TikTok For Business เครื่องมือการตลาดยุคใหม่ที่นักการตลาดและแบรนด์ต้องไม่พลาด!

TikTok For Business เครื่องมือการตลาดยุคใหม่ที่นักการตลาดและแบรนด์ต้องไม่พลาด!

ปฏิเสธไม่ได้ว่าแพลตฟอร์มที่มาแรงที่สุดในปี 2020 นี้ หนีไม่พ้นการยกตำแหน่งให้กับ TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่มาแรงจนเปรียบได้ว่าเป็นสถานที่ที่ทำให้หลายๆ ปรากฏการณ์กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงได้ อาทิ การสร้าง Challenge เพลงเต้นต่างๆ ที่ทำให้เพลงเหล่านั้นเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนหรือถูกพูดถึงกันอย่างเป็นวงกว้างในระยะเวลาอันรวดเร็ว หรือเทรนด์ไวรัลต่างๆ ที่ทุกคนต่างพูดถึง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวันนี้ TikTok จึงกลายเป็นแพลตฟอร์มที่นักการตลาด แบรนด์ และนักธุรกิจทุกขนาดตั้งแต่เล็ก กลาง ใหญ่ กำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แล้ว TikTok For  Business 2021 โซลูชั่นการตลาดดิจิทัลจาก TikTok น่าสนใจอย่างไร วันนี้จะมาเล่าให้ฟัง 

TikTok For Business เหมาะกับใคร?

TikTok ฮิตมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คำถามคือแบรนด์หรือธุรกิจ SMEs แบบไหนที่เหมาะกับการใช้ TikTok เป็นเครื่องมือในการทำการตลาดดิจิทัลบ้าง ต้องบอกว่าหลักๆ คือกลุ่มแบรนด์และธุรกิจ SMEs ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ ต้องการสร้างความทันสมัยให้กับแบรนด์ และสร้างแบรนด์ให้เกิดการจดจำในรูปแบบของการเล่าเรื่องราวของแบรนด์ในมิติใหม่

TikTok For Business 2021 เครื่องมือ Digital Marketing การตลาดยุคใหม่ ที่นักการตลาดและแบรนด์ต้องไม่พลาด! ถ้าอยากเข้าถึง Gen Z บน Social media

อีกทั้งแบรนด์และธุรกิจที่ต้องการทำการตลาดในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การสร้าง Awareness / Engagement / Consideration หรือ Action ก็ตาม เพราะ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มีฟีเจอร์ตอบโจทย์ทุก Marketing Funnel โดยเฉพาะกับแบรนด์หรืออุตสาหกรรมประเภทแฟชั่น บิวตี้ FMCG หรืออื่นๆ ที่เป็นสินค้าและบริการที่จับต้องได้ อย่าง Delivery Service / การไฟฟ้า / ฟิลม์ติดรถยนต์ ยังมีการทำแคมเปญผ่าน TikTok มาแล้ว จุดที่สำคัญจริงๆ มันคือ Content + Creativity + Context ต่างหากที่จะเป็น Factors สำคัญในการบอกว่า แคมเปญของคุณจะประสบความสำเร็จหรือไม่

แล้วทำไมแบรนด์และธุรกิจถึงควรใช้ TikTok For Business?

1. ศูนย์รวมกลุ่มคนรุ่นใหม่ กำลังซื้อสูง

อย่างที่บอกว่ากลุ่มเป้าหมายที่ TikTok มีทุกรุ่น ทุกวัย ไม่ว่าจะเด็ก วัยรุ่น GEN ใหม่หรือ GEN เก่า แต่กลุ่มเป้าหมายหลักยังเป็นกลุ่ม Users อายุ 18 – 34 ปี โดยกลุ่มนี้มีจำนวนกว่า 60% ของผู้ใช้ทั้งหมดในไทยเลย และถ้าเจาะลึกเข้าไปเพิ่ม 80% ของกลุ่มผู้ใช้นั้นเป็นนักเรียนและผู้เริ่มทำงานหรือ First Jobbers

ซึ่งกลุ่มนี้ต้องบอกว่าเป็นกลุ่มที่มี Purchasing Power สูง และแน่นอนว่าเป็นที่หมายตาของนักการตลาดและแบรนด์หลายๆ รวมถึงเจ้าของแบรนด์ด้วย เพราะฉะนั้นนักการตลาดท่านใดที่มีกลุ่มเป้าหมายอายุ 16-34 ปี ที่เป็นนักเรียนหรือคนทำงานใหม่เป็น Target ก็ต้องห้ามพลาดในการเข้าถึงพวกเค้าตามความสนใจของพวกเค้า อย่าเอาแต่รอให้พวกเค้ามาหาเราเองในช่องทางของเรา แต่สิ่งที่แบรนด์ควรทำก็คือ ไปหาเค้าในที่ๆ พวกเค้าอยู่แทน

2. Short Video ทำให้คนดูคลิปตั้งแต่ต้นจนจบได้ง่ายๆ

จุดเด่นของ TikTok แน่นอนว่าคือความเป็น Video สั้น ทำให้คนเสพง่าย เสพไว ต่อให้เป็นคลิปเนื้อเรื่องแปลกใหม่คนก็ยินยอมที่จะดูจนจบเพราะระยะเวลาที่เข้าถึงได้ เรื่อง Short Video จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักว่าทำไม TikTok ถึงได้รับความนิยมสูงจนสามารถสร้างปรากฏการณ์ Viral มากมายทั่วโลกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

แต่เรื่องนึงที่เราต้องเข้าใจก่อนจะสร้าง Video Ads เข้าไปเผยแพร่ในแพลตฟอร์มก็คือ Interest หรือ Behavior ของผู้ใช้ TikTok ในข้อ 1 เรารู้แล้วว่า ผู้ใช้ TikTok ส่วนใหญ่คือกลุ่ม 18  – 34 ปี ดังนั้นก่อนสร้างวิดีโอ เราควรจะรู้จักและเข้าใจคนกลุ่มนี้ต่อว่า Content แบบไหนที่เค้าอยากเสพ เพราะถึงแม้ว่าจะเป็น Short Video แต่เป็นเนื้อหาที่ไม่ตรงกับความสนใจเลย คลิป Ads ของเราอาจจะเข้าถึงคนได้จริง แต่ Repeat Rate หรือการดูซ้ำอาจจะต่ำ ดังนั้นพยายาม Blend ความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย + รูปแบบ Content ที่คนเสพในแพลตฟอร์มเข้าด้วยกัน

3. Machine Learning ที่ Drive Content ได้ดีกว่า

ด้วยการใช้ Machine Learning ของ TikTok ทำให้การนำเสนอหรือ feed content เป็นไปตามความสนใจและตรงความต้องการของผู้ใช้กลุ่มเป้าหมาย ดังนั้นหากนักการตลาดหรือผู้ประกอบการ SMEs ท่านไหนที่อยากสร้าง Awarenesss และ Engagement ผ่านการทำ User Generated Content (UGC) ก็สามารถทำได้ ดังนั้นก่อนสร้าง Ads บน TikTok สำคัญมากที่เราจะต้องรู้จุดประสงค์ของแคมเปญก่อนว่าทำไปทำไม เพื่ออะไร 

4. พื้นที่ที่มีรูปแบบโฆษณาที่น่าสนใจกว่า Creativity เยอะกว่า

ช่วงกลางปีที่ผ่านมา นักการตลาดออนไลน์อย่างพวกเราหลายๆ คนต้องเคยเห็นคำจาก TikTok ที่บอกว่า Don’t make ads. Make TikToks. กันมาบ้างแล้ว ซึ่ง TikTok เค้าก็ตั้งใจที่อยากให้นักการตลาดและแบรนด์เข้ามาสร้างแคมเปญด้วยคอนเซ็ปต์การบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ในรูปแบบที่สร้างสรรค์และน่าสนใจมากกว่าแค่โฆษณา พูดถึงแต่ข้อดีของตัวเองไปวันๆ

ทั้งนี้ก็เพื่อกระตุ้นความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายให้ชื่นชอบ เห็นแล้วสนุก อยากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญจากแบรนด์ด้วยตัวเองแบบไม่ต้องหวังของรางวัลไปงั้น แบบนี้แบรนด์เองก็จะได้รับผลตอบรับที่มีประสิทธิภาพมากกว่าด้วย ซึ่งรูปแบบโฆษณาบน TikTok ก็มีหลายแบบ มาดูกันเลยว่ามีแบบไหนที่เหมาะกับแคมเปญหรือแบรนด์ของเราอยู่บ้าง

TikTok For Business 2021 เครื่องมือ Digital Marketing การตลาดยุคใหม่ ที่นักการตลาดและแบรนด์ต้องไม่พลาด! ถ้าอยากเข้าถึง Gen Z บน Social media
  • Brand Takeover: รูปแบบโฆษณาในตำแหน่งแรกก่อนเข้าหน้า Feed ที่สร้างการเข้าถึง (Reach) ได้สูงสุด 100% เหมือนเปิด TikTok ปุ๊ปเจอปั๊ปเลย โดย Ads แบบนี้เหมาะกับคนที่ต้องการ Objective ทั้ง 2 ส่วน นั่นก็คือ Awareness และ Engagement เพราะมันเหมือนบังคับให้คนเห็นตั้งแต่หน้าแรกอยู่แล้ว และถ้าจะให้ดี Full Loop มากขึ้น ทำ Brand Takeover แล้วควรมี Link ที่พาไปสู่ Challenge ในการ Participate ให้คนได้ทำ UGC หรือเพิ่ม Brand Engagement มากขึ้น
  • Top View: รูปแบบโฆษณาในตำแหน่งแรกในหน้า Feed ที่สามารถสร้างได้ตั้งแต่การเข้าถึง (Reach), จำนวนคนที่เข้ามาบนแพลตฟอร์ม (Traffic) การพิจารณาเลือกซื้อ (Consideration) ไปสู่การตัดสินใจซื้อ (Conversion)  ซึ่งจะสามารถสร้างการแสดงผลทั้งการมองเห็น (View) และจำนวนครั้งที่แสดงโฆษณา (Impression) เป็นจำนวนมากหลายล้านครั้งต่อวัน
  • In-Feed Ads: รูปแบบโฆษณาที่จะปรากฏขึ้นระหว่างการแสดงคอนเทนท์ในหน้า Feed ซึ่งโฆษณารูปแบบนี้ยังสามารถทำได้ผ่าน โซลูชั่น Self-Serve จาก TikTok 
  • Hashtag Challenge: รูปแบบโฆษณาในลักษณะของการจัดแคมเปญ เพื่อชักชวนให้คนเข้ามาร่วมกิจกรรม สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ (Engagement) ได้อย่างมหาศาลในรูปแบบ User Generated Content หรือ คอนเทนท์ที่ถูกสร้างขึ้นจากผู้ใช้
  • Branded Effect: รูปแบบโฆษณาที่แบรนด์สามารถเข้ามาสร้างสรรค์ Effect ต่างๆ ทั้งภาพและเสียง เพื่อให้คนสามารถเลือกใช้ประกอบวิดีโอ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการจดจำและปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ได้อย่างลึกซึ้งมีประสิทธิภาพ 

5. Self-Serve Solution หรือ โซลูชั่นแบบบริการตัวเอง

ต้องบอกว่าแบรนด์ SMEs และนักการตลาดทุกคนสามารถใช้งาน TikTok ได้เองแบบไม่ยุ่งยากเลย เพราะ TikTok เค้ามีระบบ Self-Serve Solution ที่มีจุดเด่นทั้งหมด 6 ข้อ บอกเลยว่า รู้งี้แล้ว ลงมือเองได้ ไม่ต้องพึ่งมือที่ 3 ให้มาถ่าย ตัดต่ออะไรให้ยุ่งยากอีก ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กอย่าง SMEs ก็สามารถสร้างคอนเทนท์โฆษณาได้แบบมืออาชีพเลย ที่สำคัญสิ่งที่มันดีมากๆ ก็คือเพลงที่เราสามารถใช้ได้ TikTok เค้าก็มีให้เลือกกว่า 300 เพลงแบบถูกลิขสิทธิ์ โดยจุดเด่นทั้ง 6 ข้อ มีดังนี้

  1. Fast & Easy Setup: ติดตั้งสะดวก ง่ายดาย และรวดเร็ว
  2. Flexible Budget: จัดการงบประมาณการลงโฆษณาได้อย่างยืดหยุ่น
  3. Get the customer you want: ความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. Creative Tools: ครบครันด้วยเครื่องมือในการสร้างสรรค์วิดีโอสั้นในแพลตฟอร์มที่ช่วยทำให้การสร้างโฆษณาในรูปแบบวิดีโอสั้นได้อย่างมืออาชีพ
  5. Easily Measures: วัดผลโฆษณาได้ง่ายดายและแม่นยำ
  6. Drive Results: ตั้งค่าเพิ่มผลลัพธ์ ตอบสนองทุกความต้องการทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ส่อง Success story แบรนด์และธุรกิจที่ทำการตลาดบน TikTok มาแล้ว

มาถึงตรงนี้ลองมาดูกันดีกว่า ว่ามีแบรนด์และธุรกิจไหนที่ทำการตลาดบน TikTok For Business แล้วบ้าง เผื่อจะเป็นไอเดียให้นักการตลาด แบรนด์ และธุรกิจตั้งแต่ เล็ก กลาง ใหญ่ ได้นำไปใช้กับแบรนด์ของตัวเอง

@pomelofashion

เพียงติด hashtag #WalkwithPomelo #ad ก็มีโอกาสลุ้นรับ MacBook Pro มูลค่า 42,900 บาท ง่ายๆ แค่ถ่ายคลิปเดินอย่างมั่นใจและโพสต์ลง TikTok

♬ Major – Lesley Pierce

แคมเปญ #walkwithpomelo จาก Pomelo: สร้างสถิติถล่มทลายทั้งยอดวิวและผู้เข้ามามีส่วนร่วมกับแคมเปญ ส่งผลให้ยอดวิววิดีโอสูงถึง 176.4 ล้านวิว ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน นอกเหนือจากนี้ยอดขายยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระหว่างการจัดแคมเปญที่เทียบเท่ากับมหกรรม 11/11 เลยทีเดียว 

NIVEA แคมเปญ #PutURHandsUpChallenge: โดยในทันทีที่แคมเปญถูกเผยแพร่ออกไป แบรนด์ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีด้วยยอดวิววิดีโอสูงถึง 10 ล้านวิว ภายในเวลาเพียง 6 วัน ที่สำคัญคือแคมเปญบน TikTok ครั้งนี้ของนีเวีย ยังช่วยเพิ่มยอดขายของผลิตภัณฑ์นีเวียโรสเซรั่มได้มากกว่า 26% หลังเปิดตัวแคมเปญด้วย 

BM Collagen Plus: ตัวอย่างแบรนด์ที่ได้สร้างการปรับเปลี่ยนให้แบรนด์ตามทันการเปลี่ยนแปลงของผู้ใช้ ด้วยการเลือกทำโฆษณาใน TikTok ที่สามารถเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์ได้ถึง 200% และมี CPM หรือ Cost per 1,000 impression ถูกที่สุดในประเภทของสินค้าในอุตสาหกรรมนี้ นอกจากนี้ “BM Collagen Plus”ยังบรรลุเป้าหมายในการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าได้อย่างเป็นวงกว้าง สะท้อนจากการเพิ่มจำนวนคนที่ทักแชทใน LINE OA สอบถามเกี่ยวกับสินค้าและเปลี่ยนเป็นการซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว

Cardinal Film: เป็นแบรนด์ฟิล์มติดรถยนต์ ติดอาคาร เกรดพรีเมี่ยม ที่พอทำแคมเปญร่วมกับ TikTok ก็มีผู้คนเข้าดูวิดีโอบน TikTok มากกว่า 10 ล้านครั้ง การลงโฆษณาบน TikTok มักจะเห็นว่ามีคนคลิกเข้ามารับชมในจำนวนมาก ซึ่งเรียกได้ว่าคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปกับการลงโฆษณาบน TikTok  

เป็นยังไงกันบ้าง ทั้งหมดนี้ ง่าย สะดวก ที่สำคัญวัดและติดตามผลได้แบบทุกอย่างครบ จบในแพลตฟอร์ม TikTok For Business อย่างเดียวเลย แถมยัง Achieve เป้าหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการรับรู้ เพิ่มการมีส่วนร่วม ต่อยอดไปถึงการพิจารณาแบรนด์ สู่การตัดสินใจซื้อสินค้า TikTok ซึ่ง TikTok เค้าก็มีปุ่มให้ผู้ใช้สามารถคลิกเพื่อเชื่อมไปที่หน้า Commerce ของเราได้ด้วย 

โดยทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ยิง Ads ไปเรื่อยเท่านั้น แต่มันคือการสร้างความน่าสนใจผ่าน Storytelling เพื่อดึง Users อีกมากมายให้เข้ามาร่วมกับเราด้วยเอง จนเกิดเป็น UGC Hub ทรงคุณค่า ที่แบรนด์สามารถนำไปต่อยอด ดังนั้นหากแบรนด์ไหนต้องการทำแคมเปญครั้งหน้า เพื่อสร้าง Awareness / Engagement / Consideration หรือ Conversion ก็ต้องบอกเลยว่า TikTok ถือเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์เป้าหมายทางการตลาดได้อย่างแท้จริง 

ไม่แน่ในปี 2021 คุณอาจจะได้เห็นการตลาดวันละตอนบน TikTok ก็เป็นได้ ใครที่มีไอเดียอยากให้การตลาดวันละตอนทำคอนเทนท์อะไรบน TikTok สามารถแชร์มาในคอมเมนต์ได้เลย ไอเดียใครโดนจนเราต้องรีบเอาไปใช้ จะขอเลี้ยงกาแฟตอบแทนเป็นการส่วนตัวเลยแล้วกัน ^^

อ่านบทความเกี่ยวกับ TikTok เพิ่ม >> Click Here

Nattapon Muangtum

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication / ผู้เขียนหนังสือการตลาดแบบรู้ใจ Personalized Marketing, การตลาดแบบฉลาดใช้ดาต้า Data-Driven Marketing และ Data Thinking / เป็นที่ปรึกษาด้าน Marketing และ Data-Driven ให้กับบริษัทบางแห่งและหน่วยงานบางที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *