สรุปภาพรวม 7 เทรนด์อสังหา 2024 จาก DDproperty

สรุปภาพรวม 7 เทรนด์อสังหา 2024 จาก DDproperty

สวัสดีนักการตลาดและนักอ่านทุกคนนะคะ ในบทความนี้จะพาทุกคนมาดู สรุปภาพรวม เทรนด์อสังหา 2024 จาก DDproperty กับการเผยรายงาน DDproperty Thailand Property Market Outlook 2024 ที่รวบรวมข้อมูลเชิงวิเคราะห์ในหลากหลายแง่มุม

เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้เช่า หรือนักลงทุนได้เข้าใจถึงสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในตลาดที่อยู่อาศัย และสามารถตัดสินใจบนเส้นทางอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น จะมีอะไรน่าสนใจกันบ้างนั้น ตามมาดูกันเลยค่า

โดยข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด พบว่า เรื่องของเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น ล้วนส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของผู้บริโภคโดยตรงค่ะ

ทำให้ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคลดลงมาอยู่ที่ 63% (จากเดิม 65%) ขณะที่เมื่อพิจารณาถึงความพร้อมทางการเงินซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญเมื่อคนคิดจะซื้อที่อยู่อาศัยพบว่า

  • มีเพียง 24% เท่านั้นที่มีเงินออมเพียงพอที่จะซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองในเวลานี้
  • ขณะที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ (54%) เก็บเงินได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น
  • และ 21% ยังไม่ได้เริ่มแผนเก็บเงินใด ๆ 

เรียกได้ว่าปัจจัยทางการเงินยังคงเป็นความท้าทายหลักเมื่อต้องยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางและล่างนั่นเอง

นอกจากนี้ผู้บริโภคส่วนใหญ่นั้นมองว่านโยบายภาครัฐไม่เอื้อต่อการซื้อที่อยู่อาศัยมากเพียงพอ โดยมีเพียง 15% เท่านั้นที่มองว่ารัฐบาลมีความพยายามเพียงพอที่จะช่วยให้ซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองได้ เนื่องจากภาครัฐไม่มีการออกมาตรการใหม่เพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมในปีที่ผ่านมา

เทรนด์ Generation Rent ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมุมมองการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว แม้ผู้บริโภควัยทำงานจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนแบบนี้ ทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องการเพิ่มค่าใช้จ่ายจากการซื้อบ้าน/คอนโดฯ ที่จะกลายเป็นภาระผูกพันในระยะยาว 

ขณะที่การเช่านั้นมีจุดเด่นตรงที่ยืดหยุ่นและคล่องตัวหากต้องการโยกย้ายทำเลในอนาคต และช่วยประหยัดรายจ่ายมากกว่า เลยทำให้ความต้องการเช่าสูงมากขึ้น สวนทางกับความต้องการซื้อที่ลดลงนั่นเองค่า

โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาเลือกเช่าแทนนั้น

  • เกือบ 2 ใน 3 (64%) ของผู้ที่เลือกเช่าเผยว่าไม่มีเงินเก็บเพียงพอในการซื้อที่อยู่อาศัย
  • ขณะที่ 41% มองว่าที่อยู่อาศัยมีราคาแพงเกินไปจึงเลือกเก็บเงินไว้แทน
  • และ 30% ไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องซื้อในเวลานี้

จากข้อมูลเลยสะท้อนให้เห็นว่าความท้าทายทางการเงิน ยังคงมีส่วนสำคัญและเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาเลือกเช่าที่อยู่อาศัยกันมากกว่าซื้อค่ะ

เทรนด์ Pet Parents หรือ Pet Humanization เป็นการเลี้ยงสัตว์เป็นลูกและดูแลเหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว สอดคล้องกับเทรนด์การใช้ชีวิตปัจจุบันที่คนไทยมีแนวโน้มครองตัวเป็นโสดมากขึ้น หรือแต่งงานแต่ไม่มีบุตร จึงสนใจเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคู่ใจยามเหงา~ 

