Data-Driven Campaign การตลาดผ่าน Ad Blockers ทำให้คนอยากออมมากขึ้น

Data-Driven Campaign การตลาดผ่าน Ad Blockers ทำให้คนอยากออมมากขึ้น

นี่คือแคมเปญการตลาดที่ใช้ Data-Driven Campaign แบบฉลาดแต่เรียบง่าย ด้วยการล้อกับเทรนด์ที่คนรุ่นใหม่ชอบใช้ Ad Blockers เพื่อปิดกั้นโฆษณาที่น่ารำคาญ และก็เลยทำให้ธนาคารแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า Fifth Third Bank ทำแคมเปญการตลาดที่ชื่อว่า Buy Now Blocker ที่จงใจทำแอดล้อเลียนโปรแกรม Ad Blockers ที่คนรุ่นใหม่ชอบใช้กัน เพื่อสะกิดให้คนหันมาออมเงินมากขึ้น แทนที่จะเอาช้อปปิ้งอะไรที่ไม่จำเป็น

Digital Stat 2020 คนไทยใช้ Ad Blockers 38%

Buy Now Blocker แคมเปญการตลาดธนาคาร Fifth Third Bank ในแบบ Ad Blockers ที่ใช้ Data-Driven Campaign บล็อคทุกโฆษณาที่ควรขึ้นเพื่อสะกิดให้คนออม

คนไม่ติดตั้งโปรแกรม Ad Blockers แบบผมก็คงจะหลงคิดเหมือนกันว่า มันจะมีสักกี่คนที่ติดตั้งโปรแกรมบล็อคโฆษณากันเชียวนะ แต่เมื่อดูจาก Digital Stat 2020 ฉบับปลายปีล่าสุดบอกให้รู้ว่า คนไทยกว่า 38% ติดตั้งกันหมดแล้วนะ แล้วค่าเฉลี่ยโลกเองก็สูงถึง 42% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตด้วยซ้ำครับ

ดังนั้นการที่เราไม่ใช้ไม่ได้หมายความว่าคนอีกมากจะไม่ใช้ เพราะตัวเลข 38% ที่บอกให้รู้ว่าคนไทยติดตั้ง Ad Blockers นั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะส่วนหนึ่งเองก็มาจากโฆษณาที่คอยมากวนใจตลอดเวลา เพราะถ้านักการตลาดคนไหนทำโฆษณาแบบ Personalization ออกไปก็น่าจะทำให้การเปิดใจยอมรับโฆษณากลับมาเพิ่มขึ้นได้ในวันข้างหน้า

ทีนี้เมื่อการติดตั้งโปรแกรมบล็อคแอดเป็นเรื่องปกติของคนรุ่นใหม่ แทนที่จะกลายเป็นสถานการณ์ที่แบรนด์ต่างๆ กลัวไม่อยากเข้าใกล้ แต่กลายเป็นว่าอยู่ดีๆ ก็มีแบรนด์หนึ่งที่ใจกล้า ไม่ได้เชิญชวนให้คนมาติดตั้งโปรแกรม Ad Blockers ในเครื่องนะครับ แต่พวกเขาอาสาลงโฆษณาในรูปแบบบล็อคแอดเพราะจะช่วยบล็อคคุณจากโฆษณาที่จะหลอกล่อ หลอกลวงให้คุณเสียเงินกัน

Buy Now Blocker แคมเปญการตลาดธนาคาร Fifth Third Bank ในแบบ Ad Blockers ที่ใช้ Data-Driven Campaign บล็อคทุกโฆษณาที่ควรขึ้นเพื่อสะกิดให้คนออม

เพราะโฆษณาโดยธรรมชาติมีหน้าที่หลอกล่อให้คุณใช้เงินกับผู้ลงโฆษณามากที่สุด ทำให้บรรดาเจ้าของแพลตฟอร์มโฆษณาต่างๆ ก็พยายามทำให้คุณได้เห็นแอดที่คุณน่าจะกำลังต้องการ เพื่อที่คุณจะได้จ่ายเงินซื้อสินค้าหรือกดคลิ๊กเข้าไป และนั่นก็จะทำให้เจ้าของแพลตฟอร์มต่างๆ ที่เราใช้ฟรีไม่ว่าจะ ​Facebook, Google, YouTube หรือ Instagram และอื่นๆ มีรายได้กลับมาจ่ายเงินเดือนพนักงานและกลายเป็นเงินปันผลก้อนโตออกมาทุกสิ้นปีให้กับผู้ถือหุ้นมหาเศรษฐีทั้งหลายครับ

และยิ่งโฆษณาสมัยนี้โผล่ขึ้นมาอย่างแม่นยำประหนึ่งได้ยินว่าเราเพิ่งคุยอะไรด้วยซ้ำ ก็ยิ่งทำให้คนส่วนมากเผลอตัวเผลอใจกดซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็นไปมากมาย บางครั้งแค่ค้นหาข้อมูลเล่นๆ แต่กลับโดนโฆษณาเหล่านั้นหลอกหลอนด้วยเทคนิค Re-Targeting หรือ Re-marketing เทคนิคพื้นๆ นี้แหละครับทำให้เราเผลอเสียเงินมากมายไม่รู้ตัว

และนั่นเองก็เลยทำให้ธนาคารแห่งหนึ่งเห็นโอกาสนี้ที่จะสะกิดให้คุณรู้ตัวว่าคุณอาจจะกำลังเผลอช้อปโดยไม่รู้ตัว ด้วยการทำโฆษณาไม่ได้หวังให้คุณต้องมาซื้อสินค้าใดจากเค้า แต่โฆษณาจากธนาคารแห่งนี้คาดหวังว่าคุณจะใช้เงินอย่างฉลาด และก็หันมาออมเงินกับเขามากขึ้นนั่นเอง

Buy Now Blocker แคมเปญการตลาดในรูปแบบ Ad Blockers จากธนาคาร Fifth Third Bank

Buy Now Blocker แคมเปญการตลาดธนาคาร Fifth Third Bank ในแบบ Ad Blockers ที่ใช้ Data-Driven Campaign บล็อคทุกโฆษณาที่ควรขึ้นเพื่อสะกิดให้คนออม
Buy Now Blocker แคมเปญการตลาดธนาคาร Fifth Third Bank ในแบบ Ad Blockers ที่ใช้ Data-Driven Campaign บล็อคทุกโฆษณาที่ควรขึ้นเพื่อสะกิดให้คนออม

นี่น่าจะเป็นแคมเปญโฆษณาแรกของโลกที่ตั้งใจทำออกมาให้เหมือน Ad Blockers โดยไม่เกรงกลัวใดๆ เพราะวัตถุประสงค์ของแคมเปญ Buy Now Blockers ของธนาคาร Fifth Third Bank นี้ก็ต้องการให้คุณไม่เห็นแอดโฆษณาใดๆ มากวนใจที่จะพาลกวนเงินในกระเป๋าคุณออกไป เพราะเขาเลยเลือกทำโฆษณาเพื่อบล็อคโฆษณาที่ควรจะขึ้นเมื่อคุณเพิ่งกดไลก์ หรือเสิร์จหาอะไรก็ตาม

เพราะหลักการของ Digital Advertising คือระบบจะพยายามเดาใจให้ได้มากที่สุดว่าคุณกำลังสนใจเรื่องอะไร และก็จะหาโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของคุณที่มีคนรอจ่ายเงินอยู่ในระบบหยิบขึ้นไปแสดงผลให้คุณเห็น

ดังนั้นเมื่อไหร่ที่เราเสิร์จหาสินค้าอะไรสักอย่าง ผมมั่นใจ 150% ว่าเราต้องเห็นโฆษณาสินค้าประเภทนั้นโผล่ขึ้นมาแทบจะทันทีแน่นอน หรือบางครั้งเราแค่เผลอไปกดไลก์บางคอนเทนต์โดยไม่ตั้งใจ ก็ถูกโฆษณาที่คล้ายๆ กับเนื้อหาของคอนเทนต์ประเภทนั้นตามหลอกล่อให้เรากดซื้อได้ทั้งวัน

จากจุดนั้นเองธนาคาร Fifth Third Bank จึงทำโฆษณาเพื่อบล็อคโฆษณาต่างๆ ที่ควรจะโผล่มาให้คุณเห็นแทน เช่น ถ้าคุณเพิ่งกดไลก์รูปภาพกระเป๋าสวยๆ สักใบบน Instagram แทนที่จะมีโฆษณากระเป๋าใบนั้นหรือใบอื่น กลับกลายเป็นโฆษณาที่บอกให้คุณรู้ว่า “นี่ควรจะเป็นโฆษณากระเป๋า หรือสินค้าที่คุณเพิ่งสนใจเมื่อกี๊” จากนั้นก็ตามมาด้วยข้อความอธิบายที่บอกให้คุณรู้ว่าเลิกนิสัยช้อปปิ้งไม่จำเป็น แล้วหันมาติดตามการใช้เงินผ่านแอป Dobot ของเราดีกว่า

Buy Now Blocker แคมเปญการตลาดธนาคาร Fifth Third Bank ในแบบ Ad Blockers ที่ใช้ Data-Driven Campaign บล็อคทุกโฆษณาที่ควรขึ้นเพื่อสะกิดให้คนออม

เพราะแอป Dobot จากธนาคาร Fifth Third Bank จะช่วยติดตามพฤติกรรมการใช้เงินของเราทุกครั้งที่ใช้ไป เพื่อจะได้ช่วยสะกิดให้เรารู้ว่าเมื่อไหร่เรากำลังใช้เงินเกินตัวมากจนเกินไป หรือตอนไหนที่เรากำลังช้อปปิ้งข้าวของที่ไม่จำเป็นแทนที่จะออมเงินไว้สำหรับใช้ในเรื่องจำเป็นในอนาคต

แต่สุดท้ายจะเรียกว่าโฆษณานี้เป็นโฆษณาที่ไม่หวังผลทางการตลาดก็ไม่ถูก เพียงแต่วัตถุประสงค์ทางการตลาดแคมเปญ Buy Now Blockers นี้ไม่ได้หวังให้คุณต้องมาใช้เงิน แต่หวังให้คุณมาออมเงินกับเขามากกว่า เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโฆษณาดีๆ เพื่อสะกิดให้เรามีพฤติกรรมที่ดีขึ้นกว่าเดิมก็ได้ครับ โฆษณาแบบนี้ผมสนับสนุนสุดตัว

เป็นอย่างไรบ้างครับกับแคมเปญการตลาดแบบ Data-Driven Marketing ที่เริ่มจากการเข้าใจว่า Digital Marketing ทำงานอย่างไร Digital Advertising ทำงานแบบไหน แล้วเราจะเข้าไปใช้ประโยชน์จากระบบนี้ได้อย่างไร เหมือนที่แคมเปญ Buy Now Blockers จาก Fifth Third Bank เห็นโอกาสนี้จึงรีบใช้ ก่อนที่คู่แข่งธนาคารอื่นจะเห็นโอกาสดึงลูกค้าให้ไปออมเงินกับตัวเองครับ

ถ้าอยากรู้ว่าแคมเปญนี้ใช้ Data-Driven Campaign อย่างไร หาคำตอบได้ในคลิปนี้ครับ

อ่านแคมเปญการตลาดแบบ Data-Driven Marketing ในการตลาดวันละตอนต่อ > https://www.everydaymarketing.co/tag/data-driven/

Nattapon Muangtum

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication / ผู้เขียนหนังสือการตลาดแบบรู้ใจ Personalized Marketing, การตลาดแบบฉลาดใช้ดาต้า Data-Driven Marketing และ Data Thinking / เป็นที่ปรึกษาด้าน Marketing และ Data-Driven ให้กับบริษัทบางแห่งและหน่วยงานบางที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น