จะเป็นอย่างไรในโลกยุคใหม่ที่ไม่มีข้อมูลจาก Third-Party Cookies อีกต่อไป

จะเป็นอย่างไรในโลกยุคใหม่ที่ไม่มีข้อมูลจาก Third-Party Cookies อีกต่อไป

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา  Adobe จัดงาน Adobe Summit 2021 ซึ่งเป็น การประชุมเกี่ยวกับ Digital Experience ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ในชื่อ Real-time Customer Data Platform (CDP) เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม 

โดยแอปฯ นี้ออกแบบมาเพื่อรองรับการ engagement กับลูกค้าโดยอาศัยข้อมูลขององค์กรเก็บรวบรวมโดยตรง (First-Party Data) ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถใช้ข้อมูลของลูกค้าที่แบรนด์รู้จักและไม่รู้จัก เพื่อจัดการโปรไฟล์ลูกค้าและ customer journey ได้อย่างไร้รอยต่อในระบบเดียว โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาข้อมูลคุกกี้จากเบราว์เซอร์ (third-party cookies) อีกต่อไป

A picture containing text

Description automatically generated

ทำไมต้อง Adobe Customer Data Platform?

นักการตลาดต้องมีสะเทือนกันบ้างเพราะตั้งแต่ช่วงต้นปี 2020 ที่ Google ได้มีการประกาศจัดระเบียบความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานมากขึ้น รวมถึงมีแผนที่จะเลิกสนับสนุนการใช้งาน third party cookies ทั้งหมด รวมถึง Apple เองก็ออกอัปเดต iOS 14.5 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ App Tracking Transparency ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำเรื่อง Data Privacy เข้าไปกันใหญ่

จากการส่งสัญญาณนี้ทำให้ภาคธุรกิจทั่วโลกหันมาสนใจประเด็น privacy กันมากขึ้น บวกกับทุกวันนี้ผู้บริโภคให้ความสำคัญและใส่ใจมากขึ้นกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นคือผู้บริโภคนั้นคาดหวังที่จะได้รับ Customer Experience ที่ดีและพิเศษยิ่งขึ้นในแบบ Personalization 

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้บริษัทต่างๆ จำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดึงดูดลูกค้า ดังนั้นการที่ Adobe เปิดตัวแอป Adobe CDP ที่รองรับ First-Party Data นั้นจะช่วยให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลที่ได้รับการยินยอมจากลูกค้ามาสร้างสรรค์ Customer Experience ตามความคาดหวัง ของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

Adobe Customer Data Platform ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้อย่างไรบ้าง?

A picture containing text

Description automatically generated
  • เป็นศูนย์กลางสำหรับ First-Party Data

Adobe Real-time CDP ทำหน้าที่เป็นฮับศูนย์กลางในการเก็บรวบรวมข้อมูล First-Party ได้หลายประเภท ทำให้เราสามารถจัดการโปรไฟล์ของลูกค้าได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเชื่อมข้อมูล First-Party กับเว็บหรือแอปฯ อื่นๆ ได้ด้วย 

  • สร้าง Personalized Experience ด้วย Machine Learning

ในขณะที่ Adobe CDP ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลลูกค้า Adobe Target ก็จะช่วยกลั่นกรองข้อมูลที่มีอยู่ผสานรวมเข้ากับคอนเทนต์ ข้อเสนอ และประสบการณ์แบบ Real-time  รวมทั้งระบุช่วงเวลาที่เหมาะสมระหว่างการคลิก เพื่อให้ผู้ใช้ลงทะเบียนและยินยอมให้ใช้ข้อมูล

  • Segment Match

เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยสนับสนุนเมื่อแบรนด์ต้องทำงานร่วมกันในการขยายขอบเขตของข้อมูล First-Party Data เพื่อให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกที่ดีขึ้น และสามารถทำการปรับแต่งแบบเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • Look-alike Segments

เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถระบุลูกค้าที่มีคุณลักษณะคล้ายคลึงกับลูกค้าที่แบรนด์นั้นๆ รู้จักเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ Segment Match กับแบรนด์ที่เป็นพาร์ทเนอร์กันได้อีกด้วย

  • B2B CDP 

Adobe Real-time CDP รุ่น B2B ที่เพิ่งเปิดตัวไปนี้ทำหน้าที่ในการรวมโปรไฟล์บัญชีลูกค้าองค์กร และโปรไฟล์บุคคลเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการทำงานแบบอัจฉริยะ และช่วยให้บริษัทที่ทำธุรกิจแบบ B2B สามารถคิดและดำเนินการได้เหมือนกับบริษัทที่ทำธุรกิจแบบ B2C

Adobe Summit เป็นการประชุมเกี่ยวกับ Digital Experience ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคตสำหรับการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลที่หลากหลาย  คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Adobe Customer Data platform และเครื่องมืออื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่

สุดท้ายนี้คุณอยากรู้และอัปเดตข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ Data Privacy สามารถ คลิก เพื่ออ่านเพิ่มเติมได้

ในบทความหน้าแบมจะมีอะไรมาอัปเดตอีกบ้าง สามารถติดตามได้ผ่านเพจการตลาดวันละตอน รวมถึง Twitter และ Blockdit ของการตลาดวันละตอนนะคะ

Bambinun*

Bambinun*

Content Creator แห่งการตลาดวันละตอน ที่หลงรักการเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือ พอๆ กับการกินของอร่อย และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเป็นทาสแมว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *