DIESEL – ให้ลูกค้าใส่เสื้อผ้าให้พอ แล้วมาคืนได้ตามใจชอบ

DIESEL – ให้ลูกค้าใส่เสื้อผ้าให้พอ แล้วมาคืนได้ตามใจชอบ

ด้วยสังคมโซเชียลที่อยุ่ยากขึ้นทุกวัน จะทำอะไรก็ต้อง Snap ต้อง Record อย่างน้อยขอลงแค่ IG Stories ก็ยังดี ทำให้ชาวโซเชียลหลายๆ คนกลายเป็นคนห่วงภาพลักษณ์ที่จะออกสื่อ เสื้อผ้าก็สามารถใส่ถ่ายได้แค่ครั้งเดียว เพราะกลัวว่าเดี๋ยวคนอื่นที่ติดตามอยู่จะจำได้ว่าชุดนี้เคยใส่ไปแล้ว ค่านิยมนี้ส่งผลให้เหล่านักสร้าง Content ชอบซื้อเสื้อผ้า ใส่ถ่ายแล้วเอาไปคืนกันอยู่บ่อยๆ ให้แบรนด์ปวดหัว แต่แบรนด์ DIESEL เจ้าเก่าตัวจี๊ดใน New York ได้ออกมาพร้อมกับแคมเปญที่อนุญาตให้ลูกค้าซื้อเสื้อป้าไปใส่ได้ตามใจชอบ ใส่ซะให้พอ แล้วจะเอามาคืนก็เอามาเลย

การคืนสินค้า เป็นปัญหาน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของธุรกิจหรือว่าแบรนด์ทั้งหลาย โดยเฉพาะแบรนด์เสื้อผ้า ที่แฟชั่นมาไวไปไวสุดๆ ยังไม่พอ แพลตฟอร์มโซเชียลอย่าง Instagram ที่ผลักดันให้ทุกคนใช้ชีวิตน่าอิจฉา เสมือนว่าเป็น Celeb หรือ Idol ตลอดเวลา ก็ยิ่งทำให้คนอยากใส่เสื้อผ้าใหม่ๆ ใช้ของใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย และจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ไหลตามกระแสสังคม ซื้อเสื้อผ้า ใส่เสร็จก็แทรงเอาไปคืน ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลใดๆ ก็ตาม ทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่นศูนย์เสียอย่างหนัก หรือราวๆ 15 พันล้านดอลล่าร์ต่อปี 

กระแสใส่เสื้อผ้าไม่ซ้ำบอกเลยว่าไม่ได้เกิดขึ้นแต่เมืองนอก แต่เมืองไทยเองก็เป็น สารภาพตรงๆ ว่าเพลินก็เป็นเหมือนกัน แต่เพลินชอบใส่แล้วส่งต่อมือ 2 เสียมากกว่า ซึ่งอีกหนึ่ง Insight ของคนที่ไม่ชอบใส่เสื้อผ้าซ้ำก็คือการสรรค์สร้าง Content อย่าง #OOTD หรือ Outfit of the day ขึ้นมาทุกวันอยู่เป็นประจำ และถ้าหากเราไปดูใน Instagram แอชแท็ค #OOTD นี้นั้นมีจำนวนรูปปาไปแล้วกว่า 339 ล้านรูปค่ะ

DIESEL ให้คนใส่เสื้อผ้าให้พอใจ แล้วค่อยเอามาคืน

นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แบรนด์เสื้อผ้าหลายแบรนด์ ต้องออกมาจัดการกับกฏการคืนสินค้าแบบเรื่อยเปื่อยของผู้บริโภค อย่างไรก็ตามแบรนด์ DIESEL ไม่คิดเช่นนั้น เพราะดีเซลในกรุง New York ก็ได้ร่วมมือกับ Agency ในการทำแคมเปญในช่วง New York Fashion Week ด้วยการจัด Events ของแบรนด์ดีเซลทั่วโลก โดยคนที่จะสามารถร่วมงานดีเซลได้นั้น จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้า พร้อมป้าย Price Tag ออกนอกเสื้อ โดยจะสามารถใส่เสื้อผ้าของแบรนด์ไหนก็ได้ค่ะ

สิ่งที่ DIESEL ทำนั้น ไม่ได้ต่อต้านกับอะไรที่ผู้บริโภคทำอยู่เลย แต่เป็นการยอมรับในเทรนด์และพฤติกรรมเหล่านี้ และได้มีการเปิดเผยตัวเลขผลกระทบที่เกิดขึ้นกับวงการแฟชั่นในคนทั่วไปได้รับรู้แบบเบาๆ ด้วย ผลลัพธ์จากแคมเปญนี้ ดีเซลได้รับผลตอบรับดีอย่างน่าทึ่ง เพราะยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 24% เลยทีเดียว แต่ที่สำคัญก็คือยอดการคืนสินค้าหรือ Return Rate ก็ลดลงด้วยกว่า 9% เลยทีเดียว

สิ่งหนึ่งที่ดีเซลทำได้ดี คือการตอกย้ำ Brand Purpose ของตัวเองได้ดีมากๆ ในเรื่องของการสนับสนุนให้ผู้คนใช้ชีวิตได้สุด ซึ่งแคมเปญคืนสินค้าเมื่อไรก็ได้ จึงเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่ Align ไปกับ Strategy ใหญ่ได้เป็นอย่างดี และในขณะที่หลายๆ แบรนด์เอาแต่หาทางจัดการกับปํญหาการคืนสินค้าของลูกค้า DIESEL กลับเป็นแบรนด์เดียวที่พุ่งทยานขึ้นมา แล้วประกาศดังๆ ว่าที่แบรนด์นี้คืนได้  ทำให้ดีเซลสามารถ Gain Awareness ได้แบบโคร่มเดียว แล้วยังส่งผลต่อยอดขายที่ดีขึ้นด้วยตามลำดับ

อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ ในเมื่อให้คืนสินค้าได้แล้ว ทำไม Return Rate ถึงน้อยลง? จริงๆ ประโยคเมื่อกี้ก็คือคำตอบค่ะ เพราะว่าเราจะไปคืนเมื่อไรก็ได้ ไม่ต้องรีบว่า เหลืออีก 1 อาทิตย์หรือมีเวลาแค่ 14 วันทำให้คนไม่ต้องรีบเร่งใส่แล้วนำสินค้าไปคืน กลับกันคือ พอคนซื้อสินค้ามา แล้วเก็บไว้นานๆ ทำให้ยิ่งไม่อยากที่จะเสียมันไป และมีความรู้สึกอยากครอบครองมันนานขึ้นเรื่อยๆ เอาเป็นว่า อันนี้ก็เป็นเรื่องของจิตวิทยาที่การตลาดวันละตอนเคยเขียนไว้สำหรับเคสของ Local Retail ของอีกหนึ่งร้านเสื้อผ้าใน New York เช่นกันชื่อว่า ba&sh ค่ะ ก่อนหน้านี้ด้วย

บางทีกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขายมันไม่ต้องมีอะไรซับซ้อน แค่เข้าใจพฤติกรรมและใจของคน ปัญหาเงินที่ศูนย์เสียไปหลายพันล้านต่อปีของวงการธุรกิจแฟชั่นอาจจะลดลงด้วยค่ะ ก็ต้องลองและปรับใช้กันไปเรื่อยๆ เนอะ

Source: https://www.youtube.com/watch?v=RtAuHfBYwJc&feature=emb_logo

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *