Twitter Trends 2021 ที่คนกำลังทวีตถึงบ่อยที่สุด

Twitter Trends 2021 ที่คนกำลังทวีตถึงบ่อยที่สุด

หนึ่งในการทำ Content Strategy ของเหล่านัการตลาดหลายๆ คน คงหนีไม่พ้นการอิงกระแสเทรนด์ ว่าคนกำลังชื่นชอบอะไร พูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่บ้าง แล้วเอามา Blend กับแบรนด์หรือสินค้าและบริการของเรา ว่าจะทำขายของ ขายแบรนด์ตามเทรนด์ยังไงให้คนสนใจเพิ่มขึ้นได้บ้าง ซึ่งล่าสุด Twitter อีกหนึ่งแพลตฟอร์มสุดฮิตของคนไทย เค้าก็ได้เผย Report สรุป Twitter Trends 2021 ที่ชาวทวิตเตอร์กำลังชอบพูดถึงหรือเมนชั่นถึงบ่อยๆ ให้เราทราบกัน ก่อนลุยกับการทำ Content ด้วยค่ะ

แน่นอนว่าก่อนที่เราจะบริหาร Platform อะไรก็แล้วแต่ เราก็ควรจะทำความเข้าใจก่อนว่าคนทั้งหลายที่เค้าใช้แพลตฟอร์มนั่นอยู่ เค้าใช้แพลตฟอร์มนั้นๆ ไปเพื่ออะไร แล้วเค้าชอบพูดคุยหรือแชร์ข้อมูล Topic อะไรแบบไหน เพื่อที่เราจะได้เข้าถึงคนในแพลตฟอร์มได้แบบไม่ขัดเขิน หรือผิดวัฒนธรรมการใช้ Social Media นั้นๆ ค่ะ

1. เรื่องของ Wellbeing

Topic แรกที่ทวิตเตอร์จับได้ว่ามีการพูดถึงบ่อยขึ้นๆ ในช่วงหลังๆ มานี้ก็คือเรื่องของสุขภาพ ที่ไม่ใช่แค่สุขภาพกาย แต่เป็นเรื่องของ Wellbeing หรือสุขภาพจิต ทางใจด้วย เพราะคนสมัยนี้เชื่อว่า ประโยคที่ว่า ‘การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสิรฐนั้น’ แท้จริงแล้วไม่ได้หมายถึงการไม่มีโรคทางกายอย่างเดียว แต่ต้องปลอดทุกข์ทั้งในด้านของอารมณ์ สังคม จิตใจและข้างในทั้งหมดด้วยค่ะ

ซึ่งเทรนด์ก็จับคำที่เกี่ยวของกับแทรนด์ Wellbeing จากเรื่องของ Mind Matters หรือการบริหารใส่ใจสุขภาพความคิด รวมไปถึง Community ที่ปรึกษากันเรื่องสุขภาพ พากันใส่ใจสุขภาพไปด้วยกันอะไรทำนองนี้ โดยเฉพาะการเผยแพร่ถึงเรื่องการรักตัวเอง การเคารพตัวเอง และการช่วยเหลือผู้อื่นจากสถานการณ์จิตตก หรือซึมเศร้าด้วยค่ะ

ซึ่งหากแบรนด์ใดที่สนใจอยากจะเข้ามาเล่นกับ Topic เรื่อง Wellbeing บน Twitter บอกเลยว่าต้อง Observe โทนและการพูดคุยของคนก่อนค่ะ หลังจากนั้นก็ค่อยเริ่ม Connect กับคนผ่านตาม Communities เพื่อแสดงให้คนเห็นว่าแบรนด์ของเรามี Value-added ในเรื่องสุขภาพทั้งกายและใจอย่างไรบ้าง เพราะคนเชื่อว่าแบรนด์มี Room ที่จะเข้ามา เพียงแต่ต้องมองหาจังหวะเข้าให้ดีๆ เท่านั้นค่ะ

2. เรื่องของ Creator Culture

Twitter เผยว่ายุคนี้เด็กรุ่นใหม่ที่เป็น Creator ต่างก็ไม่ได้อยากเป็นแค่ Creator สวยหล่อไปวันๆ แต่มันคือการสร้างรายได้จากความสามารถที่พวกเค้ามี ทำให้เกิดเป็นเหมือนอาชีพ Creator ขึ้นมาเลยก็ว่าได้ อย่างคนที่ปกติวาดรูป ตกแต่งนู้นนี่ไปวันๆ ก็เอามันมาเป็นเรื่องของการสร้างรายได้ ขายภาพที่ตัวเองเขียน ตัวเองระบายขึ้นมา จนกลายเป็นการเอาสิ่งที่ตัวเองชอบมาสร้างรายได้ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นเทรนด์นี้ก็คือ การต้องอุดอู้อยู่บ้านจนทนไม่ไหว ขอลุกขึ้นมาทำอะไรเล่นๆ จนได้เงินนั่นเอง

ซึ่งหากแบรนด์ไหนอยากจับเทรนด์นี้มาเล่น บอกเลยค่ะว่าไม่ยากอย่างที่คิด พยายาม Connect กับกลุ่ม Creators ตัวแม่ หรือตัวเล็กแต่มีพลังในการ Influence คน แล้วปล่อยให้พวกเค้าเป็นส่วนนึงของงาน Creative ของแบรนด์ดูบ้าง ให้คนเป็นคนคิด Content ให้กับแบรนด์ ยิ่งเป็นกลุ่ม Creators ที่มี Style หรือ Profile หลากหลาย สามารถบ่งบอกตัวตนของแบรนด์ได้ยิ่งดีค่ะ

3. เรื่องการ Wondering ไปเรื่อย

เรื่องที่สามจากเทรนด์ของ Twitter ก็คือการยอมรับว่า การที่ได้ออกไปข้างนอก ไปเที่ยว เปิดหู เปิดตา เดินเตร่และเห็นโลกกว้างนั้น คือการได้เข้าถึงตัวเอง เข้าใจตัวเอง สิ่งที่ตัวเองคิดมากยิ่งขึ้น เหมือนยิ่งไกลยิ่งใกล้อะไรแบบนั้น ซึ่งนอกจากจะรู้จักตัวเองแล้ว ยังได้เรียนรู้และทำความรู้จักกับคนที่ไปด้วย เหมือนเป็นการ ​Connect อะไรร่วมกันนั่นเองค่ะ

ซึ่งในการเดินทางไกลเพื่อเข้าถึงจิตใจและเข้าใจตัวเองนั้น เริ่มตั้งแต่การเดินทางไกลผ่านจิตวิญญาณด้วย ไม่ว่าจะเป็นการทำสมาธิ หรือการจิตนการหลุดโลก แฟนตาซี Cosplay ต่างนาๆ ที่เป็นการฝึกจิต ก็ทำให้คนสามารถมีมุมมองแง่บวกเพิ่มขึ้น และช่วยรักษาตัวเค้าเองได้จากสิ่งที่ทำร้ายให้ร่างกายบอบช้ำมาตลอดทั้งวันที่ผ่านมา

ซึ่งหากแบรนด์อยากเล่นกับเทรนด์นี้ ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจ Passion ของคนก่อนว่าทำไมเค้าถึงต้องการ Space แบบนี้ เช่น โลกแฟนตาซี โลกทางธรรม ฯลฯ แล้วหา Sweet Spot ที่แบรนด์จะเข้าไปร่วมด้วยสร้าง Content ด้วยนั่นเองค่ะ

4. เรื่องของ Planet รักษ์โลก

แน่นอนว่า Trend ของ Twitter ต้องไม่พลาดเรื่องของสิ่งแวดล้อม โลก และ Community การปกป้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้อยู่กับคนไปนานๆ เพราะข้อนี้มันจะกลับไปเอี่ยวกับเทรนด์ข้อ 1 นั่นก็คือเรื่องของ Wellbeing ด้วยนั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ Reuse หรือ Recycle ก็เป็นในการพูดคุยหลักๆ ของเทรนด์นี้ ซึ่งคนก็มองหาวิธีที่ตัวเองจะไม่ทำร้ายโลกให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะในด้านของ Lifestyle การแต่งตัวที่สิ้นเปลือง อาหารหรือ Food Waste และเรื่องของความงามต่างๆ ด้วย ยังไม่พอ ยังมีผู้คนที่เริ่มมองหา Eco-Homes และ Electric-Car เพิ่มขึ้นด้วยค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อ การที่คนจะได้เข้าใกล้กับธรรมชาติมากขึ้นกว่าเดิม และลดมลพิษที่จะเกิดขึ้นด้วย

และถ้าหากแบรนด์สนใจจะเล่นกับเทรนด์สิ่งแวดล้อม บอกเลยว่าเป็นเทรนด์ที่มีมาสักพัก แต่นับวันยิ่งเข้มข้นเพิ่มขึ้น พยายามทำให้องค์กรเป็นองค์กรสีเขียวให้ได้มากที่สุดตั้งแต่ต้นน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ซึ่งพยายาม Suggest วิธีการ Recycle ของสินค้าตัวเองดูว่า สามารถดัดแปลงเอาไปต่อยอดเป็นอะไรอย่างอื่นได้บ้างค่ะ

5. เรื่องของ Tech

เทรนด์ที่ 5 ก็คือเรื่องของการใช้ Technology มาช่วยแก้ปัญหาในชีวิตค่ะ เพราะเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ หลายคนกังวลว่าการที่มี Technology เข้ามานั้นสุ่มเสี่ยงกับการขาดความเป็น Human ลงไปเยอะ รวมไปถึงข่าว AI แทนมนุษย์อะไรต่างๆ นาๆ แต่ในวันนี้คนเริ่มมีกรอบการใช้ Tech ให้เป็นประโยชน์มากขึ้นแล้ว ทำให้ Relationship ระหว่างคนและเทคเริ่มดีขึ้น

เริ่มตั้งแต่การเริ่มใช้ชีวิตที่ Smart ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะทั้งหลาย อุปกรณ์ Sensor Tech หรือจะเป็นกลุ่ม VR Virtual Tech ที่สร้างประสบการณ์ดีๆ ด้วย และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการพัฒนาเทคให้มาดูแลสุขภาพของคนมากขึ้นหรือพูดสั้นๆ ก็คือกลุ่ม Health Tech และเทคเพื่อลดปัญหาขยะ มลพิษ และการทำลายสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ

โดยสิ่งที่แบรนด์ทำได้ ก็คือการช่วยให้คนที่ Adopt เทคหน้าใหม่ สามารถปรับตัวเข้ากับ Technology ให้ได้มากขึ้น ส่วนใครที่ทำได้อยู่แล้วก็แค่ทำให้เกิดความคุ้นชินในการใช้มัน ทำมันทุกวันเป็นต้น แต่สิ่งสำคัญเหนืออื่นได้คือ การที่แบรนด์จะต้องพัฒนาสินค้า Tech หรือ Gadget ต่างๆ ตามพฤติกรรมของลูกค้าหรือ Customer-Centric ค่ะ

6. เรื่องของ Identity ความเป็นตัวเอง

เทรนด์สุดท้ายก็คือเรื่องของ Identity ในวันนี้ ที่หลายคนเริ่มเผยตัวตนความเป็นตัวเองออกมาให้โลก สังคมข้างนอกได้รับรู้มากขึ้น ทุกคนใช้ชีวิตแบบเปิดเผย ไม่ต้องหลบซ่อน เพราะ Concept ของการเป็นตัวเองเริ่มเปลี่ยนไป Values หรือคุณค่าที่สังคมให้ค่ากับรูปแบบ ลักษณะคนก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่มีการเปิดรับมากยิ่งขึ้น ถ้าให้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพมากขึ้น ก็อย่างเช่น Stereotype ของความสวยที่เปลี่ยนไปในวันนี้ หรือเรื่องของ Body Shaming การ Bully คนอื่นในวันนี้ ถือได้ว่าเป็นอะไรที่คนคอยจับผิดอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ

ซึ่งความเป็นตัวเองนั้น นอกจากจะเรื่องของเพศ ภาพลักษณ์แล้ว ยังรวมไปถึงความชอบที่วันนี้หลายคนเริ่มจะไม่อายแล้วว่าตัวฉันจะชอบอะไร คลั่งอะไรเป็นพิเศษ เพราะการตัดสินความชอบของคนอื่นในวันนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งด้วย ไม่ว่าจะเป็นการติ่ง ชอบศิลปินเกาหลี หรือกลุ่มแฟนๆ ชาวคลับ Yaoi ก็ตาม และที่ขาดไม่ได้เลยคือการบ่งบอกถึงรสนิยมทางการเมืองด้วยนั่นเองค่ะ

ซึ่งหากแบรนด์ที่ต้องการใช้ Trend นี้ ก็สามารถทำความเข้าใจประเด็นสังคม การเมืองต่างๆ แล้ว Educate เรื่องเหล่านี้ให้แพร่หลายเพิ่มขึ้นเพื่อบอกว่าสินค้าและบริการของเรามันส่งเสริมประเด็นนี้ได้อย่างไร รวมไปถึงการลงมาจับกลุ่ม Influencer ตัวเล็กๆ ที่สามารถ Represent คนที่มี Identity แตกต่างกันไป เป็นเรื่องที่แบรนด์ทำได้อีกทางนึงด้วยค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็คือ Twitter Trends 2021 ทั้งหมด 6 ข้อ ที่ทวิตเตอร์เค้าเล่งเห็นแล้วว่า มีแนวโน้ม Conversation ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากนักการตลาดท่านไหนที่ใช้ Twitter อยู่เป็นประจำละก็ อย่าเอาแต่ยิ่ง 1 Content ทุกช่องทาง แต่คอยปรับเนื้อหาตามเทรนด์ ตามแพลตฟอร์มที่คนใช้งานด้วยนะคะ

ส่วนใครที่อยากอ่าน Full Report ทั้งหมดของ Twitter Trends 2021 สามารถคลิกตรงนี้ได้เลยค่ะ

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *