คน is คีย์ กลยุทธ์ DHL Express ทำให้ส่งของไปต่างประเทศอย่างมั่นใจ

คน is คีย์ กลยุทธ์ DHL Express ทำให้ส่งของไปต่างประเทศอย่างมั่นใจ

ในยุคที่เทคโนโลยีไล่ตามทันกันได้ไม่ยาก จึงทำให้คนยิ่งกลายเป็นคีย์สำคัญของการทำธุรกิจ เหมือนที่ Sir Richard Branson ผู้ก่อตั้งกลุ่มธุรกิจ Virgin ลำดับความสำคัญว่า พนักงานสำคัญสุด ถัดมาคือลูกค้า สุดท้ายคือผู้ถือหุ้น เพราะเขารู้ว่าถ้าเราดูแลพนักงานดีมีความสุข พนักงานของเราก็จะทำให้ลูกค้ามีความสุข สุดท้ายคือผู้ถือหุ้นก็จะมีความสุขตาม

และนี่ก็บังเอิญตรงกับ Business Strategy ของ DHL Express ที่มี People เป็น Key Strategy ครับ เพราะท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด แต่พวกเขาเลือกที่จะให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคน บวกกับความเชี่ยวชาญในการส่งของทั่วโลกมานานหลายสิบปี ทำให้ DHL Express ในวันนี้ คือผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งของระหว่างประเทศ ที่คนทำธุรกิจกับต่างประเทศจำเป็นต้องรู้ครับ

“ดูแลอย่างดีตลอดเส้นทาง” หนังโฆษณาล่าสุด ที่สะท้อนถึงความใส่ใจในการส่งของ DHL Express

ถ้าคุณดูหนังโฆษณาเรื่องนี้จนจบ และผมอยากให้คุณกดดู คุณจะเห็นสิ่งที่ DHL Express พยายามเล่าให้เราเห็นว่าของทุกชิ้น พัสดุทุกกล่องที่ส่งข้ามประเทศด้วย DHL Express นั้นจะได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ ไม่โยน ไม่กระแทก เพราะเข้าใจว่าคุณย่อมอยากให้ของที่ส่งไปถึงมือคนรอรับอย่างปลอดภัย พนักงานทุกคนของ DHL Express จึงดูแลพัสดุของคุณอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางจนถึงมือผู้รับปลายทางอย่างดี

ส่วนตัวผมเองก็เพิ่งได้รับหนังสือการตลาดเล่มหนึ่งที่ถูกจัดส่งมาจากประเทศอังกฤษ แน่นอนว่าส่งมารวดเร็วทันใจ แถมยังมาถึงบ้านในสภาพที่กล่องยังใหม่กริ๊บ ไม่มีรอยบุบบู้บี้แต่อย่างใด ทำให้มั่นใจได้จากคนมีประสบการณ์ตรงว่าถ้าจะส่งของไปต่างประเทศ หรือแม้แต่รอรับของที่ส่งมาจากแดนไกล มั่นใจว่า DHL Express วางใจได้ครับ

Real-time Tracking ตามติดไม่มีหายระหว่างทาง

คน is คีย์ สรุปกลยุทธ์ธุรกิจ DHL Express ส่งพัสดุข้ามประเทศอย่างมั่นใจ ไม่มีตกหล่น ไม่มีตกค้าง เข้าใจพิธีการศุลกากร จากประสบการณ์กว่า 50 ปี

ในช่วงหนึ่งในหนังโฆษณาเรื่องนี้ก็ฉายภาพให้เห็นว่า พัสดุที่จัดส่งด้วย DHL Express จะมีการอัพเดทข้อมูลสถานะการจัดส่งของสินค้าแบบ Real-time ตอนนี้อยู่ที่ไหน ส่งไปถึงไหนแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนอะไรอยู่ ทำให้เวลาเราจะส่งของไปต่างประเทศ หรือแม้แต่รับของจากต่างประเทศเองก็ตาม สบายใจได้เต็มที่ว่าจะไม่มีการตกหล่น หรือเรื่องเซอร์ไพรซ์ที่ไม่ต้องการอย่างแน่นอน

ตอนที่ผมรอรับหนังสือจากอังกฤษ ผมได้รับ sms ส่งมาให้เข้าไปอัพเดทสถานะของสินค้าได้ตลอดเวลา เป็นหน้าเว็บที่ใช้งานได้จริงบนมือถือโดยไม่ต้องลงแอป รู้เลยว่าหนังสือเล่มนี้ผมไปเที่ยวประเทศไหนบ้างในโลกใบนี้ แต่ที่สำคัญคือส่งถึงมือไวจริงๆ ทีแรกคิดว่าจะเป็นสัปดาห์ ไปๆ มาๆ ถึงมือในไม่กี่วันครับ

มืออาชีพด้านพิธีการศุลกากร

คน is คีย์ สรุปกลยุทธ์ธุรกิจ DHL Express ส่งพัสดุข้ามประเทศอย่างมั่นใจ ไม่มีตกหล่น ไม่มีตกค้าง เข้าใจพิธีการศุลกากร จากประสบการณ์กว่า 50 ปี

ข้อนี้สำคัญมากครับ ในการส่งของไปต่างประเทศ หรือนำเข้าของจากต่างประเทศนั้น ถ้าบริษัทขนส่งที่เราเลือกใช้ไม่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการเดินพิธีการศุลกากรของแต่ละประเทศจะเป็นอะไรที่หัวจะปวดมาก เหมือนที่เราเคยเห็นหลายคนบ่นว่าสินค้าติดอยู่ศุลกากรอย่างนั้นอย่างนี้

ซึ่งผมว่านี่คือจุดแข็งสำคัญของ DHL Express ที่มีประสบการณ์ส่งของมานานกว่าหลายๆ บริษัทสตาร์ทอัพใหม่ๆ มาก เพราะแต่ละประเทศก็มีขั้นตอนที่แตกต่างกัน (บางประเทศมีกฏอย่างนี้ที่ไม่เหมือนประเทศไหน หรือบางประเทศถ้าจะเอาของบางอย่างเข้าต้องมีใบอนุญาตมากมาย) เทคโนโลยีอาจช่วยตรงนี้ไม่ได้ แต่ประสบการณ์ของพนักงานในแต่ละประเทศนั้นจึงกลายเป็นจุดแข็งไปอย่างยากจะเลียนแบบได้โดยง่ายครับ

ตอนผมสั่งหนังสือก็แอบกังวลว่าจะไปติดที่ด่านศุลกากรมั้ย แต่กลายเป็นว่าไม่มีอะไรติดขัด และก็ไม่ค้างอะไรนาน เรียกได้ว่าโปรจริงๆ เรื่องนี้ บอกเลยว่าใครส่งสินค้าพัสดุใดๆ ไปต่างประเทศ แนะนำให้ดู DHL Express เป็นที่แรกครับ

คน is คีย์ สรุปกลยุทธ์ธุรกิจ DHL Express ส่งพัสดุข้ามประเทศอย่างมั่นใจ ไม่มีตกหล่น ไม่มีตกค้าง เข้าใจพิธีการศุลกากร จากประสบการณ์กว่า 50 ปี

สรุปกลยุทธ์ DHL Express “คน is คีย์” ส่งไกลอย่างเข้าใจ ถึงที่หมายไว ถึงมือเหมือนส่งเอง

คน is คีย์ สรุปกลยุทธ์ธุรกิจ DHL Express ส่งพัสดุข้ามประเทศอย่างมั่นใจ ไม่มีตกหล่น ไม่มีตกค้าง เข้าใจพิธีการศุลกากร จากประสบการณ์กว่า 50 ปี

และทั้งหมดที่หนังโฆษณาเรื่องนี้เล่ามาก็คือสิ่งที่ DHL Express ทำ และนั่นก็มาจาก Business Strategy ที่มี People เป็น Key Strategy หรือ “คน is คีย์” นั่นเองครับ

เริ่มต้นจากการดูแลพนักงานอย่างดี ทำให้พนักงานเกิดแรงจูงใจที่จะทำงานให้ดีด้วยตัวเอง ส่งผลให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ และหนึ่งในรางวัลที่สะท้อนถึงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีที่ DHL Express ได้รับก็คือ No.1 World’s Best Workplace รวมถึงได้รับการรับรอง Great Place to Work-Certified หรือ GPTW ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันที่บอกว่า คน is คีย์ ของที่นี่จริงๆ

และนั่นก็ทำให้พัสดุทุกชิ้นที่ถูกจัดส่งออกไปได้รับความใส่ใจเหมือนคุณไปส่งเอง และมีการเอาเทคโนโลยีมาช่วยติดตามพัสดุทุกชิ้นตลอดเส้นทางการจัดส่ง ทำให้มั่นใจได้ว่าจะถึงมือคุณเมื่อไหร่

สำคัญสุดคือประสบการณ์ในการจัดส่งพัสดุข้ามประเทศทั่วโลกมานานกว่า 50 ปีของ DHL Express นี่คือสิ่งที่ลอกเลียนกันไม่ได้โดยง่าย เพราะการจะเข้าใจพิธีการของศุลกากรแต่ละประเทศนั้น เทคโนโลยีล้ำๆ แทบไม่ช่วยอะไรเรื่องนี้เลย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับบทสรุปกลยุทธ์ธุรกิจการจัดส่งพัสดุข้ามประเทศของ DHL Express ดังนั้นใครที่ต้องส่งสินค้าพัสดุไปต่างประเทศเป็นประจำ แนะนำให้ดู DHL Express เป็นรายแรกๆ ครับ ส่วนใครที่ต้องสั่งของรับพัสดุจากต่างประเทศเป็นประจำ แล้วไม่ประทับใจรายเดิมๆ ที่เคยมีประสบการณ์มา ก็ลองบอกให้ต้นทางเขาส่งด้วย DHL Express ดูนะครับ ส่วนตัวผมเชื่อว่าคุณจะมีประสบการณ์ที่ดีแบบผม

Nattapon Muangtum

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication / ผู้เขียนหนังสือการตลาดแบบรู้ใจ Personalized Marketing, การตลาดแบบฉลาดใช้ดาต้า Data-Driven Marketing และ Data Thinking / เป็นที่ปรึกษาด้าน Marketing และ Data-Driven ให้กับบริษัทบางแห่งและหน่วยงานบางที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น