CSR & Music Marketing จาก Café Amazon สร้างโอกาสผ่านเสียงเพลง

CSR & Music Marketing จาก Café Amazon สร้างโอกาสผ่านเสียงเพลง

CSR & Music Marketing จาก Café Amazon สร้างโอกาสผ่านเสียงเพลง

บทความนี้เขียนขึ้นโดยที่ Café Amazon ไม่ได้ลงโฆษณาแต่นุ่นชอบเป็นการส่วนตัวเลยอยากมาเล่าให้ฟังค่ะ เป็นการตลาดที่นุ่นมองว่า เป็นการทำ CSR กับกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้อาชีพไหน ๆ ทั้งยังได้เอาใจลูกค้าที่มาใช้บริการผ่านเสียงเพลงเพราะ ๆ ด้วยค่ะ

หลังจากได้ชมวิดีโอด้านบน หลายคนน่าจะคิดเหมือนนุ่นว่าเป็นโปรเจกต์ที่ดีมาก ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน ได้เห็นองค์กรหรือแบรนด์มอบรอยยิ้มให้กันและกันแค่นี้ก็รู้สึกว่าโลกน่าอยู่ขึ้นอีกเป็นกอง

ซึ่งโปรเจกต์นี้ชื่อ Amazon Music Playlist ซึ่งแน่นอนว่า Café Amazon ต้องการเน้นขายพื้นที่ดื่มด่ำความสุข พักผ่อนกายใจชั่วครู่ อยากเป็นผู้สร้างความสุขให้ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาในร้าน เชื่อว่าหลายธุรกิจก็มีจุดยืนคล้ายกันนี้ใช่ไหมคะ? ^^ 

แบรนด์ได้ขยายภาพความน่าเสียดาย ผ่านบทสัมภาษณ์นักร้อง นักดนตรี ว่าตั้งแต่เกิดโรคระบาดต้นปี 2020 ทำให้หลายอาชีพ โดยเฉพาะศิลปิน ผู้ไล่ตามความฝันในวงการดนตรีหลายวงพลาดโอกาสที่จะแสดงฝีมือต่อผู้ฟัง และขาดรายได้หนักตลอด

นอกจากนี้แบรนด์ยังได้อธิบายเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ไว้ว่า

‘คาเฟ่ อเมซอน ได้เล็งเห็นความสามารถของศิลปินรุ่นใหม่เหล่านี้และต้องการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นเป็นโอกาสผ่านพื้นที่ในร้านคาเฟ่ อเมซอน  ให้ศิลปินได้แสดงศัพยภาพในการทำเพลงเพื่อปลุกผู้คนให้เริ่มต้นวันใหม่และส่งต่อกำลังใจผ่านบทเพลง’

กลยุทธ์ Collaborate กับนักดนตรีและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง

เพื่อซัพพอร์ต Music &​​ CSR​ Marketing คาเฟ่ อเมซอนได้ร่วมมือกับ Music Platform Steaming ของไทย : ฟังใจ – Fungjai ค่ะ แน่นอนมันเป็นพื้นที่สำหรับเสียงเพลง และแบรนด์ยังสามารถทำโปรเจกต์ต่อได้ง่าย รวบรวมศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรง 20 วงสร้างสรรค์ผลงานออกมากว่า 20 บทเพลงคุณภาพ 

ถ้าใครได้ดูคลิปจนจบ จะรู้ว่าแต่ละบทเพลงมีความเชื่อมโยงกับคอนเซ็ปต์ดีเลยค่ะ มอบความสุข เริ่มต้นวันใหม่ปัง ๆ เทียบกับเวลาที่เราได้ทานกาแฟดี ๆ เพลงที่มีกลิ่นอายสถานที่ที่ชอบ แม้กระทั่งถ้าใครเจอวันที่แย่มา

ก็มาเปลี่ยนวันแย่  ๆ วันของศิลปิน วันของคนไทยให้ดีกว่าเดิมไปกับคาเฟ่ อเมซอน 

โปรเจคนี้เริ่มมาตั้งแต่ 1 พ.ค. 65 มีเอาลง Youtube Playlist ของ Amazon ด้วย เพื่อให้คนทั่วไปเข้าไปฟังได้ ตามศิลปินที่ร้องเพลงนั้น ๆ ก็ง่ายค่ะ 

ความใจกว้างคือแบรนด์ไม่ถือลิขสิทธิ์เพลง ให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานนำไปร้องหรือแสดงคอนเสิร์ต และปล่อยเพลงทางช่องทางอื่น ๆ ด้วยก็ได้ 

ถือว่าแบรนด์ได้หลายทางเลยทั้งตอบโจทย์ตัวเองที่เป็นผู้มอบความสุข และช่วยเหลืออาชีพนักร้องนักดนตรี แถมถ้าคนจำได้ ก็จะคิดถึงคาเฟ่อเมซอนทุกครั้งที่ฟังเพลงเหล่านี้ก็เป็นได้ค่ะ

ทั้งหมดคือโปรเจกต์ Amazon Music Playlist จาก Café Amazon ที่นุ่นอยากมาเล่าต่อในบทความนี้ อาจไม่ใช่ Music Marketing เพื่อเน้นย้ำ Brand Perception หนักมาก แต่ให้ความรู้สึกนึกถึง และมีผลดีในแง่การทำแบรนด์ต่อไปแน่นอนค่ะ

ใครมีเคสดี ๆ อยากพูดคุยกันสามารถคอมเมนต์เพิ่มเติมได้น้า นุ่นรออ่านค่ะ อยากแชร์เคสจากแบรนด์ไทยเยอะ ๆ อยากให้วงการตลาดไทยได้คึกคักกันด้วยแคมเปญดี ๆ ทุกแบรนด์เลย

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

Noon Inch

Noon Inch

นุ่น การตลาดวันละตอน 🙋🏻‍♀️Data Research Analyst Specialist | Content Creator ในเครือการตลาดวันละตอน (ไม่ใช่นุ่น หัวหน้าทีมคอนเทนต์นะคะ อิอิ) 🙋🏻‍♀️💻ใช้ชีวิตอยู่กับ Social Listening Tools เกือบทุกวันมาร่วม 3 ปี 🙋🏻‍♀️📈ทำงานด้าน Social Data Research ให้กับหน่วยงานรัฐและแบรนด์เอกชน 2 ปี 🙋🏻‍♀️✈️ชอบทำงานและชอบใช้เงิน แล้วก็เป็น K-POP🇰🇷 & Salmon Lover 🍣 [email protected]

Leave a Reply

Your email address will not be published.