การตลาด Sizzler ใช้จุดแข็งพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วย Tow Matrix

การตลาด Sizzler ใช้จุดแข็งพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วย  Tow Matrix

วันนี้ผมจะพาทุกคนมาวิเคราะห์กลยุทธ์ การตลาด Sizzler ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เน้นการดูแลสุขภาพมากขึ้นทั้งในแง่ของสุขภาพกายและใจ ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย รวมทั้งอุปสรรคจากสถาณการณ์ต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

สถานการณ์ที่ Sizzler ต้องเผชิญ

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในทุกภาคส่วน ทั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สงครามระหว่างยูเครน-รัสเซียที่ทำให้ราคาวัตถุดิบแพงขึ้น รวมไปถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้หันมารับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Sizzler ไม่ได้นิ่งเฉยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางแบรนด์มีการปรับใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์เหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มุมมองกลยุทธ์ Sizzler ผ่านโมเดล TOW Matrix

โมเดล TOW Matrix เป็นเครื่องมือที่พัฒนามาจาก SWOT Analysis โดยเป็นการนำปัจจัยภายใน ได้แก่ จุดแข็ง จุดอ่อน มาจับคู่กับปัจจัยภายนอก ได้แก่ โอกาส และอุปสรรค เพื่อใช้เป็นกรอบในการวางทิศทางกลยุทธ์การตลาดของธุรกิจ

โดย Sizzler มุ่งใช้จุดแข็งของตนเองซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ คุณภาพ (Quality) ความพรีเมี่ยม (Premium) ความคุ้มค่า (Worthiness) และความสดใหม่ (Fresh) มาใช้ในการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ ทำให้แบรนด์สามารถผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคไปได้

Sizzler ให้ความสำคัญตั้งแต่จุดเริ่มต้น ซึ่งไม่เพียงแต่การคัดสรรวัตถุดิบต่าง ๆ แต่ยังให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำอย่างเหล่าเกษตรกรจากทางภาคเหนือ ผู้ปลูกผักและผลไม้ที่จะถูกส่งมาวางบนจานในร้าน Sizzler แบรนด์ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ให้คำแนะนำในการปลูกพืช ผัก ผลไม้ ชนิดต่าง ๆ และสนับสนุนให้เกษตรกรชาวเขาทางภาคเหนือมีอาชีพทำตลอดทั้งปี พร้อมช่วยเพิ่มรายได้ ตลอดจนสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับครอบครัวเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

และเมื่อเกิดอุปสรรคอย่างการขึ้นราคาของวัตถุดิบ Sizzler ก็สามารถใช้จุดแข็งตรงนี้ในการควบคุมราคาต้นทุนจากวัตถุดิบได้อย่างดี ส่งผลให้ราคาของอาหารไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับแบรนด์ของคู่แข่ง

อาหารที่มีระดับพรีเมี่ยม จากวัตถุดิบที่มีคุณภาพโดยเฉพาะเมนูสเต็กที่เป็นจุดเด่นของร้าน การเลือกใช้เนื้อวัวคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรอง และการเตรียมและปรุงอาหารด้วยเทคนิคที่พิถีพิถัน เพื่อให้ได้รสชาติและความอร่อยที่เหนือระดับ นอกจากนี้ยังมีเมนูพรีเมี่ยมอื่นๆ เช่น ซีฟู้ด และอาหารจานพิเศษ ที่ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่พิเศษสำหรับลูกค้า

กลยุทธ์การตลาด Sizzler ชูจุดแข็งเพื่อเผชิญกับทุกสถานการณ์

อย่างไรก็ตามหากคุณคิดว่าอาหารระดับนี้ราคาจะต้องสูงมากแน่เลย แต่อาจจะไม่ใช่สำหรับที่ Sizzler เพราะที่นี่มีการใช้โปรโมชั่นในการให้ส่วนลดกับลูกค้า ทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ยิ่งเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันที่ต้องการสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ ได้รับประสบการณ์ที่ดี และราคาต้องย่อมเยาว์

นอกจากนี้ถึงแม้ว่าเทรนด์การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจะมาแรงแค่ไหน แต่ Sizzler ก็ไม่หวั่น ใช้จุดแข็งที่สามารถควบคุมต้นทุนวัตถุดิบอย่าง ผักและผลไม้ จัดโปรโมชันสลัดบาร์ดึงดูดคนรักสุขภาพได้อีกด้วย

หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ Sizzler ต้องปรับตัวมากยิ่งขึ้นโดยหันมาเพิ่มรูปแบบ Food Delivery ให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของผู้คน โดยมีทั้งการปรับรูปแบบสาขาบางสาขาภายใต้คอนเซปต์ “Health Food Happy Mood” เพื่อตอบรับเทรนด์รักสุขภาพของคนไทย รวมทั้งการเปิดสาขาสไตล์ Grab to go ที่มีที่ตั้งใกล้สถานีรถไฟฟ้า และโรงพยาบาล ที่เน้นความสะดวกสบายและเหมาะกับชีวิตที่เร่งรีบอีกด้วย

Sizzler มีการใช้โปรโมชั่นส่วนลดหรือแพ็คเกจชุดอาหารอย่างอื่น เพื่อให้เกิดทั้งการทดลองครั้งแรก รวมไปถึงการซื้อซ้ำ (Repurchase) ซึ่ง Sizzler ก็ได้สร้างระบบสมาชิกอย่าง E-Membership ที่สามารถสมัครได้ง่าย ผ่านช่องทาง LineOA ที่จะมีระดับแตกต่างกันไปประกอบด้วย Green Level, Gold Level และ Diamond Level ทำให้ลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์มากมายที่จะสามารถช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าให้ต้องหวนกลับมารับประทานอาหารของร้านอีกครั้ง

กลยุทธ์การตลาด Sizzler ชูจุดแข็งเพื่อเผชิญกับทุกสถานการณ์

สิ่งเหล่านี้เป็นการบริหารความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า หรือที่เรารู้จักกันในคำว่า CRM ที่จะนำมาสู่ความจงรักภักดีของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ซึ่งการที่ลูกค้ามีความจงรักภักดีนั้นก็เป็นเหมือนหลักประกันถึงแนวโน้มการเติบโตของแบรนด์ได้เช่นกัน นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่ค่อนข้างจะประสบความสำเร็จ ซึ่งเห็นได้จากการเพิ่มจำนวนผู้สมัครสมาชิกมากถึง 2.5 แสนรายในปีที่ผ่านมา

Sizzler ไม่ได้หยุดอยู่ในกรอบของอาหารเท่านั้น เพื่อที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันและมีส่วนร่วมกับแบรนด์จึงมีการต่อยอดจากแบรนด์ Cheese Toast โดยการนำสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนที่แสดงอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity) มาทำเป็นสินค้าพิเศษอย่างหมอน ร่ม และกระเป๋า เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าหมุนเวียนกันตลอดทั้งปี

กลยุทธ์การตลาด Sizzler ชูจุดแข็งเพื่อเผชิญกับทุกสถานการณ์

รวมถึงยังมีการนำ Cheese Toast มาใช้เป็นแมสคอตเพื่อสร้างสีสันให้กับแบรนด์ ซึ่งเป็นการสร้างการการรับรู้ให้กับผู้บริโภค และเหมือนเป็นการรีเฟรชแบรนด์ (Refresh Brand) ที่ทำให้รู้สึกว่าตัวแบรนด์ไม่ได้ดูเก่า หรือล้าหลัง แต่ยังคงมีความสดใหม่ ตามเทรนด์หรือกระแสอยู่ตลอด

ด้วยวัตถุดิบที่ดี กระบวนการในการทำอาหาร และองค์ประกอบต่าง ๆ สามารถสร้างรสชาติของอาหารออกมาได้อร่อย และถูกปากของกลุ่มลูกค้าได้ แต่อย่างไรก็ตามการที่ร้านอาหารอย่าง Sizzler จะมีแต่เมนูเดิม ๆ รสชาติเดิม ๆ ก็อาจจะทำให้แบรนด์สูญเสียลูกค้าไปได้ ดังนั้นจึงนำมาสู่แคมเปญ Sizzling World Taste ที่จะพาผู้บริโภคได้สัมผัสกับรสชาติอาหารจากทุกมุมโลกหลากสไตล์ตลอดทั้งปี

โดยในแต่ละช่วงก็จะมีเมนูพิเศษที่จะเป็นอาหารจากประเทศต่าง ๆ อย่างในช่วงต้นปี 2024 ก็มีเมนูพิเศษสไตล์สัญชาติอเมริกา ภายใต้แคมเปญที่ชื่อว่า The New Sizzling USA BBQ ซึ่งเป็นการสร้างประสบการณ์ให้กลุ่มลูกค้าได้นึกถึงรสชาติที่อาจไม่เคยได้ลิ้มลอง และบรรยากาศที่ไม่เคยได้สัมผัส เรียกได้ว่าอาจเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับใครบางคน

นอกจากนี้ในปัจจุบัน Sizzler ก็ได้พาเราไปสัมผัสกับรสชาติของประเทศเยอรมนี ภายใต้แคมเปญ Fest In German ที่มีจุดเด่นคือการรวบรวมเมนูอาหารที่มีชื่อเสียงจากประเทศเยอรมนีมารังสรรค์เป็นเมนูจานหลัก 3 เมนู ได้แก่ หมูชุบเกล็ดขนมปังทอดสไตล์เยอรมัน, สเต๊กพอร์คชอปสไตล์เยอรมัน, สเต๊กพอร์คชอปขาหมูเยอรมันทอด และไส้กรอกรวมย่างสไตล์เยอรมัน นอกจากนี้ยังมีอาหารทานเล่นอย่างไส้กรอกรวมย่างสไตล์เยอรมันและบัตเตอร์เบียร์ที่จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศจากประเทศเยอรมนีผ่านรสชาติของอาหารในช่วงกลางปีนี้

สรุป

จากการวิเคราะห์กลยุทธ์ การตลาด Sizzler จะเห็นได้ว่าทางแบรนด์พยายามที่จะใช้จุดแข็งของตัวเองมาใช้ในการปรับกลยุทธ์การตลาดให้สามารถเปลี่ยนอุปสรรคให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจโดยที่ยังคงอัตลักษณ์ของแบรนด์ รวมทั้งยังให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความคิดเห็นของลูกค้า ถ้าบอกว่า Sizzler มองลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง (Customer Centric) ก็คงไม่ผิด เพราะกลยุทธ์ต่าง ๆ ของแบรนด์มักจะเริ่มต้นจากลูกค้า นี่จึงเป็นเหมือน Key Factor ที่สำคัญที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ

Source, Source, Source

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือทางการตลาดได้ที่นี่

Panuwit Payawang

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

#การตลาดวันละโพล ผมอยากฟังปัญหาคุณ

ตอนนี้ธุรกิจคุณมีปัญหาอะไร ?