ไม่มีแอป Google My Business ในปี 2022 แต่อัปเกรดบริการใหม่เพื่อทุกธุรกิจ

ไม่มีแอป Google My Business ในปี 2022 แต่อัปเกรดบริการใหม่เพื่อทุกธุรกิจ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยใช้เครื่องมือจาก Google My Business ตัวใดตัวหนึ่งในการทำการตลาดแน่นอน เพราะมักเป็นสิ่งแรกที่ทั้งคนซื้อและคนขายเลือกในการใช้หาข้อมูลใช่ไหมคะ วันนี้นุ่นมีอัปเดตจะมาแชร์ให้ฟังว่าตอนนี้และในปี 2022 นักการตลาด รวมทั้งเจ้าของธุรกิจจะได้ใช้ฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น อำนวยความสะดวกให้ทั้งฝ่ายคนขายและคนซื้อมากกว่าเดิมบ้าง เพราะโอกาสแรก ๆ ที่จะขายของได้คือต้องให้ลูกค้าสามารถ ‘ค้นหา’ และ ‘เจอ’ ธุรกิจของเราให้ง่ายที่สุด

มาดูรายละเอียดกันว่า Google เค้าปรับการให้บริการอย่างไร และนักการตลาดจะสามารถนำจุดไหนมาช่วยให้แบรนด์ขายได้มากขึ้นบ้าง 

1. ตอนนี้ธุรกิจขนาดเล็กจัดการ Business Profile ได้โดยตรงบน Google Search และ Google Maps        

Google ได้มองเห็นถึงพฤติกรรมการซื้อของในช่วงวันหยุดยาวผ่านธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กในท้องถิ่นมากขึ้น เลยจะมีการปรับฟีเจอร์บน Google My Business Profile ให้สามารถแก้ไข ปรับแต่งและ Verify ได้ง่ายขึ้นผ่าน Google Search และ Google Maps โดยตรงเลยค่ะ

เริ่มจากค้นหาธุรกิจด้วยชื่อ แล้วเห็นตัวเลือกในการอ้างสิทธิ์และยืนยันข้อมูลธุรกิจอยู่ เมื่อได้รับการยืนยันแล้ว ก็จะสามารถแก้ไขข้อมูลธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ เวลาเปิด-ปิด รูปภาพ และอื่นๆ รวมทั้งสามารถดูข้อมูลเชิงลึกต่าง ๆ เพิ่มในแง่ของการเสิร์ช

2. Apps “Google My Business” จะเปลี่ยนชื่อเป็น “Google Business Profile.” เพื่อธุรกิจขนาดเล็ก

อย่างที่นุ่นได้บอกไปแล้วว่าตอนนี้ Google เค้าแนะนำให้ให้ธุรกิจขนาดเล็กจัดการโปรไฟล์โดยตรงบน Search หรือ Maps นอกจากนี้ ในปี 2022 จะมีการเลิกใช้แอป Google My Business และจะเปลี่ยนชื่อเป็น “Google Business Profile” เพื่อให้เจ้าของธุรกิจขยับไปใช้เครื่องมือที่อัปเกรดได้ง่าย ๆ บน Search หรือ Maps นั่นเองค่ะ

3. Website “Google My Business”  จะเปลี่ยนชื่อเป็น “Business Profile Manager” เพื่อธุรกิจขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตามตัวเว็บไซต์ Google My Business ที่มีอยู่ก็จะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับธุรกิจขนาดใหญ่ ๆ อย่างเช่นแบรนด์ที่มีหลายสาขา  และจะเปลี่ยนชื่อเป็น “Business Profile Manager” ซึ่งจะมีการอัปเดตรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในเดือนหน้านะคะ

4. สามารถตอบข้อความผ่าน Business Profile ได้

Quickly respond to customers on your Business Profile – blog.google

ฟีเจอร์ใหม่นี้นักการตลาดจะสามารถใช้เอาใจลูกค้าที่ใจร้อนได้อย่างดีเลยค่ะ เพราะทำให้เราสามารถตอบได้ง่ายและเร็วสุด ๆ แบบนี้ก็เพิ่มโอกาสปิดการขายได้ดีทีเดียว ณ ตอนนี้ Google ยังนำร่องให้ธุรกิจในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาสามารถดูว่าลูกค้าคนไหนโทรมาจากช่องทาง Google Business ได้บนประวัติการโทรทันทีด้วย หวังว่าจะพัฒนาให้รองรับทั่วโลกเร็ว ๆ นี้นะคะ เพราะนักการตลาดจะสามารถเช็กเป็น KPIs ได้เลยว่าช่องทาง Google Business ใช้ได้ผลกับธุรกิจตัวเองมากแค่ไหน ต้องปรับให้น่าสนใจยังไงถึงจะเวิร์กค่ะ

5. ให้ลูกค้าเช็กว่ามีของหรือไม่ ก่อนเดินทางมาที่ร้าน

ต้องเคยมีคนไปที่ร้านแบบเสียเที่ยวเพราะเราเช็กสต็อกของร้านไม่ได้บ้างล่ะ จากผลสำรวจได้รายงานว่า นักชอปในสหรัฐฯ จะเช็กทางออนไลน์ให้แน่ใจว่าที่ร้านนี้มีสินค้าก่อนจะตัดสินใจซื้อ หากเปรียบกับคนไทยนุ่นว่าเปรียบกับ “พร้อมส่ง” ที่กระตุ้นการซื้อได้ระดับนึงเลยนะคะ

ด้วยเหตุผลนี้เองฟีเจอร์ “in stock” บน Search จึงได้ถูกนำมาใช้เมื่อเร็ว ๆ นี้ค่ะ นักการตลาดได้ลองใช้หรือยังคะ? อย่าลืมรีบไปอัปเดตด่วน ได้ผลยังไงมาแชร์ในคอนเมนต์บ้างน้า 

และนี้คืออัปเดตที่น่าสนใจ ที่นุ่นเลือกมาแชร์ให้กับนักการตลาดและเจ้าของธุรกิจกันในวันนี้ค่ะ ทั้งการขยับขยายฟีเจอร์ของธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจขนาดใหญ่ การส่ง-ตอบกลับข้อความ แม้กระทั่งการอัปเดตสต็อกได้ง่ายบน Search หรือ Maps ที่จะเพิ่ม Impression และยอดขายให้มากขึ้นได้ เป็นประโยชน์กับธุรนกิจเพราะใคร ๆ ก็ใช้ Google 

ถ้าใครอยากย้อนกลับไปรู้จัก Google My Business ตั้งแต่ต้น สามารถคลิกตรงนี้ได้เลยนะคะ หรือต้องการอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Google ก็คลิกตรงนี้ได้เลยค่ะ

source : https://blog.google/ , www.socialmediatoday.com

Noon Inch

Noon Inch

Data Researcher ในเครือการตลาดวันละตอน ใช้ชีวิตอยู่กับ Social Listening Tools เกือบทุกวันมาร่วม 2 ปี ชอบทำงานและชอบใช้เงิน แล้วก็เป็น K-POP & Salmon Lover ^^

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *