TikTok vs Instagram Reels – สำรวจ KPI ความต่างของคู่นี้

TikTok vs Instagram Reels –  สำรวจ KPI ความต่างของคู่นี้

ปี 2020 เป็นปีทองของแอป Social Media สุงดังอย่าง TikTok เลยก็ว่าได้ และเพราะมันเริ่มประสบความสำเร็จ ก็เป็นธรรมดาที่โลกแห่งธุรกิจจะดูดคู่แข่งเข้ามา เพราะไม่นาน Instagram เจ้าเก๋าก็ประกาศโต่งว่าจะมี Feature วิดิโอสั้นที่ไม่ใช่ IG Stories แบบหายไป 24 ชั่วโมง แต่เป็นฟีเจอร์ใหม่อย่าง Reels ที่ปล่อยออกมาแล้ว และมันคล้ายกับ TikTok ไปเลย วันนี้บริษัทในต่างประเทศอย่าง The Influencer Marketing Factory เค้าออกมาแชร์ผลสำรวจของการเปรียบเทียบ Results ระหว่าง TikTok vs Instagram Reels ว่าอันไหน Perform ต่างกันอย่างไรค่ะ

ปัจจุบัน TikTok ในปี 2021 นั้นมีจำนวน Users อยู่ที่ 1.2 พันล้านคนทั่วโลก แต่ยังไม่มีจำนวนตัวเลขผู้ใช้งานของไทยมาแชร์กันนะคะ ในขณะที่ Instagram Reels ที่เพิ่งปล่อยในบางประเทศก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และยิ่ง Instagram มีการพัฒนาปรับปรุงเครื่องมือตัดต่อวิดีโออย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้ Reels เป็นหนึ่งในคู่แข่งที่น่ากลัวของ TikTok เลย ยิ่งด้วยฐานผู้ใช้งานที่เป็น Active Users อยู่แล้ว แค่หันมาใช้ Feature ใหม่อาจจะหรืออาจจะไม่ใช่เรื่องยากเกินไปนัก ยิ่งถ้ามาเปิดตัวที่ไทย ที่คนชื่นชอบการเล่น Stories อยู่แล้วด้วยค่ะ

ซึ่งล่าสุดบริษัทที่เปิดทำเกี่ยวกับ Influencer Marketing ในต่างประเทศ เค้าก็ได้ทำผลสำรวจระหว่าง 60 accounts ทั้งบน TikTok และ Reels ว่า Performance และ KPI เป็นอย่างไร ต่างกันอย่างไรค่ะ แต่ Note ไว้นิดนึงนะคะว่า จำนวน Profiles ที่ใช้ในการวัดนั้นมีแค่ 60 บัญชี การ Survey ครั้งนี้ก็เป็นเพียงการทดลองเบื้องต้นเท่านั้นค่ะ

Average Views: TikTok < Reels

หลังจากที่ได้มีการทดลอง ทีมก็พบว่า Average Reach ของวิดีโอที่ปล่อยใน Reels นั้นมีมากกว่าบน TikTok อยู่นิดนึง แต่หลายคนอาจจะคิดว่า เออ… นิดเดียวเอง แต่เราอย่าลืม Consider ในแง่ของความใหม่ด้วยนะคะ เพราะอย่างที่บอกว่าจริงๆ แล้ว Reels นั้นมาใหม่ มาหลัง TikTok นั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้นมันก็ชี้ให้เห็นว่า Potential ของ Reels ในแง่ของ Views อาจทำได้ดีกว่านี้ในอนาคตค่ะ

Average Engagement: TikTok > Reels

TikTok vs Instagram Reels
TikTok vs Instagram Reels

กลับกันเรามามองที่ยอด Engagement Rate กันบ้าง จะเห็นได้ว่า TikTok ทำ Average Likes และ Average Comment ได้ดีแทรงหน้า Reels แบบขาดลอยแบบเกินกว่า 50% เลยนะคะถ้าดูจาก Graph แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าหากนักการตลาดต้องการ Engagement สูงๆ อย่างยอดไลค์หรือคอมเม้นต์ ก็อาจจะต้องไปเล่นในแพลตฟอร์มติ๊กต่อกมากกว่าแล้วละค่ะ 

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมที่ Note ไว้ว่าทั้งหมดนี้เป็นแค่ Survey จาก 60 profiles เท่านั้น ดังนั้นอย่าเพิ่มรีบด้วนตัดสินใจ เพราะนอกจากจะต้องรอ Reels ในเข้าไทยก่อนแล้ว เราต้องดูเกมนี้ยาวๆ ด้วย เพราะตลาดวิดีโอสั้นไม่ได้จะมี Instagram ที่เป็นคู่แข่งใหม่ แต่ยังมี YouTube Shorts ที่เข้ามาไทยแล้วอย่างช้าๆ ไม่เชื่อเปิดแอปแล้วดูได้เลยค่ะ  เอาเป็นว่าเราควรเลือกแพลตฟอร์มจากหลายๆ Angle เนอะ ไม่ใช่ดูแค่ KPI ที่ต้องทำอย่างเดียว เพราะฉะนั้นมาดูความต่างของแพลตฟอร์มในแง่ Behavior ของ TikTok vs Instagram Reels กันด้วยค่ะ

1. TikTok เน้น Content – Reels เน้น Network

เวลาเราเล่น Instagram ส่วนใหญ่เราก็มักจะ Follow ติดตามเนื้อหาจากคนที่เรารู้จัก หรือชื่นชอบใช่ไหมคะ ในหน้า Feedก็จะโผล่มาแต่คนที่เรารู้จักเป็นส่วนใหญ่ แล้วถ้าวันนึงคนหน้าใหม่โผล่มา บางที่เรายังตามไป Unfollow แล้วถามตัวเองว่า ชั้นไปติดตามคนนี้ตั้งแต่ตอนไหนนะ? ดังนั้นจะทำให้เราเห็นว่า Instagram นั้นเค้าจะเน้นการเชื่อมต่อกับคนที่เรารู้จัก และอยากติดตามเพราะเรารู้จัก ชอบเค้าเป็นหลัก หรือเรียกว่า Network นั่นเองค่ะ

ในขณะที่ Algorithm ของ TikTok ทำงานต่างกัน โดยติ๊กต่อกรจะเน้น Content-based ว่าคุณชอบเสพเนื้อหาประมาณไหน ถ้าชอบแนวนี้ ไม่ว่าจะเป็น Profile จากใครเป็นคนลง ติ๊กต่อกก็จะเอามาโชว์ขึ้นให้คุณบนหน้า Timeline เลยโดยไม่ต้องถาม โดยข้อนี้จริงๆ เพลินได้มีเขียนอธิบายการทำงานของ TikTok ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Content-based /Sound-based / Effect-based หรือ Hashtag-based เป็นต้นค่ะ อย่างล่าสุดที่เพลินดู Series Y เรื่องแปลรักฉันด้วยใจเธอ จนกลายเป็นติ่งของน้องพีพีไปแล้วนั้น TikTokก็ส่งแต่เนื้อหา #บิ้วกิ้นพีพี มาให้แบบต่อเนื่องไม่หยุดเลยจริงๆ ค่ะ จะเห็นได้ลอยว่า TikTok เค้าเน้น Content มากกว่า Connection ค่ะ

2. TikTok เน้น Community – Reels เน้น Views

เอาเข้าจริงข้อนี้เราก็น่าจะทราบดี จากลักษณะการใช้งานของ TikTok ที่ทุกคนแม้ไม่รู้จักกันก็สามารถทำอะไรร่วมกันได้ ไม่ว่าจะใช้ Sound ของคนอื่น หรือ Duet ด้วยเปิด Public ให้คนมาร่วมด้วยได้โดยไม่รู้สึกอะไร ดังนั้นจะเห็นได้เลยว่าการ Drive Engagement ในรูปแบบนี้เหมือนเป็นการ Drive Community ความเป็นหนึ่งเดียวกัน อารมณ์ว่าใครไม่เต้นเพลงนี้แกเอ้าท์มาก เป็นต้นค่ะ

ในขณะที่ Instagram จะเน้นการสะสมยอดวิวที่คนที่ใช้งานแพลตฟอร์มก็จะชื่นชอบกันอยู่แล้ว เพราะเอาเข้าจริงใครๆ ก็อยากได้ยอดวิวสูงๆ กันทั้งนั้น แต่ก็ว่าไม่ได้ค่ะ อาจเป็นเพราะ Reels เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ทำให้ IG พยายามที่จะดันวิวก่อน เพื่อเป็นอีกหนึ่ง Persuasive Matrics ในการดูดลูกค้า ผู้ใช้ให้เข้าร่วมฟีเจอร์ใหม่เรื่อย นั่นเองค่ะ

การ Survey นี้อย่างที่บอกว่านอกจากจะเอามาจากการสำรวจจากแค่ 60 บัญชีแล้ว ยังขาดอีกหนึ่งคู่แข่งสำคัญอย่าง YouTube Shorts ด้วย บอกเลยว่า ตลาด Video สั้นในปีนี้น่าจับตามองค่ะ เพราะคู่แข่งเริ่มเข้ามา และหลายๆ แบรนด์ก็เริ่มเข้าสู่การสร้าง Content แนวนี้กันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ทั้งความ Real ที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กับความง่าย ทำแปปๆ ลงได้เลย เรามารอดูกันค่ะว่า ในอนาคต Video Marketing Trends จะเป็นอย่างไรต่อไป

อย่าลืมว่า อย่ามัวแต่เลือกช่องทางจากแพลตฟอร์ม แต่ให้กลับไปโฟกัสที่ผู้ใช้งานดูก่อนว่า กลุ่มเป้าหมายของเราวันนี้อยู่ที่ช่องทางไหนเป็นหลัก รวมไปถึงจุดประสงค์ในการทำการตลาดครั้่งนี้คืออะไร แล้วค่อยเลือกแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ค่ะ ลองดูนะคะ

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *