เปิดไอเดียแบรนด์ดัง! ใช้ Tech-driven-creativity อย่างลงตัว

เปิดไอเดียแบรนด์ดัง! ใช้ Tech-driven-creativity อย่างลงตัว

ในบทความนี้เราจะมาเล่าถึงการใช้ Tech-driven-creativity การนำเอาเครื่องมืออย่างเทคโนโลยีได้สร้างสรรค์อย่างลงตัว ทำให้สร้างจุดเด่นหรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นมา โดยสามารถเพิ่มขีดความสามารถของการแข่งขันในยุคนี้ไปได้ โดยยังสามารถตอบโจทย์เทรนด์แห่งอนาคตที่มีผลกระทบอย่างมากในการสร้างแบรนด์หรือการทำธุรกิจที่ต้องปรับตัวในปัจจุบัน

โดยเราจะยกตัวอย่างจาก 2 แบรนด์ Gucci แบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่ใครๆๆก็รู้จักเป็นอย่างดี และ KFC แบรนด์ฟาสฟู้ดชื่อดังที่เชื่อว่าเป็นแบรนด์โปรดของใครหลายๆคน โดยทั้ง 2แบรนด์ที่นำมาเล่านั้นได้ถือว่ามีแคมเปญที่น่าสนใจ มีกลยุทธ์การตลาดที่ค่อนข้างล้ำสมัยมากๆ ถือว่าเป็นหนึ่งใน Mega trends ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั่นเอง

Gucci x Roblox  

เคสนี้เราจะมาเล่าถึงแบรนด์ดังอย่าง Gucci ที่ก้าวเข้าสู่โลกเทคโนโลยี โดยเปิด Virtual Gucci Garden space อยู่ในแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Roblox ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นการสร้าง “ประสบการณ์” มากกว่าการมองตัวเองว่าเป็นแค่ “เกมส์” ทำให้ไม่แปลกใจที่จะมีผู้ใช้งานทุกเพศทุกวัย

ซึ่งการเปิดตัวของ Gucci Garden นั้นก็ถือว่าประสบควาสำเร็จในการทำ Advertising campaign เอามากๆ โดยเฉพาะ Gucci Dionysus Bag With Bee ที่ถูกวางขายแค่เพียง 2 วัน (วันละ 1 ชั่วโมง) ก็ทำให้ไอเท็มนั้น sold out ได้อย่างงรวดเร็ว โดยราคาวางขายอยู่ที่ 3,400 ดอลล่าร์ แต่ด้วยไอเท็มที่ลิมิเต็ดสามารถ resell ได้ราคาสูงถึง 4,115 ดอลล่าร์เลยแหนะ (บางที่ก็บอกว่าได้ถึง 10,000 ดอลล่าร์เลยทีเดียว) ถือว่านอกจากจะเป็นไอเดียในการนำ Tech-driven-creativity แล้วยังสามารถผสมผสานกับพฤติกรรมของคนได้เป็นอย่างดี จะช้อปช่วงนี้ก็ไม่กล้าจะออกไปเจอใคร ก็เอาไว้อวดคนในเกมส์ไปเลยสิคะ

Credit @FelixFuhg

ซึ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้นแคมเปญของ Gucci นั้นถือว่ามีความใกล้เคียงกับการทำ Alternative Reality เลยหละ

เมื่อการเติบโตก้าวเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตของเรามากยิ่งขึ้น ทำให้เราสามารถมีทางเลือกใหม่ๆ ในการที่จะสื่อสาร หรือเล่าเรื่องราวต่างๆออกมาได้อย่างตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างสมจริงมากยิ่งขึ้น

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า Virtual world นั้นมีมาหลายสิบปีแล้ว และก็ยังเป็นเรื่องที่ไกลตัวมากสำหรับใครหลายๆคน และการที่ใส่แว่น VR เดินอยู่ตามท้องถนนก็คงจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกใหม่เลยทีเดียว

แต่ตอนนี้เทคโนโลยีนั้นกระโดดเข้ามาใกล้ตัวของเราเรื่อยๆ เริ่มที่จะ Blended realities มากขึ้น ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ หรือแม้กระทั่ง Gaming engines ที่เริ่มทรงพลังยิ่งขึ้น ทำให้ประสบการณ์ของผู้ใช้นั้นถูก fulfilled ด้วยเทคโนโลยีที่ค่อนข้างสมูทและไร้รอยต่อกับโลกแห่งความเป็นจริงมากๆเลยทีเดียว

แล้ว  Alternative Reality ในอนาคตจะเป็นอย่างไร?

