Peekaboo Mask ใช้ความน่ารักเข้าสู้ฝุ่น PM 2.5

Peekaboo Mask ใช้ความน่ารักเข้าสู้ฝุ่น PM 2.5

ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังเป็นวิกฤตที่ประเทศไทย ว่าแก้อย่างไรก็ไม่หาย และเด็กส่วนใหญ่ก็ไม่อยากใส่หน้ากากกันฝุ่นเหมือนกัน จนส่งผลให้บรรดาพ่อแม่เกิดความไม่สบายใจว่าจะปกป้องลูกน้อยจากฝุ่น PM 2.5 นอกบ้านที่ไม่มีเครื่องฟอกอากาศได้อย่างไร และปัญหาฝุ่น PM 2.5 ก็ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทย แต่ยังเกิดขึ้นที่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างเกาหลีใต้้ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นวันนี้เราลองมาดูกันซิว่า ที่ประเทศเกาหลีเค้ามีไอเดียอย่างไรที่จะทำให้เด็กๆอยากใส่หน้ากากให้พ่อแม่สบายใจกันอีกครั้ง

Peekaboo PM2.5 Cheil Cannes Lion 2018

เมื่อเด็กกว่า 70% ไม่ชอบใส่หน้ากากกันฝุ่น PM 2.5

ทางการเกาหลีให้ข้อมูลว่าเด็กชาวเกาหลีมากถึง 70% ไม่ชอบใส่หน้ากากกัน ทำให้พวกผู้ใหญ่เกิดความกังวลใจอย่างหนักว่าจะส่งผลต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว ทางการเกาหลีใต้จึงร่วมมือกับเอเจนซี Cheil Worldwide Seoul ในการคิดหาทางว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้เหล่าเด็กๆอยากหยิบหน้ากากขึ้นมาใส่กันด้วยตัวเองครับ

กลยุทธ์เปลี่ยนหน้ากากให้กลายเป็นน่ารัก

เพราะความน่ารักนั้นเป็น universal หรือความน่ารักนั้นเป็นสากลที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องชอบ โดยเฉพาะบรรดาเหล่าเด็กๆที่ชื่นชอบความน่ารักแบบตัวละครการ์ตูนที่ตัวเองดูเป็นประจำ เลยทำให้เกิดหน้ากากกันฝุ่น PM 2.5 ใหม่ที่พอใส่แล้วดูน่ารักภายใต้แคมเปญที่ชื่อว่า Peekaboo Mark

Peekaboo Mark คือหน้ากากที่ใส่ลวดลายการ์ตูนน่ารักของสัตว์ต่างๆเข้าไปให้ถูกจริตเด็ก และที่พิเศษกว่าแค่ลายการ์ตูนคือพอใส่แล้วหายใจก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงว่ากำลังป้องกันฝุ่นร้ายจริงๆนะ

ด้วยหมีกที่เปลี่ยนตามอุณหภูมิ หรือที่เรียกว่า thermochromic ink ทำให้เมื่อหายใจเข้าจะเห็นสีดำที่สื่อถึงฝุ่น PM 2.5 แต่พอหายใจออกสีดำที่สื่อถึงฝุ่นร้ายก็จางหายไปเหลือแต่ลวดลายน่ารักเท่านั้น

ด้วยความน่ารักของลายและสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันตา ส่งผลให้เด็กๆต่างแย่งกันหามาใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลา แน่นอนว่าบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองก็สบายใจที่ลูกๆอยากใส่ด้วยตัวเอง ไม่ต้องคอยบังคับให้ลูกตัวเองต้องใส่เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีตครับ

สุดท้ายแล้วแคมเปญทำให้เด็กกว่า 90% เข้าใจว่าฝุ่น PM 2.5 นั้นอันตรายแม้จะมองไม่เห็น และทำให้เด็กๆกว่า 88% ไม่อยากถอดหน้ากากออกอีกต่อไปแม้จะอยู่ในบ้าน

Peekaboo PM2.5 Cheil Cannes Lion 2018

เมื่อวิเคราะห์ลงไปในเลเวล Strategy จะเห็นว่าที่แคมเปญ Peekaboo Mark ประสบความสำเร็จได้ไม่ใช่เพราะแค่ความน่ารักของลวดลายบนหน้ากาก แต่เป็นการทำให้เด็กๆได้เห็นภาพความอันตรายของ PM 2.5 ที่มองไม่เห็นต่างหากครับ ด้วยหมึกเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิทำให้เด็กๆได้เห็นผลคาตาว่าจากที่เคยดำกลายเป็นน่ารักสดใสทันที

ถ้าแคมเปญนี้คิดถึงแค่ความน่ารัก ก็จะไม่มีทางเปลี่ยนความคิดของเด็กว่า PM 2.5 ไม่เห็นจะอันตราย จนไม่ใส่ใจที่จะใส่หน้ากากทุกวัน แต่แคมเปญนี้คิดจากหลักการ Empathy ที่คิดจากการเข้าใจว่าทำไมเด็กๆถึงไม่อยากใส่ทุกวันครับ

ลืมบอกว่าแคมเปญนี้ได้รางวัลจากงาน Cannes Lion 2018 สาขา Outdoor ด้วยนะครับ

อ่านแคมเปญการตลาดที่ได้รางวัล Cannes Lion ต่อ > https://www.everydaymarketing.co/tag/cannes-lion/

Peekaboo PM2.5 Cheil Cannes Lion 2018

Source: https://www.dandad.org/awards/professional/2019/product-design/231057/peekaboo-mask/

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / ที่ปรึกษาให้กับเอเจนซี่และธุรกิจต่างๆ / อาจารย์วิชา Data-Driven Communication ที่ PIM / นักอ่านหนังสือ / เจ้าของเพจอ่านแล้วเล่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *