Research พบการใช้ AR ในการ Shopping โตขึ้น ในอีก 5 ปีข้างหน้า

Research พบการใช้ AR ในการ Shopping โตขึ้น ในอีก 5 ปีข้างหน้า

เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมปี 2021 ที่ผ่านมา Research ล่าสุดของกลุ่ม Publicis Media และบริษัทโซเชียลมีเดียชื่อดังสีเหลืองหรือ Snapchat อย่าง Alter Agents พบว่า Augmented Reality หรือ AR ในการ Shopping โตขึ้น พร้อมๆ กับการที่คนเริ่ม Engage กับแบรนด์ผ่านการใช้ AR มากขึ้นด้วย ซึ่งในผลสำรวจยังพบอีกด้วยว่าการใช้งาน AR จะโตขึ้นอีก ในอีก 5 ปีข้างหน้า ในฐานะเครื่องมือในการช่วยให้ Shopping Experience ของคนดีขึ้นค่ะ

สิ่งนึงที่ลูกค้าคาดหวังจากแบรนด์ก็คือ Experience ที่เพิ่มขึ้นหรือความรู้สึกที่ได้ Interact กับแบรนด์ ซึ่ง AR เนี่ยแหละที่เป็นหนึ่งใน Touchpoint ที่ทำให้คนสานสัมพันธ์กับแบรนด์ได้ และแบรนด์ก็ไม่ค่อยปล่อยกระแสเทรนด์ AR นี้ไว้เฉยๆ และควรเริ่มลงมือใช้ประโยชน์จากมัน เริ่ม Develop มันตั้งแต่วันนี้เพื่อเก็บเกี่ยวผลลัพธ์ในระยะยาวก่อนคู่แข่งนั่นเองค่ะ

ต้องบอกว่า Research เล่มนี้เป็นการทำ Quantitative Survey กับกลุ่มลูกค้าทั้งหมด 4,000 คน ในช่วงอายุ 13-49 ปี โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มละ 1,000 คนจากทั้งหมด 4 ประเทศ นั่นก็คือ ประเทศอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส และประเทศซาอุดิ อราเบีย โดยมี Key findings จาก Survey ดังนี้

  • กลุ่มคนใช้งาน Social Media อย่าง Snapchat 56% มีแนวโน้มติดการใช้ Branded AR: แถมยังมีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้านั้นๆ หลังจากได้ลอง Experience กับสินค้าผ่าน AR lenses มาก่อน ซึ่งข้อสันนิฐานนี้ ยิ่งมีแนวโน้มที่สูงขึ้นในกลุ่มธุรกิจอย่าง Home Décor ตกแต่งบ้าน (73%) ธุรกิจที่เน้นPersonalization (73%) กลุ่มธุรกิจที่เป็น Visual Try-on หรือควรลองด้วยตาก่อนซื้อจริง (72%) และกลุ่มธุรกิจหรือสินค้าที่ควรมีการจำลองภาพ สาธิตให้ดูก่อน (70%)
  • มากกว่าครึ่งนึงของจำนวนผู้ทำ Survey อายุ 13-49 ปี เคยใช้ AR มาก่อนอยู่แล้ว: ซึ่งถ้าให้ระบุให้เห็นความ Impact ต้องบอกว่า 3 ใน 4 คนยอมรับและเห็นด้วยว่า AR จะมีผลต่อการ Shopping ซื้อของของพวกเค้าเพิ่มขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า ยังไม่พอ 2 ใน 3 คนบอกด้วยว่า การได้ลอง Branded AR มีส่วนช่วยให้เค้าตัดสินใจซื้อของได้มากกว่าเดิม
  • ผู้บริโภค 54% บอกว่ามองหา Branded AR: จากคนที่เข้ามาตอบ Survey มีคนจำนวนมากกว่าครึ่งที่บอกเลยว่าพวกเค้า Actively มองหา AR จากแบรนด์ต่างๆ ผ่านแอปอย่าง Snapchat ด้วย

จะเห็นได้ว่า Technology อย่าง AR ที่เป็นกระแสมาตั้งนานแล้วนั้น ก็ใช้เวลาที่จะโตพอสมควรเหมือนกัน ในช่วงแรกหลายคนอาจจะคิดว่า AR มันไม่เวิร์คเลย แต่วันนี้จะเห็นได้ว่า ในวันที่ AR lenses แพร่หลายในแพลตฟอร์ม Social Media ต่างๆ ตั้งแต่ Snapchat / Instagram / LINE รวมไปถึง TikTok ก็ทำให้คนคุ้นชินกับมันไปแบบไม่รู้ตัว แถมหลายคนอาจจะยังเรียก AR เป็นแค่ Filter โดยที่ยังไม่รู้เลยด้วยว่ามันคือเทคโนโลยี AR ค่ะ 

อย่างไรก็ตาม เรื่องของ Rate การเติบโตในการใช้ AR ในการ Shopping ก็ต้องยกให้กับสภาวะโควิด 19 ที่นอกจากจะ Accelerate ส่วนของพฤติกรรมการซื้อของผ่านออนไลน์แล้ว ยังเป็นเหมือนแกนบังคับให้คนลองใช้ Branded AR เพื่อทดลองสินค้าก่อนซื้อจริงเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้เมื่อมี Trial การใช้แล้ว การใช้งานครั้งต่อๆ ไปก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามไปด้วย โดยเฉพาะสินค้าที่ลูกค้าหลายคนอยากลองก่อนซื้อจริงค่ะ

ซึ่งหลังจากนี้ AR Experience ก็อาจจะกลายเป็นอีกหนึ่ง Step ในการวาง Customer Journey แล้วก็ได้  ยิ่งถ้า Popularity และการใช้งานหรือ Adoption เพิ่มสูงขึ้นมากเท่าไร นักการตลาดก็ปฎิเสธไม่ได้ที่จะหยิบ Touchpoint นี้ใส่เข้าไปใน Journey ของลูกค้าเพิ่มด้วยนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ Survey ยังเผยให้เห็นด้วยว่า Gen Z เป็นกลุ่มที่มีความคุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยี AR มากที่สุด แถม Gen Z ยังเป็นกลุ่มที่ใช้ AR แล้วเกิด Conversion rate หรือเรมการซื้อสินค้าจริงสูงที่สุดด้วยเช่นกัน ในขณะที่ผู้บริโภคกลุ่ม Gen ที่แก่ขึ้นอย่าง Millennial และ Gen X นั้นก็ไม่ถึงกับว่าห่างไกล AR นะคะ เพราะทั้ง 2 Generations นี้โชว์ความสนใจในการใช้ AR เพิ่มขึ้นมาก แถมมี Potential สูงที่จะใช้มันในการเลือกซื้อสินค้าในอนาคตด้วย

ต้องบอกว่าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตัวเลขถึงบอกว่า AR ในการ Shopping โตขึ้น ในอีก 5 ปีข้างหน้า เพราะนอกจากกลุ่ม Gen ใหม่ๆ อย่าง Gen Z และต่ำกว่าที่ปรับตัวและคุ้นเคยกับเทคโนโลยีได้มากกว่าจะโตขึ้นแล้ว กลุ่ม Older Generations เองก็ได้เวลาเพิ่มในการปรับตัวเข้าหา Tech ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย

ดังนั้นหากธุรกิจไหนที่ตกอยู่ในกลุ่ม 4 ประเภทหลักด้านบน ตั้งแต่กลุ่ม Home Décor / กลุ่มธุรกิจที่เน้น Personalization / กลุ่มธุรกิจที่เป็น Visual Try-on หรือควรลองด้วยตาก่อนซื้อจริง / และกลุ่มธุรกิจหรือสินค้าที่ควรมีการจำลองภาพ สาธิตให้ดูก่อน ก็ต้องรีบวางแผนและลงมือเตรียมความพร้อมให้กับBranded AR เพื่อจะเพิ่มมันเข้าไปใน Strategy และ Journey เส้นใหม่ของลูกค้าในอีก 5 ปีข้างหน้าแล้วค่ะ

ตัวอย่างการใช้ Branded AR ใน ในการ Shopping บนสื่อ Social Media อย่าง Snapchat

1. แบรนด์ Gucci สร้าง AR สำหรับ Try-on

AR ในการ Shopping ของแบรนด์ Gucci

ตัวอย่างแคมเปญ Branded AR บนสื่อ Snapchat ที่ให้คนสามารถกดลองรองเท้าได้เลย แถมยังสามารถเลือก Shop Now เพื่อข้ามไปสู่ตลาด E-commerce ของแบรนด์ได้เลยด้วย เอาจริงๆ พอดูรูปแล้วคือเสมือนใส่จริงอยู่นะคะ ถือว่าทำ AR ได้ดีทีเดียวเลย

2. องค์กร WHO กับการใช้ AR เพื่อกระตุ้นยอดบริจาค

AR ในการ Shopping ขอรับบริจาคเงินขององค์กร WHO

อีกหนึ่งโครงการจากองค์กรอย่าง WHO ที่ไม่ใช่แบรนด์ขายของจ๋าๆ กันบ้าง สิ่วที่ WHO ทำก็คือขอรับบริจาคในช่วงวิกฤต COVID19 ที่ผ่านมา โดยการสร้าง AR Experience ผ่านการแสกนแบงก์เงิน Dollars ทั้งหมด 23 ใบที่แตกต่างกันจากทั้งหมด 33 ประเทศ 11 ภาษา เช่น แบงก์ 5 แบงก์ 100 Dollars เป็นต้น เมื่อคนแสกนแบงก์ต่างๆ ก็จะมี AR ป๊อปอัพขึ้นมาบอกว่าเงินแต่ละส่วนจะถูกใช้ในด้านใดบ้าง เช่น ด้านการดูแลผู้ป่วน / ด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลน / หรือด้าน Research หาวัคซีนและการพัฒนาต่างๆ นั่นเองค่ะ

3. บริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ Verizon กับการทำ Concert 5G

AR ในการ Shopping ใน Snapchat

ตัวอย่างสุดท้ายที่เพลินเอามาแชร์จาก Snapchat ก็คือการทำ Concert 5G ของบริษัทเครือข่ายสัญญานโทรศัพท์ Verizon ที่จับวงนักร้องชื่อดังที่มีชื่อเข้าชิง Grammy Awards อย่างวง Black Pumas มาถ่าย Concert ผ่านเทคโนโลยี Motion Captures ก่อน หลังจากนั้นก็ใช้ระบบของ Snapchat ในการเปลี่ยนให้เป็น Branded AR 5G Concert ที่ให้คนเอาวงไปแปะตรงไหนก็ได้เพื่อชม Concert แบบเก๋ๆ ค่ะ

3 ข้อข้างบนก็คือตัวอย่างการทำ Branded AR บน Snapchat ซึ่งก็มีข้อควรระวังนึงที่เพลินอยากเตือนก็คือ หากแบรนด์ไหนที่อ่านแล้วอยากทำ AR lenses บ้าง เพลินแนะนำว่าทำแล้วก็ต้องทำให้ดีไปเลยนะคะ เพราะถ้าทำแล้วมันไปไม่สุด คนใช้แล้วเกิด Bad Experience มากกว่า Real / Fun หรือ Helpful Experience เนี่ย คนอาจจะโหลดมาใช้แค่ครั้งเดียว แล้วอาจจะไม่กลับมาใช้งานอีกเลยก็ได้ ดังนั้นก้าวแรกเป็นก้าวสำคัญ หากไม่รู้จะเริ่มตรงไหน อาจจะเริ่มจากแค่ AR Filter ในแพลตฟอร์ม Social Media ต่างๆ ดูก่อนก็ได้ค่ะ พวก Snapcaht / Instagram Story / IG Reels / TikTok หรือ LINE ก็ได้เช่นกัน แล้วถ้ามันเวิร์คก็เริ่มลง App หรืออื่นๆ ที่ต้องลงทุนมากขึ้นดู ยังไงก็ลองดูนะคะ เชื่อว่าคนไทยเราก็ Adopt อะไรพวกนี้ได้เร็วไม่แพ้ชาติอื่นแน่ๆ ค่ะ

Source: https://forbusiness.snapchat.com/blog/snapchats-most-inspiring-ar-campaigns-of-2020

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *