H&M เปิดบริการใหม่ ยืมสูทฟรี ไปสัมภาษณ์งาน

H&M เปิดบริการใหม่ ยืมสูทฟรี ไปสัมภาษณ์งาน

อีกหนึ่ง Case Study ดีๆ ที่พอได้ดูคลิปแล้วอดจะเอามาเล่า มาแชร์ต่อให้ฟังไม่ได้ก็คือ Case ของแบรนด์เสื้อผ้า Retail ชื่อดังอย่าง H&M ในประเทศอังกฤษ ที่เปิดให้บริการ One/Second/Suit หรือบริการ ยืมสูทฟรี 24 ชั่วโมง แบบไม่ใช่การซื้อและไม่ใช่การเช่าด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการช่วยให้เด็กชายวัยรุ่นที่ไม่สามารถเข้าถึงเสื้อผ้าใหม่ๆ ได้มีโอกาสสร้าง First Impression หรือความประทับใจแรกในการไปสัมภาษณ์งานยังไงให้ได้งานนั่นเองค่ะ

จากหลักการจิตวิทยาที่นักจิตวิทยาอย่าง Dr. Mair ได้บอกเอาไว้ว่า ‘การแต่งกายและเรื่องของเสื้อผ้านั้น สามารถส่งผลต่อความรู้สึกมั่นใจในตัวเอง และความเชื่อมั่นว่าคนอื่นจะมองเราดี น่านับถือไม่ต่างกัน’ เมื่อเอามาประกอบกับข้อมูลจาก UK Office for National Statistics ที่บอกว่ามีเด็กชายรุ่นใหม่ในช่วงวัย 16-24 ปีตกงานเป็นจำนวนมาก แถมมากแบบ 3 เท่าของจำนวนค่าเฉลี่ยทั่วไปด้วย เมื่อเอา Insights ทั้ง 2 อย่างนี้มารวมกับ H&M และเอเจนซี่พาร์ทเนอร์ในอังกฤษ เลยได้ไอเดียในการทำแคมเปญยืมสูทฟรี 24 ชั่วโมงสำหรับการสัมภาษณ์งานขึ้นมาค่ะ

เราทุกคนรู้กันดีว่าเวลาจะไปสัมภาษณ์งานที เราตื่นเต้นกันขนาดไหน ยิ่งเป็นงานที่แรก หรือถ้าเรายังไม่ได้ผ่านการสัมภาษณ์มาหลายเวทีละก็ รองจาก Portfolio หรือผลงาน Resume อะไร ก็คือเรื่องชุดเนี่ยแหละว่าจะใส่อะไรดี ชุดแบบนี้จะ Overdressed หรือไม่สุภาพหรือเปล่า คิดแล้วเตรียม แขวนไว้ก่อนเข้านอนเลยด้วยซ้ำ 

ส่วนถ้าใครที่เป็น HR หรือพนักงานในออฟฟิศอยู่แล้ว ลองจินตนาการเวลาเราเห็นคนใหม่มาสัมภาษณ์งานที่ออฟฟิศเราดูก็ได้ค่ะ สิ่งแรกที่เราจะมองและตัดสินเค้าไปในสมองลึกๆ แล้วก็มาจากการแต่งตัวทั้งนั้น ถ้าเห็นใส่หัวเข็มขัดแบรนด์ก็อู้หูว ถ้าใส่แว่นมาก็เอ๊ะ เนิร์ดไปไหม? ทั้งนี้เพลินก็จะบอกว่า สุดท้ายแล้วคนเราก็แคร์ภาพลักษณ์กันทั้งนั้น โดยเฉพาะความประทับใจแรกค่ะ

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงเสื้อผ้าใหม่ได้ตลอดเวลา อย่าคิดแต่จะซื้อใหม่เลย ขนาดแค่เช่ายังต้องคิดแล้วคิดอีก ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ ส่งผลต่อพลังใจเวลาไปสัมภาษณ์งาน ตรงนี้แหละที่ H&M ออกไอเดีย Free 24H Suit เพื่อสนับสนุนให้เด็กรุ่นใหม่ได้งานจากความมั่นใจที่ส่งมาจากเสื้อผ้าดีๆ ที่เค้าส่วมใส่อยู่

วิธีการที่จะ ยืมสูทฟรี จาก H&M ก็ง่ายมาก แค่เข้าไปใน Website ของแบรนด์แล้วก็ลงทะเบียนจองสูทเอาไว้ตามวันที่ต้องหาร ซึ่ง Website ของเค้าก็ทำไว้ดีมาก เพราะนอกจากจะแปะอะไรที่เกี่ยวกับแบรนด์อย่างเดียวแล้ว ยังมีการใส่เทคนิคตอบคำถามสัมภาษณ์งานเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคำคมในการสร้างขวัญกำลังใจ ให้เด็กรุ่นใหม่มีความมั่นใจและทำมันออกมาให้ดีที่สุดด้วย

H&M เปิดบริการ ยืมสูทฟรี 24 ชั่วโมง

นอกเหนือจากการให้ยืมแล้ว การจองยังเป็นระบบ Delivery ด้วย แค่ระบุวันที่จะไปสัมภาษณ์งานให้ตรง แล้วจะมีคนมาส่งเสื้อให้ถึงบ้าน หลังจากนั้น 24 ชั่งโมงก็ค่อยเอาไปคืน ซึ่งเสื้อสูทที่แบรนด์มีให้ยืมนั้นราคาประมาณ 5,000 กว่าบาท เป็นโทนสีเดียว นั่นก็คือ Navy Blue พร้อมกางเกงไปจนถึง Necktie ด้วย เรียกได้ว่าดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมสร้างความประทับใจแรกได้เลยละค่ะ

จริงๆ ต้องบอกว่าแคมเปญนี้ นอกจากจะเป็น CSR ดีๆ แล้ว ยังเป็นการสร้าง Relationship และความคุ้นเคยดีๆ ไว้ในใจของเด็กหนุ่มที่ยังไม่มีงานด้วย ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตอันใกล้ ถ้าเค้าได้งานมีรายได้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ H&M ก็คงจะอยู่ในใจของพวกเค้าไปอีกนานเลย ทั้งเป็นแบรนด์ที่ส่งเสริมให้ความมั่นใจ แถมยังรู้สึกดีจากข้างในจริงๆ สำหรับงานที่ได้มาด้วย จะเห็นได้ว่าไอเดียนี้เป็นไอเดียที่ต้องทำตอนนี้ ในสถานการณ์ Unemployment rate สูงแบบนี้ แต่ผลที่ได้กลับมาอาจจะอยู่ในระยะยาวสักหน่อย แต่จะเป็นผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อค่ะ

นอกจากนี้ไอเดียนี้ยังช่วยให้เรื่องของ ‘ลองก่อนจ่ายเงิน’ เป็นไปได้ด้วย เพราะจาก Insights ที่หลายแบรนด์ได้ทำกันแล้วเกิดขึ้นเพราะคนชอบอยากลองใช้งานก่อนแล้วเดี๋ยวจ่ายเงิน บางคนพอเอาเสื้อผ้าไปใส่ก่อน ไปๆ มาๆ กลับมีความรู้สึกอยากครอบครองมากขึ้น จนสุดท้ายไม่อยากคืน ยอดตัดบัตร กลายเป็นยอดซื้อสินค้านั่นเองค่ะ อย่างแบรนด์ Diesel เองก็มีโครงการ ซื้อ-ใส่-คืน เหมือนกัน ซึ่งโครงการนี้แหละที่ทำให้ยอดขาย Diesel เพิ่มขึ้น 24% เลยค่ะ

จริงๆ ในบ้านเราก็มีประเด็นสังคมมากมายที่รอให้แบรนด์เข้าไปหยิบมาช่วยเพิ่ม Awareness อยู่ อย่างประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมหรือความไม่เท่าเทียมระหว่างชนชั้น หรือจะเป็นผลกระทบจากโควิด19 ต่างๆ ก็มีให้เห็นแพร่หลาย จาก Case study ของ H&M แบบนี้ ลองพิจารณาดูนะคะ ว่าแบรนด์เราสามารถจับเรื่องไหนมาช่วยแก้ไขได้บ้าง เพราะนอกจากจะเป็นการสะท้อน Purpose ของแบรนด์แล้ว ยังเป็นเรื่องดีๆ ที่เราได้ทำให้สังคมด้วยค่ะ ลองดูนะคะ

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *