รวม 5 เเคมเปญระดับโลก…ที่เริ่มต้น จาก Data ในงาน LIA 2022

รวม 5 เเคมเปญระดับโลก…ที่เริ่มต้น จาก Data ในงาน LIA 2022

เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ผมเองได้มีโอกาสไปตัดสินงานประกวดโฆษณาระดับโลก London International Awards 2022 ที่ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ในหมวด Digital and Social Media & Influencer ที่มีงานส่งเข้าประกวดเกือบ 800 ชิ้นงาน 

จึงทำให้ได้เห็นการนำ Data มาประยุกต์ใช้ในการตลาดและโฆษณาจากทั่วโลก โดยเฉพาะปีนี้ ที่หลายงานใช้วิธีคิดจาก Data Insight ส่งผลให้แบรนด์ประสบความสำเร็จทั้งในด้านยอดขาย และในหลายๆ วัตถุประสงค์

วันนี้เลยอยากขอหยิบงานที่ชอบ(ส่วนตัว) และคิดว่าเป็นประโยชน์ให้กับแฟนๆ การตลาดวันละตอนมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

Lamtam Airlines – Flyover Cyber Monday บินไปช้อปถูกกว่า แล้วจะรออะไร?

งาน Creative Use of Data จากสายการบิน Lamtam Airlines โดยเริ่มจากสายการบินอยากเพิ่มยอดจอง เลยค้นพบว่าสินค้าที่ขายในวัน Cyber Monday ลดแล้วก็ยังแพงกว่าบินไปซื้อเอง เลยจับเอาจุดขายนี้มาทำแคมเปญ โดยหยิบ 20 Keywords สินค้าที่คนชอบค้นหามากที่สุดใน Cyber Monday มาทำเป็นโฆษณาให้เห็นว่าบินไปซื้อยังถูก กว่าซื้อแบบมีส่วนลดในประเทศซะอีก

สุดท้ายแคมเปญนี้สร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 300% ด้วยยอดขาย 30 ล้านเหรียญ

เหตุผลที่ชอบแคมเปญนี้เพราะว่า Lamtam เอาเรื่องที่ใครๆ ก็รู้ มาพลิกวิธีการ แถมรู้จักใช้ช่วง เวลาที่เหมาะสม ในจังหวะที่คนกำลังค้นหาสินค้าราคาส่วนลด แล้วเอาจุดขายที่แตกต่าง

เข้าไปทำการตลาดได้อย่างพอเหมาะ เป็นแคมเปญที่ไม่ต้องซับซ้อน แต่เริ่มต้นจากความเข้าใจ Data ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

Spotify – A Song for CMO ขาย B2B แบบเล่นใหญ่

ถ้าคุณเป็นฝ่ายการตลาดของ Platform แล้วอยากได้ลูกค้ารายใหญ่มาลงโฆษณาคุณจะทำยังไงครับ?

ก็หาโอกาสนัดขายงาน สร้างความสัมพันธ์ หา Connection อะไรก็ว่าไป แต่วิธีของ Spotify แตกต่างออกไป เพราะอยากให้ CMO ของแบรนด์เข้าใจประสบการณ์การใช้ Music Streaming อย่างแท้จริง พร้อมกับแสดงให้เห็นถึงความแม่นยำ ของ AI ในการทำความเข้าใจ User ถ้าเล่าแล้วไม่เข้าใจ ก็ใช้ platform ในการสร้างเพลงของ CMO ขึ้นมาให้ดู เพื่อให้รู้ว่า มัน Powerful แค่ไหน!!!

ลองคิดดูสิครับถ้าคุณเป็น CMO เป็นคนตัดสินใจ แล้วมีเพลงของตัวเองใน Spotify แถมยังมี ปกอัลบั้มของเราคนเดียวในโลก Spotify เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว ด้วยวิธีการที่น่าดึงดูด ให้ ความรู้สึก Exclusive ทั้งหมดนี้เกิดจากความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ก่อนที่จะนำมากำหนด กลยุทธ์การสื่อสาร และเลือกไอเดียมาใช้งานอย่างตรงใจสุดๆ จนทำให้ยอดซื้อโฆษณาของ Spotify สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

We Capital – Data Tienda การใช้ Creative Use of Data ของคนตัวเล็ก

เป็นแคมเปญที่เริ่มต้นจากปัญหาของประชาชนส่วนใหญ่ที่มีรายได้น้อย โดยเฉพาะผู้หญิงแม็ก ซิกัน ที่ 83% ไม่มี Credit Record ทำให้ไม่สามารถมีความฝันที่จะเริ่มต้นประกอบธุรกิจได้ ด้วยตัวเอง ถึงแม้จะไม่เคยมีเครดิตกับธนาคาร แต่จริงๆ แล้ว คนเหล่านี้มักจะมีเครดิตกับร้านโชว์ห่วยใกล้บ้าน คล้ายๆ ในเมืองไทยที่ซื้อของแบบเชื่อไว้ก่อนได้ เงินออกแล้วค่อยมาจ่ายคืน 

จึงเป็นที่มาของแคมเปญนี้ ที่ We Capital ให้ผู้หญิงที่มีรายได้น้อย ลงทะเบียนผ่าน WhatsApp ในมือถือกับร้านค้า จำนวน 5 ร้านเพื่อบันทึกพฤติกรรมการซื้อสินค้า ทำให้สามารถประเมินการให้สินเชื่อได้ โดยเริ่มจากข้อมูลพื้นฐาน และพฤติกรมการซื้อของจากร้านค้าใกล้บ้าน

