Apple เจ้าแม่ Advertising เรียบง่ายแต่อิมแพค เปรียบสินค้าว่าเป็น Life saver

Apple เจ้าแม่ Advertising เรียบง่ายแต่อิมแพค เปรียบสินค้าว่าเป็น Life saver

Apple เจ้าแม่ Advertising เรียบง่ายแต่อิมแพค เปรียบสินค้าว่าเป็น Life saver

บทความวันนี้เป็นเคสสั้น ๆ ที่นักการตลาดและวงการโฆษณาอาจเคยเห็นกันแล้ว  แบรนด์เทคโนโลยีอันดับต้น ๆ ของโลกอย่าง Apple ถึงแม้จะไม่ต้องทำโฆษณามากก็มีคนดังถือให้บ่อย ๆ อยู่แล้ว แต่ความครีเอตที่เรียบง่ายของแบรนด์ก็ไม่เคยแผ่วอิมแพคลงเลย

911, What’s your emergency?

สมาร์ทวอทช์ Series 7 ของ Apple วางจำหน่ายครั้งแรกในเดือนตุลาคมปี 2021 และเพื่อกระตุ้นยอดขาย เลยเน้นย้ำฟีเจอร์ช่วยชีวิตฉุกเฉินอีกครั้งหนึ่งผ่านโฆษณาตัวดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2022 ที่ผ่านมา

อย่างที่ทราบว่า Apple’s Watch Series 7 มีจุดเด่นที่เพิ่ม call to emergency services เมื่อเจอเหตุการฉุกเฉินเจ้า Smartwatch จะติดต่อเบอร์ฉุกเฉินที่เราตั้งค่าไว้ หรือ 911 ได้อัตโนมัติทันที Apple เลยเปรียบสินค้าตัวนี้ว่าเป็นเหมือน Life saver ให้ผู้สวมใส่ได้นะ

โจทย์ที่นักการตลาดคงได้รับเหมือนกันคือ ความเรียบง่ายที่ไม่ง่ายคือทำยังไงให้ลูกค้ารู้สึกแบบเดียวกันที่แบรนด์จะสื่อ โฆษณาแบบไหนดี? ที่จะทำให้คนรู้สึกว่าต้องซื้อสินค้าชิ้นนี้ มาดูกันค่ะว่า Apple วางสตอรี่ Advertising อย่างไรบ้าง 

โฆษณาของ Apple ที่เป็น spot ความยาว 1 นาที นำเสนอเหตุการณ์ฉุกเฉิน 3 ครั้งจาก Apple Watch คนแรกผู้ใช้งานประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ไม่สามารถขยับตัวได้มาก เพราะได้รับบาดเจ็บ แต่สามารถได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วเพราะ Apple’s Watch Series 7 ส่งข้อความติดต่อเบอร์ฉุกเฉินทันท่วงที และฟีเจอร์ของ Series 7 น้องยังส่งตำแหน่งของเจ้าของได้ด้วย

คนถัดมาผู้ใช้งานถูกใครบางคนผลักลงทะเล ในขณะที่พายเรือและมี ฟ้าลมแรง สุดท้ายคือชาวนาที่เกิดอุบัติเหตุขาหักแต่ทุกเคสได้รับความช่วยเหลือจาก Apple’s Watch Series 7 เช่นเดียวกันค่ะ โฆษณาจะสลับไปมาระหว่างเหตุฉุกเฉินแต่ละครั้ง โดยเล่นตัวอย่างบทสนทนาระหว่างผู้ป่วยกับเจ้าหน้าที่ 911

ถอดรหัสความง่ายของการทำโฆษณา Apple

แบรนด์เลือกชูจุดเด่นที่สุดของสินค้ามา 1 อย่างก่อนเลย ยังไม่ต้องพยายามยัดการขายทุกฟีเจอร์มาใน 1 แคมเปญ ณ เคสนี้ผู้สวมใส่ Apple Watch สามารถโทรฉุกเฉินได้โดยใช้ฟีเจอร์ SOS ได้ง่ายโดยกดปุ่มด้านข้าง smartwatch ค้างไว้ (ปุ่มด้านล่างของ Digital Crown) จนกระทั่งแถบเลื่อน SOS ฉุกเฉินปรากฏขึ้น ผู้ใช้สามารถลากแถบเลื่อน SOS ฉุกเฉินเพื่อเริ่มการโทรได้ทันที หรือกดปุ่มด้านข้างค้างไว้จนกว่าบริการฉุกเฉินจะถูกเรียกโดยอัตโนมัติค่ะ จริง ๆ Iphone ก็สามารถทำได้คล้ายกัน ที่โทรเบอร์ฉุกเฉินโดยไม่ต้องปลดล็อค เพียงแต่ว่าถ้วมันเป็นนาฬิกาเราก็ไม่ต้องควานหา ยิ่งเวลาประสบอุบัติเหตุอาจจะขยับตัวไม่ได้เลยค่ะ  

จริง ๆ นุ่นว่าทุกคนน่าจะเห็นข่าวบ่อย อย่างล่าสุดในต่างประเทศมีคนประสบอุบัติเหตุได้รับแรงกระแทกอย่างแรง ก็รีบติดต่อหาเบอร์ฉุกเฉินทันที จนสามารถรอดชีวิตมาได้

ค่อนข้างกระตุ้นความอยากได้ของลูกค้าเพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด และไม่อยากให้เกิดขึ้น แค่เห็นก็รู้สึกอยาให้คนในครอบครัวใส่ไว้ โดยเฉพาะคนแก่ที่อาจจะไปลื่นล้มในห้องน้ำตอนเราไม่อยู่บ้าน

จะเรียกว่าแบรนด์พยายาม Tirgger ก็คงไม่ผิดค่ะ ถ้าแบรนด์ไหนต้องการจะชูจุดเด่นของสินค้า ผ่านการกระตุ้นความจำเป็นแบบนี้ขอแนะนำให้ครีเอตอย่างระมัดระวัง ไม่ Tirgger จนเกินไป และควรมีคำเตือนก่อนโฆษณาเผื่อว่าคอนเทนต์ของเราจะทำให้ลูกค้าบางคนรู้สึกไม่ดีได้ค่ะ

สุดท้ายนี้หวังว่าเคสสั้น ๆ ที่นุ่นเอามาแชร์จะมีประโยชน์กับผู้อ่านนะคะ ถ้าอยากอ่าน Case Study อื่น ๆ สามารถกดอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย และ อย่าลืมติดตามการตลาดวันละตอน ผ่านทาง Twitter : @EverydayMKT https://twitter.com/EverydayMKT   และ Blockdit : http://bit.ly/EveryDayMarketingBlockdit น้า ^^ 

source

source

Noon Inch

Noon Inch

นุ่น การตลาดวันละตอน 🙋🏻‍♀️Data Research Analyst Specialist | Content Creator ในเครือการตลาดวันละตอน (ไม่ใช่นุ่น หัวหน้าทีมคอนเทนต์นะคะ อิอิ) 🙋🏻‍♀️💻ใช้ชีวิตอยู่กับ Social Listening Tools เกือบทุกวันมาร่วม 3 ปี 🙋🏻‍♀️📈ทำงานด้าน Social Data Research ให้กับหน่วยงานรัฐและแบรนด์เอกชน 2 ปี 🙋🏻‍♀️✈️ชอบทำงานและชอบใช้เงิน แล้วก็เป็น K-POP🇰🇷 & Salmon Lover 🍣 supakjira@everydaymarketing.co

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น