จะเป็นอย่างไร ถ้า AI สามารถเข้าใจภาพถ่าย ได้มากกว่าที่เคย

จะเป็นอย่างไร ถ้า AI สามารถเข้าใจภาพถ่าย ได้มากกว่าที่เคย

ถ้าพูดถึง “Artificial Intelligence ” หรือ AI หลายคนอาจนึกไปถึงหุ่นยนต์ หรือ สิ่งประดิษฐ์ดูไฮเทคๆ หน่อยใช่ไหมครับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว AI นั้นซ่อนตัวอยู่ในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างกลมกลืนเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลตัวตัวอักษร และยังก้าวล้ำไปถึงการสื่อสารและค้นหาด้วยภาพด้วย

วันนี้การตลาดวันละตอนก็เลยจะเอาเรื่องราวความฉลาดของ AI มาเล่าให้ฟังกันครับว่า AI ในทุกวันนี้ก้าวไปได้ไกลแค่ไหนแล้ว

AI มีการเรียนรู้ซ้ำ ๆ ได้อย่างอัตโนมัติและศึกษาผ่านข้อมูล

สำหรับ AI นั้นมีการเพิ่มความฉลาดขึ้นเรื่อยๆ จากการประมวลผลในงานซ้ำๆ ได้อย่างอัตโนมัติและศึกษาเรียนรู้ผ่านข้อมูลเหล่านั้น จนได้ข้อมูลที่พร้อมใช้งานและมีความแม่นยำมากขึ้น จนสามารถนำมาใช้ในการต่อยอดเพื่อทำการตลาด หรือในการทำธุรกิจอื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม และมีมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

เมื่อ AI สามารถบอกได้ว่าภาพที่เห็นนั้นกำลังสื่อสารอะไร

จะดีแค่ไหน ถ้า AI สามารถเล่าให้คุณฟังได้ ว่าภาพถ่ายสื่อสารอะไรกับคุณ?

ถ้าคุณลองหยิบภาพนี้ขึ้นมา และหันไปหาใครซักคนให้อธิบายภาพนี้ คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรใช่ไหมครับ คำอธิบายคงจะออกมาประมาณว่า ภาพนี้ประกอบด้วยกลุ่มวัยรุ่น กำลังเล่นกีตาร์ และดื่มเป๊ปซี่กันอย่างสนุกสนานท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร

แต่กลับกันถ้าเราเอาภาพนี้ไปคำถามนี้กับคอมพิวเตอร์หรือ AI ในยุค 5 ปีก่อนหน้านี้ คงไม่ใช่เรื่อง่ายนัก ที่จะให้ AI ประมวลผลภาพออกมาได้ เพราะคอมพิวเตอร์ยังไม่สามารถเข้าใจความหมายของภาพได้เหมือนกับมนุษย์

และวันนี้ก็มาถึง วันที่คอมพิวเตอร์ หรือ AI สามารถทำความเข้าใจภาพและประมวลผลออกมาเป็นรายละเอียดในภาพ ทั้งสีผิว สีผม เพศ อายุ และอื่นๆ ให้เราได้นำผลการประมวลไปวิเคราะห์และทำประโยชน์อื่นๆ ต่อได้

AI กับการนำมาใช้ในด้านการตลาด

การที่คอมพิวเตอร์ หรือ AI สามารถเข้าใจภาพได้นั้น มีประโยชน์มากมายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นในเชิงการลำดับเพื่อจัดเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ภาพเพื่อนำข้อมูลไปต่อยอดทางการตลาด

ลองคิดดูเล่นๆ ว่าถ้าแม่ค้าส้มตำคนนึงอยากรู้ว่าคนที่ชอบกินส้มตำ กินกันเวลาไหน แล้วกินกันยังไงบ้าง เค้าอาจจะไปค้น hashtag ว่า #ส้มตำ ในไอจีและเฟซบุ๊ค จากนั้นจะมีภาพขึ้นเป็นพันเป็นหมื่นที่พูดถึงเรื่องส้มตำ 

ลำพังถ้าให้แม่ค้าส้มตำนั่งไล่ดูภาพทั้งหมดเพื่อเข้าใจพฤติกรรมการกินส้มตำของคนมากขึ้น แม่ค้าคงได้ตาบอดก่อนจะปรับแผนการตั้งแผงได้จริงๆ แต่ถ้าแม่ค้าส้มตำเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ให้ AI หรือคอมพิวเตอร์ช่วยวิเคราะห์ภาพทั้งหมดจาก แฮชแทก #ส้มตำ แล้วให้ช่วยสรุปหาจุดร่วมได้ ก็จะทำให้แม่ค้าส้มตำสามารถนำไปปรับกลยุทธ์การตั้งแผง หรือปรับเมนูใหม่ เพื่อเพิ่มยอดขายได้ทันเวลาก่อนที่พฤติกรรมคนกินส้มตำจะเปลี่ยนไปนั่นเอง

เห็นมั้ยครับว่าเทคโนโลยีที่ดีที่สุดนั้น อาจจะไม่ใช้เทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่เทคโนโลยีที่ดีนั้น ควรเป็นเทคโนโลยีที่ต้องปรับให้เข้ากับชีวิตประจำวันของใครๆ ก็ได้ ต่างหาก

ส่วนใครที่อยากเรียนรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การทำตลาดในรูปแบบอื่นๆ แนะนำให้ไปอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ 

ในบทความหน้าผมจะมีอะไรมาอัปเดตอีกบ้าง สามารถติดตามได้ผ่านเพจการตลาดวันละตอน รวมถึง Twitter และ Blockdit ของการตลาดวันละตอนนะค​รับ

Nattapon Muangtum

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication / ผู้เขียนหนังสือการตลาดแบบรู้ใจ Personalized Marketing, การตลาดแบบฉลาดใช้ดาต้า Data-Driven Marketing และ Data Thinking / เป็นที่ปรึกษาด้าน Marketing และ Data-Driven ให้กับบริษัทบางแห่งและหน่วยงานบางแห่ง

Leave a Reply

Your email address will not be published.