ส่งผลให้มองหาโครงการที่อยู่อาศัย ที่มาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบนี้มากขึ้น ดังนั้นที่อยู่อาศัยในปัจจุบันและอนาคตจึงต้องให้ความสำคัญกับเทรนด์นี้กันมากขึ้นนะคะ ซึ่งไม่เพียงแค่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ แต่ควรมาพร้อมเรื่องของสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับการใช้ชีวิตของสัตว์เลี้ยงอย่างครบครันอีกด้วย 

ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้สอยในห้องที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของสัตว์เลี้ยง การตกแต่งด้วยวัสดุหรือเฟอร์นิเจอร์ที่ทนรอยขีดข่วน การออกแบบระเบียงป้องกันการตก หรือระบบระบายอากาศภายในโครงการ รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางที่รองรับการวิ่งเล่นหรือสันทนาการสำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

แต่ว่าอย่าลืมสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงอีกเรื่องนึงนะคะ คือการแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนระหว่างพื้นที่ส่วนกลางของผู้อยู่อาศัยที่เป็นกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยง และผู้อยู่อาศัยที่ไม่เลี้ยงสัตว์หรือผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ขนสัตว์ ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขและถูกสุขอนามัยด้วย 

อย่างเคสแบรนด์บ้านเดี่ยวของ AP ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องของ Pet Parents เช่นกัน จึงมีการเลือกใช้ Presenter ที่สามารถ Represent ความเป็นแบรนด์ พร้อมจับกระแส Pet Humanization ด้วย จึงเลือกตัวตึงด้านสัตว์เลี้ยง อย่าง Japan and Friends จุ๊มเหม่งมีอาราย~ มาถ่ายทอดแคมเปญได้อย่างสมบูรณ์

ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2565 และข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์คาดว่าในปี 2583 จะมีจำนวนผู้สูงวัยถึง 20.4 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 31.3% ของประชากรทั้งประเทศเลยทีเดียว

ขณะที่ข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นฯ DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study พบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ 63% เริ่มวางแผนการเกษียณกันแล้ว โดยเฉพาะคนในกลุ่มรายได้ระดับกลาง 

ดังนั้นการเติบโตอย่างรวดเร็วของสังคมผู้สูงอายุนี้ ทำให้ธุรกิจกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรองรับและตอบโจทย์ความต้องการของคนหาบ้านที่เปลี่ยนไปจากเดิมแล้วค่ะ

ตั้งแต่การออกแบบโครงการที่ต้องให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุผ่านแนวคิด Universal Design หรือที่เรียกว่าการออกแบบเพื่อคนทุกกลุ่ม ให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ครอบคลุมทั้งบริเวณภายนอกและภายในบ้าน (สามารถอ่านตัวอย่างเคสเกี่ยวกับ Universal Design เพิ่มเติมได้ ที่นี่ ค่า)

ดังนั้นใครทำธุรกิจในวงการอสังหาฯ คงจะต้องหันมาใส่ใจในเรื่องของการออกแบบบ้านหรือให้บริการที่ตอบโจทย์กับผู้สูงวัยกันด้วยนะคะ อย่าง SCG Home เองก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการให้บริการในเรื่องของการปรับปรุงที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ

เมื่อโลกกำลังเข้าสู่ยุคภาวะโลกเดือด (Global Boiling) ส่งผลให้หลายฝ่ายเริ่มหันมาตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น 

ทุกคนคงจะเห็นได้จากการที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เริ่มหันมาพัฒนาโครงการที่ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง และใส่ใจกับเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง 

เช่น เลือกใช้วัสดุที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม หรือลดการสร้างปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต รวมทั้งสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด อย่างการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ในโครงการ หรือการติดตั้งจุด EV Charger ในบ้าน เป็นต้น

เช่นเดียวกับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมไม่แพ้กันนะคะ ข้อมูลจากแบบสอบถามฯ DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุดพบว่า

  • ผู้บริโภคส่วนใหญ่ถึง 91% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยที่มีคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
  • นอกจากนี้ผู้บริโภค 71% ต้องการพื้นที่สำหรับต้นไม้ฟอกอากาศ รวมถึงวางแผนซื้อที่อยู่อาศัยโดยหลีกเลี่ยงทำเลพื้นที่เสี่ยงปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 

ราคาที่อยู่อาศัยในปี 2567 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นค่ะ เนื่องจากต้นทุนการก่อสร้างก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีก่อนหน้า ทั้งเรื่องราคาวัตถุดิบและค่าดำเนินการ รวมทั้งราคาพลังงานที่สูงขึ้นซึ่งเป็นต้นทุนการขนส่งนั่นเอง

จากรายงานของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) เผยว่าดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐานในช่วงไตรมาส 3 ปี 2566 เพิ่มขึ้น 0.1% QoQ และเพิ่มขึ้น 1.5% YoY

รวมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในปี 2567, ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ราคาที่ดินในกรุงเทพฯและปริมณฑล ที่ปรับเพิ่มขึ้น ล้วนเป็นต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ และคาดว่าจะทำให้ราคาที่อยู่อาศัยในปีนี้ จำเป็นต้องปรับเพิ่มขึ้น 5-10% จากปีก่อนหน้าเช่นกันค่ะ

ดังนั้นเรื่องราคาหรือเรื่องเงินค่อนข้างจะเป็นปัจจัยหลักเลยค่ะ ก็จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคเช่นเดียวกัน ในเรื่องของการจะเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย ซึ่งก็สอดคล้องกับเรื่องของการนิยมเช่ามากกว่าซื้อที่ได้เล่าไปในข้อที่ 2 นั่นเอง

พออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น สถาบันการเงินก็ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้นตาม บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็ต้องแบกรับต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ในส่วนของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยเองก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้นเช่นกัน

คาดว่าในปี 2567 สถาบันการเงินยังคงมีความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เพราะอย่างสินเชื่อบ้านที่มีการค้างชำระ 1-3 เดือนในช่วงไตรมาส 3 ปี 2566 มีอัตราเพิ่มขึ้น 37.2% YoY โดยส่วนใหญ่จะเป็นบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท 

จากข้อมูลเลยสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคกลุ่มรายได้ระดับล่างยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดฯ ที่ผ่านมา อีกทั้งยังเจอค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงินนั่นเองค่ะ 

ทำให้สถาบันการเงินเลือกปฏิเสธสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยในกลุ่มราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท เพื่อสกัดหนี้เสียที่อาจเกิดขึ้น และคาดว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อในกลุ่มนี้จะยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับบทความนี้ที่ได้พามาดูสรุปภาพรวม เทรนด์อสังหา 2024 จากรายงาน DDproperty Thailand Property Market Outlook 2024 กัน เรียกได้ว่าการคาดการณ์ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ ยังคงต้องเผชิญปัจจัยมากมายหลากหลายอย่างที่มีความท้าทาย

ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวของสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีเท่าที่ควร หรือเรื่องของภาวะหนี้ครัวเรือนและอัตราดอกเบี้ยที่สูง ก็ล้วนแล้วแต่ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคนั่นเองค่ะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนทั้งจากภาครัฐ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคไปพร้อม ๆ กันนะคะ

ดังนั้นถ้าสภาพเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมอย่างเป็นรูปธรรม ก็คาดว่าภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ จะเติบโตจากปีก่อนหน้าได้ราว ๆ 5-10% กันเลยทีเดียว

สามารถอ่านและศึกษาข้อมูลภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 ฉบับเต็มได้จากรายงาน DDproperty Thailand Property Market Outlook 2024 และติดตามบทความด้านการตลาดเพิ่มเติมได้จากเพจการตลาดวันละตอน ที่ เว็บไซต์ Facebook Instagram Twitter Youtube และ Blockdit ได้เลยค่า

Fern Panassaya

เฟิร์น Marketing Content Creator แห่งการตลาดวันละตอน รักแมวอ้วนและหมาโกลเด้น ตั้งใจสร้างสรรค์ทุกผลงาน ฝากเป็นกำลังใจและติดตามคอนเทนต์ใหม่ ๆ ต่อจากนี้ด้วยค่ะ <3

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

แบรนด์บ้านในฝันของคุณคือ...

ช่วยตอบเราก่อนอ่านแปบนึงนะ ^^