เป็นไปได้ยากมากที่เรานั้นอยากจะแยกโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกเมือนจริงออกจากกัน ด้วยความสามารถของเทคโนโลยีที่ทำให้ทุกอย่างดูง่าย รวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และคาดว่าจะมีการสร้าง Avatar มากขึ้น เพื่อเป็นวิธีหหลักในการโต้ตอบกับโลกควาเป็นจริงมากยิ่งขึ้น

ถ้าหากพูดแบบนี้ผู้อ่านอาจจะยังนึกภาพไม่ออก ด้านล่างนี้จะเป็นเคสตัวอย่างจากแบรนด์ดังต่างๆ ที่เริ่มหันมาปรับตัวให้ความสำคัญในโลก Virtual มากพอๆกับการใส่ใจหน้าร้านเพื่อตอบโจทย์กับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป

KFC Pocket store

อย่างเคสของ KFC ในประเทจีน ถึงแม้ว่าจะมีทั้งหมด 5,800 สาขา อาจจะฟังดูเยอะ แต่คิดเป็น 240,000 คนต่อ 1 สาขาเลยนะ โดยข้อจำกัดในการขยายสาขาก็คือค่าที่ดินในสูงมากกกกก จึงเกิดเป็น KFC Pocket store ออกมาในรูปแบบของ Virtual Store ที่เปิดบน social platform อันดับ 1 ที่ชื่อว่า WeChat ที่ให้ใครก็ได้เปิดร้าน + ออกแบบ +โปรโมท KFC ของตัวเองได้

สามารถสั่งซื้อ ดูโปรโมชั่น และไปรับหน้าร้านได้แบบ fast track ได้เลย เมื่อมีคนสั่งจาก Store ของเรา เราก็ได้จะได้รับส่วนลดจากทาง KFC ไปเลย แคมเปญนี้ทำให้ผู้ใช้พุ่งถึง 2.6 ล้านคนต่อวัน มียอดขายพุ่งทะลุถึง 900% และมี membership ถึง 2.5 ล้านคนเลยทีเดียว

Redistributed Ownership – จะเห็นได้ว่าเมื่อมีเทคโนโลยีเข้ามาใครๆก็เป็นเจ้าของได้ทั้งนั้น

เป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่ถูกจับตามองจาก Denstu ที่คาดว่าเทรนด์นี้จะขับเคลื่อนโดย Tech-driven-creativity ที่เข้ามาเราจะได้เห็นรูปแบบการเป็นเจ้าของใหม่ที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้ขอบเขตระหว่างผู้สร้าง ธุรกิจ และ community ที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

การที่แบรนด์นั้นแบ่งปันความสำเร็จร่วมกัน ทำให้ผู้บริโภคนั้นมองหาแบรนด์ที่ตอบแทนพวกเขาได้ทั้งเวลาและการมีส่วนร่วม รูปแบบการ degenderized แบบใหม่จะช่วยเพิ่มพลังให้กับฐานลูกค้าเดิมและยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิด community กับธุรกิจให้แน่นแฟ้นกันมากขึ้น

โดยบทความดังกล่าวจากด้านบนเป็นการพูดถึงเทรนด์ต่างๆที่ทาง Denstu ได้ประกาศเอาไว้ว่าโลกแห่งอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นมีอยู่ 5 อย่างด้วยกัน ซึ่ง 2 ใน 3 ของเทรนด์ที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นนั้นเกิดจากการนำ Tech-driven-creativity เข้ามาปรับใช้ในการสร้างแคมเปญต่างๆได้อย่างน่าสนใจและหวังว่าน่าจะเป็นไอเดียให้กับใครได้ดีเลยทีเดียว

ขอขอบคุณ Creative Trend Report 2022 จาก Denstu ที่ให้เราได้มาเล่าเคสดีๆให้เพื่อนๆทุกคนได้อ่านค่ะ

Pitchakorn Sirimonta

Pitchakorn Sirimonta

Freelance at Everyday Marketing.co and current social media management who has a passion for business innovation and believe in data-driven marketing.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น