ส่งผลให้มีคนลงทะเบียนเครดิตทันทีมากกว่า 1 หมื่นคน ได้ข้อมูลมากกว่า 5 หมื่นร้านโชว์ห่วย ทั่วประเทศ และ 23% ของผู้ใช้บริการได้รับการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อนำไปลงทุนในการทำ ธุรกิจต่อไป

ที่ผมชอบเเคมเปญนี้ เพราะว่าเป็นการนำ Data มาเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย ทั้งผู้ปล่อยสินเชื่อที่ได้ลูกค้าใหม่ๆ ที่มีประวัติให้พิจารณา ข้อมูลร้านค้า และการซื้อสินค้าใน ชุมชน ร้านค้าเองก็ได้อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ส่วนลูกค้าเองก็สามารถเข้าถึงบริการ สินเชื่อได้ในการทำการตลาด

เมื่อไหร่ก็ตามที่การทำแคมเปญ ทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน ผมเชื่อเหลือเกินครับว่า แคมเปญนั้นๆ จะมีแนวโน้ม ที่จะประสบความสำเร็จได้มากขึ้น

Prime Video – Dubbing Factory แคมเปญดีๆจากของ ที่มีอยู่แล้ว

แคมเปญจาก Prime Video ประเทศฝรั่งเศส ที่นำพฤติกรรมของผู้ชม Video Streaming ใน ประเทศมาใช้งานร่วมกับ Social Media อย่าลงลงตัว

เพราะผู้ชมชาวฝรั่งเศสมากกว่าครึ่งชอบดูแบบพากย์ภาษาฝรั่งเศส ทำให้ Prime Video โปรโมทผ่าน TikTok โดยใช้ Feature ยอดนิยมอย่าง Duet จัด TikTok Challenge มา แบ่งปันให้ชาว TikTok ในฝรั่งเศสมาร่วมพากย์ เพื่อหานักพากย์หน้าใหม่ในซีรีย์ชื่อ The Boy จนคลิปทั้งหมดในแคมเปญมียอดวิวรวม 300 ล้านครั้ง ถูกสื่อในฝรั่งเศสเอาไปแชร์ต่อเป็นแคมเปญดังกันเลยทีเดียว

ส่วนตัวคิดว่าบางครั้งการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ผ่าน Data ที่ Platform มีอยู่แล้ว มีส่วนช่วยอย่างมากในการทำแคมเปญให้ประสบความสำเร็จ หรือแม้กระทั่งการใช้ Feature ที่คุ้นเคยไม่ต้องสร้างใหม่ กลับเป็นตัวช่วยให้แบรนด์ทั้งประหยัดเวลา และความเสี่ยง เห็น ไหมครับว่า แค่หยิบจับเอาข้อมูลใช้ง่ายรอบตัว หยอดความคิดสร้างสรรค์ลงไป ไม่ต้องปีน กระไดท่ายากก็ได้แคมเปญดีๆ แล้ว

Hack Market by Black Market แค่เข้าใจ ก็ใช้ประโยช์ จากคู่แข่งได้

แคมเปญนี้อาจหลุดจากเรื่อง Data นิดนึง แต่ชอบในความแสบของไอเดีย เริ่มต้นจาก Black Market ที่ขาย Tech Gadget ที่เรียกว่า Refurbish หรือ การนำของที่มีตำหนิ หรือของเก่ามาซ่อมแซมให้ผ่านมาตรฐาน ก่อนที่จะนำกลับมาขายใหม่ เพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรในการผลิตเครื่องโทรศัพท์

ความแสบทั้งหมดเริ่มต้นในวัน Earth Day ทีมงานของ Black Market แอบเข้าไป ส่งข้อความผ่าน Air Drop เข้าไปยังเครื่อง Demo ใน iPhone ที่โชว์ในร้าน Apple Store ถึงคนที่กำลังเลือกดูผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เห็นความสำคัญ ของการเลือกใช้สินค้า Refurbish ที่ Black Market ก่อนที่จะเปลี่ยนมาซื้อ iPhone เครื่องใหม่

งานนี้ ถือเป็นความแสบที่ใช้ Air Drop ของ Apple เพื่อแย่งลูกค้าจาก Apple เอง ซึ่งเอาจริงๆ ในด้านยอดขายก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าเพิ่มได้มากแค่ไหน แต่ถ้าวัด Impact ในการสื่อสารให้ คนรู้จักสินค้า Refurbish และตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ให้คุ้มก่อนซื้อของใหม่ ผมคิดว่าไอเดียนี้ได้บรรลุวัตถุประสงค์นั้นแล้ว

เราได้อะไรจากการได้เห็นตัวอย่างจากงานระดับโลก?

โดยรวมผมคิดว่าจากหลายงานที่เห็นใน LIA สะท้อนให้เห็นการตื่นตัวในแง่ของการนำ Data มาใช้ร่วมกับงาน Creative เพื่อเสริมให้ประสิทธิภาพของแคมเปญเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้ Feature ที่มีอยู่แล้วอย่างชาญฉลาด อ่านมาถึงตรงนี้ก็หวังว่าเคสโฆษณาการตลาดที่ รวบรวมมาให้ในวันนี้ น่าจะเป็นไอเดียที่หลายๆ ท่านนำไปประยุกต์ใช้ได้

ไว้ครั้งหน้า จะเปลี่ยนบรรยากาศเอาเรื่อง Insight ของวงการ E-Sport มาเล่าสู่กันฟัง จาก การไปร่วม Event สำคัญ อย่าง The International ที่เป็นการเเข่งขันชิงแชมป์โลกของเกม DOTA2 ในปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาให้ฟังนะครับ

Dissara Udomdej

Dissara Udomdej

CEO & Founder of Yell Advertising - อดีตบรรณารักษ์ ที่กลายมาเป็นนักโฆษณา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *