Dunkin’ ใช้ AI Music ทำโฆษณา ลด Production ไปได้ 95%

Dunkin’ ใช้ AI Music ทำโฆษณา ลด Production ไปได้ 95%

เรื่องของ Personalization การตลาดวันละตอนพูดไปเยอะมากๆ แต่เอาเข้าจริงพวกเราก็ต้องยอมรับว่าการทำ Personalization นั้นยังต้องพึ่งพาพวก Tools พอสมควร เพื่อให้การทำโฆษณาแบบรู้ใจนั้นสามารถปรับเปลี่ยนไปตามความชอบของแต่ละคนได้จริงๆ ไม่ใช่แค่จับคนเป็นกลุ่มๆ ไปงั้น วันนี้เพลินไปเจอ Case Study นึงของแบรนด์ Dunkin’ ที่เค้าทำ Personalized Background Music ด้วยการใช้เครื่องมืออย่าง AI Music เข้าช่วย จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลยค่ะ

ก่อนที่เพลินจะเข้าไปหาตัว Case study ขอเล่าเรื่องเอไอมิวสิกสั้นๆ สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร ซึ่งมันก็คือการใช้ AI หรือระบบ Artificial Intelligence ให้สร้างเพลง สร้างทำนองให้ โดยในส่วนของเนื้อหานั้นอาจจะยังเป็นคนอย่างเราๆ แต่งขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นก็ใส่เข้าไปในระบบ เพื่อให้มันจัดการต่อในส่วนของการทำทำนอง แต่ง Beats ให้ติดหูนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันในต่างประเทศก็มีหลายบริษัทที่ทำเรื่องเอไอมิวสิกอยู่แล้วนะคะ แต่การนำมาใช้ในส่วนของการตลาดและโฆษณานั้น ถือได้ว่า Dunkin’ นี่เป็นเจ้าแรกๆ เลยก็ว่าได้ค่ะ

Dunkin' ใช้ AI music ทำโฆษณาลดเวลาการทำ Production ไปได้

สิ่งที่ Dunkin’ ทำก็คือการร่วมมือกับบริษัท AdsWizz ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านของการทำพวก Digital audio หรือแบบ Podcast Tech รวมไปถึงการทำ AI มิวสิกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างประสบการณ์ในการรับฟังโฆษณาผ่านแอปฟังเพลงต่างๆ ให้มันดีขึ้น ให้คนรู้สึกว่าโฆษณาแทรกเหล่านี้มันไม่รบกวนหูมากจนเกินไป จึงอนุญาตให้เนียนๆ ขายของไปได้แบบตรงใจคนฟังค่ะ

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ระบบ AI ที่ชื่อว่า Sympaphonic Ads Technology จะทำการวิเคราะห์ว่าคนแต่ละคนกำลังฟังเพลงอะไรอยู่ เพลงนั้นเป็นแนวไหน Beat จังหวะเป็นอย่างไร และเมื่อวิเคราะห์เสร็จแล้ว มันก็จะสร้าง Music Ads ในทำนองที่มีจังหวะและ Beat ลักษณะเดียวกันออกมา รวมไปถึงการปรับและเกาเนื้อหา Messages ให้ตรงกับความต้องการของคนฟังได้ด้วย แถมยังทำได้แบบเรียลไทม์ตามการเปลี่ยนเพลงหรือแนวเพลงที่ฟังอยู่อีกต่างหาก ทำให้โฆษณาแทรกที่แต่ละคนจะได้ยินนั้น เนียนมาก รู้สึกว่าไม่สะดุดและมี Seamless Experience มากขึ้น จาก Rock ก็ไม่ต้อง Pop มาก จากกำลังเศร้าๆ ก็ไม่ต้องกระโตกกระตากดีใจจนเกินไป หรือจะเรียกว่าเป็นการทำ Ads แบบตรงบริบทคนฟังหรือ Contextual ads ก็ได้ค่ะ

ซึ่งหลังจากที่แบรนด์ Dunkin’ ทำ Pilot Test ไปได้ระยะนึงก็พบว่าผลลัพธ์นั้นดีเกินคาดไปมาก เพราะการทำ Personalized Music Ads แบบนี้ทำให้คนมีส่วนร่วมกับโฆษณามากขึ้น หรือมี Engagement rate เพิ่มขึ้นมากกว่า 238% เลยทีเดียวค่ะ โดยผลลัพธ์ในครั้งนี้แบรนด์ก็บอกเลยว่าเป็นผลมาจากการใช้เอไอมิวสิก ที่นอกจากจะช่วยทำ Production แล้ว ยังทำให้เนื้อหาน่าสนใจ ตรงใจจนคนมีส่วนร่วมด้วยจริงๆ

ซึ่งการทำ Pilot Test ในครั้งนี้ทั้งแบรนด์ Dunkin’ และบริษัท AdsWizz ก็บอกเลยว่าสามารถลด Production Time ไปได้ถึง 95% หากเปรียบเทียบกับการทำโฆษณา Audio ในรูปแบบ Traditional หรือรูปแบบเก่าก่อนหน้า แถมระดับความ Efficiency ยังเพิ่มขึ้นอีกสูงถึง 5 เท่าด้วย

ทั้งนี้การที่ Dunkin’ ลงมาทำ Ads แบบ Personalization ผ่านเพลงแบบนี้ก็ยิ่งทำให้แบรนด์เข้าใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น แถมยังเป็นการบอกด้วยว่าชั่วโมงกาแฟและโดนัทนั้น มันเหมาะกับทุกมู้ด ทุกจังหวะของชีวิตด้วย เรียกได้ว่าแบรนด์ Dunkin’ นี่มีการปรับตัวอยู่ตลอดจริงๆ เพื่อตอบรับกับสังคมที่เปลี่ยนไปทุกวัน คราวก่อนที่จับ Partnership สร้างสีทาบ้านก็ทีนึงแล้ว วันนี้ก็เป็นอีกนึง Move ของแบรนด์ที่น่าสนใจ และเป็นอีกแบรนด์ที่น่าจับตามองมากๆ ไม่ว่าจะในด้านของ Brand marketing หรือจะเป็นกลุ่ม Product innovation การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาร่วมรังสรรค์ให้ทุกๆ สินค้าและ Experience ของผู้บริโภคพิเศษขึ้นมากได้ค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็คือ Case study ของแบรนด์ Dunkin’ ที่มีการใช้ AI Music เข้าช่วยในการสร้างโฆษณาเสียงเพลงให้ตรงใจคนฟัง แถมยังลดเวลาการทำ Production และเพิ่ม Engagement ได้ด้วย เอาเข้าจริงอยากเห็นเคสแบบนี้ในไทยบ้างแล้วเนอะ ส่วนถ้าเกิดว่ามีแบรนด์ไหนในไทยทำไปแล้ว ก็สามารถ Comment มาบอกกันได้ เพลินเองก็อยากหยิบยกขึ้นมาแชร์ให้นักการตลาดท่านอื่นฟังบ้างค่ะ

ใครที่สนใจเรื่องการทำการตลาดและโฆษณาแบบ Personalization เพิ่ม แนะนำให้เลือกอ่านบทความในนี้ได้เลยค่ะ

Reference: https://mobilemarketingmagazine.com/dunkin-sees-audio-ad-engagement-rise-by-238-per-cent- และ https://aimusic.medium.com/adswizz-signs-agreement-with-ai-music-to-bring-new-capabilities-to-adswizz-audio-ad-buying-platform-b0b24558fe2c

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *