามาสำรวจดูว่าเราจะใช้ NFT ต่อยอดธุรกิจให้ขายดีขึ้น หรือพาไปสู่ New S Curve ใหม่อย่างไรได้บ้าง

เราจะเห็นแล้วว่า NFT คือเครื่องยืนยันว่าใครสักคนเป็นเจ้าของดิจิทัลไฟล์อะไรสักอย่าง แต่คำถามสำคัญคือการได้ถือครองเจ้า NFT ชิ้นนั้นมันสำคัญอย่างไร? โดยเฉพาะถ้าเป็น NFT ของแบรนด์แล้วมันจะทำให้เราพิเศษกว่าคนที่ไม่มี หรือจะได้รับ Experience ที่คุ้มค่าต่อการแย่งชิงมาถือครองได้อย่างไรครับ

นี่คือโจทย์สำคัญของการตลาดยุค NFT Marketing หรือในยุคของ Metaverse ที่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วทุกวัน ก็เหลือแค่ว่าใครจะเรียนรู้ไวและลงมือทำจนสามารถกอบโกยผลประโยชน์ก่อนคู่แข่งในตลาดได้อย่างไรครับ

Source: https://www.wundermanthompson.com/insight/nft-innovation

Nattapon Muangtum

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication / ผู้เขียนหนังสือการตลาดแบบรู้ใจ Personalized Marketing, การตลาดแบบฉลาดใช้ดาต้า Data-Driven Marketing และ Data Thinking / เป็นที่ปรึกษาด้าน Marketing และ Data-Driven ให้กับบริษัทบางแห่งและหน่วยงานบางที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น