สนับสนุนให้คนใส่หมวกกันน็อค ด้วยประวัติศาสตร์ Viking

สนับสนุนให้คนใส่หมวกกันน็อค ด้วยประวัติศาสตร์ Viking

เชื่อว่าที่ประเทศไหนก็มี กับคนขี่มอร์เตอร์ไซต์แต่ไม่สวมมวก ซึ่งที่ประเทศ Denmark เองก็กำลังเผชิญกับปัญหานี้ โดยเฉพาะเมื่อ 90% ของประชากรมีรถมอร์เตอร์ไซต์เป็นของตัวเอง แถมเมืองชื่อดังอย่าง Copenhagen เองก็เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่ผู้คนนิยมขี่จักรยานมากที่สุดด้วย ทำให้รัฐบาลด้านความปลิดภัยทางถนนต้องออกโรงทำอะไรซักอย่าง เพื่อ สนับสนุนให้คนใส่หมวกกันน็อค เพิ่มขึ้นค่ะ

ข้อมูลจากรัฐบาลเมือง Denmark พบว่าจำนวนผู้บาดเจ็บจากการโยสารขับขี่ทางถนนที่รุนแรงนั้น 70% เกิดขึ้นกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และอุบัติเหตุทางถนนที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตนั้น 42% เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ขับขี่จักรยาน โดยเฉพาะในเมืองอย่าง Copenhagen แต่ถึงอย่างนั้นคนขับขี่ที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่า 50% ก็ยังไม่สนใจใส่หมวกกันน็อคกันเลย ดังนั้นรัฐบาลกับเอเจนซี่ก็เลยร่วมมือกัน ใช้ประวัติศาสตร์ดั่งเดิมของประเทศมาดึงให้คนอยากใส่หมวกมากขึ้น

สิ่งที่รัฐบาลและเอเจนซี่ทำร่วมกันก็คือการผลิตหนังสั้นออกมาหนึ่งเรื่อง ใช้ชื่อหนังว่า Helmet Has Always Been a Good Idea เพื่อย้อนเวลากลับไปให้คนในเมืองเห็นว่า การใส่หมวกกันน็อคนั้นเป็นเรื่องที่ใครๆ เค้าก็ทำกันตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษอย่างชาว Viking แล้ว

โดยในหนังก็ได้โฟกัสไปที่หัวหน้าเผ่าชาวไวกิ้งคนนึงที่ชื่อว่า Svend ที่กำลังจะออกไปสู้กับการโจมตีหมู่บ้าน แต่เมื่อถูกยื่นหมวกกันน็อคให้กลับปฎิเสธด้วยเหตุผลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการไม่อยากใส่เพราะหมวกกันน็อคมันน่ารำคาญ / มันทำให้หนังศรีษะคัน / มันทำให้ทรงผมพังไม่หล่อ และเหตุผลอีกข้อก็คือ ‘ฉันขี่ม้าเก่งมาก ไม่เกิดอันตรายขึ้นหรอก’ นั่นเอง แต่สุดท้าย Svend ก็ต้องผ่ายแพ้ให้กับคำขอร้องของภรรยาเค้าว่า จะออกไปไหนก็ได้ แต่ต้องสวมหมวกค่ะ

สนับสนุนให้คนใส่หมวกกันน็อค ที่ร้านขายหมวก

หนังสั้นเรื่องนี้ก็ได้ทำการ On Air ไปแล้วตลอดช่วง Summer ของประเทศเค้า ตั้งแต่ผ่านหน้าจอ TV สื่อ OOH และสื่อเชียลเพื่อ สนับสนุนให้คนใส่หมวกกันน็อค นอกจากนี้ยังมีการเอาหนังไปฉายที่ร้านขายหมวกกันน็อคเพิ่มด้วยค่ะ

แคมเปญไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะหลังจากหนังสั้นแล้ว รัฐบาลด้านความปลิดภัยทางถนนเนี่ย ก็ยังมีการไปจับมือร่วมกับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของประเทศ Denmark เพิ่ม ในการจัดแสดงโชว์พิเศษช่วง Summer เรียกโชว์ว่า ‘Join the Vikings – On Raid’ ด้วยการทำป้าย Banner ไปติดตามพิพิธภัณฑ์เล่าถึงประวัติศาสต์หมวกกันน็อตของชาวไวกิ้งรูปแบบต่างๆ ที่กลายมาเป็นหมวกกันน็อคในปัจจุบันนี้

ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ในช่วงนี้นอกจากจะได้ชมงานจัดแสดงพิเศษนี้แล้ว ก็ยังจะได้รับสติกเกอร์พร้อมกับ Booklet ความรู้เรื่อง Timeline ของหมวกกันน็อคและ List วิธีการกล่าวเลี่ยงไม่ยอมใส่หมวกของชาวไว้กิ้งไปด้วย ในห้องน้ำของพิพิธภัณฑ์เองก็มีการแปะสติกเกอร์หมวกเอาไว้ที่หน้ากระจก ให้คนได้ส่องแล้วดูได้ว่า ตัวเองจะหน้าตาเป็นอย่างไรหากใส่หมวกใบนี้

ผลลัพธ์จากแคมเปญนี้บอกเลยว่าไปในแง่ดีมากๆ เพราะเอเจนซีพบว่า 4 ใน 10 คนของคนที่เห็นแคมเปญแล้วเริ่มที่จะพิจารณาการซื้อหมวกเพิ่มขึ้น ส่วนหนังสั้นที่เค้าทำออกมาก็ได้ 79% View-through Rate ด้วยยอด 84% Organic Reach กับการพูดถึงในเชิงบวกถึง 87% นอกจากนี้เอเจนซี่ยังพบด้วยว่า 1 ใน 5 คนจะพูดถึงหรือเล่าเรื่องแคมเปญนี้ให้คนอื่นฟังต่อ และ 90% ของคนที่ดูหนังแล้วเห็นด้วยกับ Message ที่หนังต้องการจะสื่อว่าหมวกกันน็อคเป็นเรื่องที่ดี และควร สนับสนุนให้คนใส่หมวกกันน็อค เพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ค่ะ

นี่ก็คือแคมเปญกระตุ้นการใส่หมวกและลดอุบัติเหตุทางถนนของรัฐบาล Denmark โดยหยิบจับประวัติศาสตร์ที่คนภูมิใจหรือเป็น National Pride อย่างชาวไวกิ้งมาเป็นตัวดึงให้คนสนใจ สิ่งที่น่าสนใจคือ แบรนด์ไม่ได้โฟกัสที่ผลกระทบของการไม่สวมใส่หมวกเลย แต่แคมเปญนี้มุ่งเน้นไปยังสิ่งที่ทำให้คนไม่ยอมใส่มากกว่า ไม่ว่าจะคันหัว ผมเสียทรง ฯลฯ ทั้งนี้ด้วยการใช้ชาวไวกิ้งมาเล่าเรื่องด้วยแล้ว ยิ่งทำให้คำปฎิเสธเหล่านี้ฟังดูตลก และเข้าถึงได้ง่าย อีกอย่างคือภาพชาวไวกิ้งที่แข็งแรง กล้าหาญใส่หมวกกันน็อค ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าการใส่หมวกไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอหรือบอบบางเลยแม้แต่น้อยนั่นเองค่ะ

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง Case study การรณรงค์ สนับสนุนให้คนใส่หมวกกันน็อค ดีๆ อีกชิ้นนึงเลย แถมเป็นงานแคมเปญที่ Integrate ไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างสวยงามด้วย ตั้งแต่สื่อโซเชียล ร้านขายหมวก TV ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ด้วยค่ะ ใครที่กำลังคิดแคมเปญอะไรอยู่ อย่าลืมลองแตกออกมาให้ครอบคลุมแบบนี้ดูบ้างนะคะ

Source: My Modern Met

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *